โรคพยาธิในช่องคลอด เสี่ยงมะเร็ง-มีลูกยาก – โรคพยาธิในช่องคลอด (Trichomo niasis) คือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่ง เกิดจากการติดเชื้อโปรโตซัวที่มีชื่อว่า Trichomonas vaginalis พบได้ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย แต่จะพบได้ใน เพศหญิงมากกว่า ซึ่งตัวพยาธินั้นมีขนาด เล็กมากไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ต้องดูผ่านกล้องจุลทรรศน์เท่านั้น

ผศ.พญ.อรวิน วัลลิภากร สาขาวิชาเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ภาควิชาสูติ ศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงความน่ากลัวของโรคนี้ ว่า หากเป็นโรคนี้แล้วจะพบผู้ป่วยที่แสดงอาการเพียง 20-30% เท่านั้น ทำให้หลายคนไม่รู้ตัว และแพร่กระจายเชื้อไปสู่คู่นอนได้

อาการของโรคพยาธิในช่องคลอด ผศ.พญ. อรวินระบุว่า มีข้อสังเกตอยู่ 5 อาการหลักๆ คือ 1. มีตกขาวมากผิดปกติ ตกขาวเป็นฟอง และอาจส่งกลิ่นเหม็นคาวปลา 2. มีเลือดไหลออกจากช่องคลอด 3. บวม แดง คัน หรือรู้สึกแสบบริเวณอวัยวะเพศ 4. ปวดปัสสาวะบ่อย และ 5. เจ็บปวดขณะปัสสาวะ หรือมีเพศสัมพันธ์

“หากเป็นแล้วปล่อยทิ้งไว้ ไม่รีบรักษา จะลุกลามไปถึงท่อปัสสาวะและกระเพาะปัสสาวะทำให้อักเสบได้ เนื่องจากท่อปัสสาวะและช่องคลอดอยู่ใกล้กันจึงสามารถติดเชื้อ ได้ง่าย ในระยะยาวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงโรคมะเร็งปากมดลูก และส่งผลให้มีบุตรยากในอนาคต” ผศ.พญ.อรวินกล่าว

ส่วนเชื้อราในช่องคลอดและพยาธิใน ช่องคลอดต่างกันอย่างไร?

ผศ.พญ.อรวินกล่าวว่า ความแตกต่างของเชื้อราในช่องคลอดและพยาธิในช่องคลอดสามารถแยกได้จากลักษณะอาการที่เด่นๆ เช่น เชื้อราในช่องคลอดมักจะก่อให้เกิดอาการคันมากกว่า และตกขาวจะมีลักษณะเหมือนแป้งเปียก แต่พยาธิในช่องคลอดจะก่อให้เกิดการระคายเคืองและมีอาการแสบบริเวณอวัยวะเพศเมื่อปัสสาวะหรือมีเพศสัมพันธ์

วิธีการป้องกันโรคพยาธิในช่องคลอดนั้นผศ.พญ.อรวินระบุว่า โรคพยาธิใน ช่องคลอดสามารถติดต่อได้ทางเพศ สัมพันธ์ ดังนั้นโรคนี้จึงสามารถป้องกันได้ด้วยการสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มี เพศสัมพันธ์เช่นเดียวกับการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ และไม่เปลี่ยน คู่นอนบ่อย นอกจากนี้หากพบว่ามีอาการตกขาวผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ทันที

ขณะที่วิธีการรักษา เนื่องจากโรคพยาธิในช่องคลอดเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่สามารถรักษาให้หายขาดได้โดยการ รับประทานยาตามแพทย์สั่งต่อเนื่อง 7-10 วัน แต่ถึงแม้จะรักษาจนหายขาดแล้วก็สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ เนื่องจากกลับไปมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนเดิมที่ติดเชื้อ

ดังนั้นในทางการแพทย์จะแนะนำให้ผู้ที่สงสัยว่าจะเป็นโรคพยาธิในช่องคลอดและ คู่นอน มารับการตรวจและรักษาไปพร้อมๆ กัน เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำใหม่นั่นเอง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน