หนุนพลังหญิง-ชาย เลี้ยงดูบุตรมีคุณภาพ – กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับหลายภาคส่วน ประกาศเจตนารมณ์ “การเสริมพลังบทบาทหญิงและชายเพื่อการเลี้ยงดูบุตรอย่างมีคุณภาพ”
โดยมี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี ที่ห้องประชุม ชั้น 2 กระทรวง พม. มีบริษัทที่เข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์ และรับโล่ จำนวน 17 บริษัท สหภาพแรงงาน 10 แห่ง เข้ารับใบประกาศนียบัตรเกียรติคุณ ในฐานะหน่วยงานที่สนับสนุนบริษัทที่เข้าร่วมการประกาศเจตนารมณ์
โดย น.ส.อุษณี กังวารจิตต์ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กล่าวรายงานความเป็นมาและวัตถุประสงค์การจัดงาน และมี นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พม. พร้อมคณะผู้บริหาร พม. ร่วมงาน

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ขอแสดงความ ชื่นชมกับทุกหน่วยงานที่เข้าร่วมลงนามประกาศเจตนารมณ์ “การเสริมพลังบทบาทหญิงและชายเพื่อการเลี้ยงดูบุตรอย่างมีคุณภาพ” นับเป็นการขับเคลื่อนที่สามารถผลักดันนโยบายนำมาสู่การปฏิบัติและการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนอย่างเห็นได้ชัด ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาสถานภาพสตรีแห่งชาติ (กยส.) ได้พิจารณานำประเด็นปัญหาของสตรีมาพัฒนาเป็นนโยบายสนับสนุนสตรีให้เป็นพลังสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในประเด็นที่สตรีเป็นผู้ให้กำเนิด ไม่ควรเป็นเหตุที่ทำให้สตรีถูกเลือกปฏิบัติ สถาบันทางเศรษฐกิจ สถานประกอบการ ควรสร้างวิถีที่ทำให้ผู้หญิงและผู้ชายมีความรับผิดชอบร่วมกันในการ เลี้ยงดูบุตร แม้ว่าปัจจุบันมีกฎหมายคุ้มครองแรงงาน กำหนดให้ลูกจ้างลาคลอดบุตรได้ไม่เกิน 98 วัน โดยได้รับค่าตอบแทน แต่จากการศึกษาพบว่าเด็กแรกเกิดควรได้รับนมแม่ในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต ซึ่งเป็นระยะเวลามากกว่ากฎหมายกำหนดไว้ จึงเป็นหน้าที่ของสังคมในทุกภาคส่วนที่จะต้องผลักดันให้สิทธิของแรงงานหญิงและครอบครัวขยายเพิ่มเติมให้สอดรับกับสภาพความเป็นจริง

“การประกาศเจตนารมณ์ในวันนี้ เป็นมาตรการหนึ่งที่ส่งเสริมโอกาสผู้หญิงและผู้ชายให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีแนวปฏิบัติของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องด้านการเสริมพลังบทบาทหญิงและชายเพื่อการเลี้ยงดูบุตรอย่างมีคุณภาพ ดังนี้
1. ให้พนักงานชายลาเพื่อช่วยภรรยาเลี้ยงดูบุตรได้ 15 วัน
2. ให้พนักงานหญิงลาคลอดบุตรได้ 120 วัน
3. ให้มีมุมนมแม่ที่สะอาดและปลอดภัย
4. ส่งเสริมสัมพันธภาพของครอบครัว สร้างความรักความผูกพัน และให้โอกาสบิดาและมารดาเพื่อการสร้างครอบครัวที่อบอุ่น
5. สร้างความตระหนักรู้และคุ้มครองสิทธิแรงงานหญิงให้สอดคล้องกับสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์ และมีหลักประกันความมั่นคง
ด้าน น.ส.อุษณี กล่าวว่า กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) ได้รับมอบหมายให้ขับเคลื่อนการเสริมสร้างความเข้มแข็ง ของครอบครัวควบคู่กับสิทธิสวัสดิการด้านแรงงานหญิงและชาย เพื่อสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ จึงร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สถานประกอบการ คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย สมาพันธ์แรงงาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสหภาพแรงงาน รวมจำนวน 17 บริษัท ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ “การเสริมพลังบทบาทหญิงและชายเพื่อการเลี้ยงดูบุตรอย่างมีคุณภาพ” เพื่อส่งเสริมให้สถานประกอบการสนับสนุนให้ผู้หญิงซึ่งเป็นมารดาขยายวันลาคลอดบุตร และผู้ชายซึ่งเป็นบิดาสามารถลาเพื่อช่วยเหลือภรรยาดูแลบุตรได้
โดยเป็นการปฏิบัติมากกว่ากฎหมายกำหนดไว้ รวมถึงการจัดสวัสดิการให้มีมุมนมแม่ที่สะอาดและปลอดภัย การส่งเสริมสัมพันธภาพของครอบครัว สร้างความตระหนักรู้และมีส่วนรับผิดชอบสังคมในการคุ้มครองสิทธิแรงงานหญิงให้สอดคล้องกับสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์และมีหลักประกันความมั่นคงต่อไป