เด็กซีดจากขาดธาตุเหล็ก – กุมารแพทย์แสดงความกังวลต่อภาวะโภชนาการเด็กเล็กวัย 1-3 ปี ที่ทำให้เกิดภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็ก
ผศ.นพ.วรวุฒิ เชยประเสริฐ กุมารแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์โรคโลหิตวิทยาและมะเร็งวิทยา (รามาธิบดี) หรือหมอวิน เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก ‘เลี้ยงลูกตามใจหมอ’ กล่าวว่า ภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็กยังพบได้มากในกลุ่มเด็กเล็กช่วงวัย 1 ขวบขึ้นไป เป็นภาวะทุพโภชนาการที่ภาครัฐมีความกังวลเพราะเกิดขึ้นไม่เฉพาะกับเด็กที่อาศัยในท้องถิ่นห่างไกลความเจริญ หรืออยู่ในพื้นที่ที่ขาดแคลนอาหาร หรือแหล่งอาหารด้อยคุณภาพ แม้แต่เด็กในเขตเมืองที่มีความสมบูรณ์ของแหล่งอาหารและมีคุณภาพอาหารที่ดีก็ยังพบเจอปัญหาโภชนาการในลักษณะนี้เป็นจำนวนมาก

ส่วนเด็กในเขตเมือง ภาวะทุพโภชนาการที่เกิดขึ้นนี้ สาเหตุสำคัญมาจากการดูแลและ จัดเตรียมอาหารให้ลูกโดยขาดความรู้ที่ถูกต้องด้านโภชนาการตามช่วงวัย
การที่พ่อแม่พบว่าลูกเมื่ออายุครบขวบไปแล้วกลายเป็นเด็กกินยาก เลือกกินอย่างนั้น ไม่กินอย่างนี้ ความเป็นจริงแล้วพฤติกรรมนี้เป็นผลมาจากการเลี้ยงดูของพ่อแม่ในช่วงวัยก่อนหน้านั้น พ่อแม่จำเป็นต้องปรับแก้ที่ตัวเองก่อนเพื่อสร้างวินัยการกินให้ลูก ขณะเดียวกันเหตุจากการที่พ่อแม่อาจไม่ทราบข้อมูลความรู้ด้านโภชนาการตามวัยที่ถูกต้องก็เป็นที่มาของภาวะทุพโภชนาการในวัยเด็กเล็กและหนึ่งในปัญหานั้นคือ ภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็ก
มีความเป็นไปได้ที่เด็กไอคิวต่ำ หากปล่อยให้เด็กขาดธาตุเหล็กเป็นเวลานานตั้งแต่วัยทารกมาจนถึงวัยเด็กเล็กและไม่ได้รับการแก้ไข เมื่อเติบโตเข้าสู่วัยเรียนจะพบว่าเด็กมีไอคิวลดลง เพราะธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบสำคัญในเม็ดเลือดแดงทำหน้าที่ขนถ่ายออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ รวมทั้งสมอง ภาวะซีดหมายถึงจำนวนเม็ดเลือดแดงลดลง เมื่อสมองได้รับออกซิเจนน้อยลง พัฒนาการด้านความคิดการจดจำจะช้าลงไปด้วย การเจริญเติบโตด้านร่างกายก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
คนในสังคมเมืองใหญ่ยังไม่ค่อยมีความตระหนักถึงปัญหานี้เพราะลักษณะทางกายภาพของลูกไม่ได้มีข้อบ่งชี้ชัดเจน แต่จะทราบได้แน่ชัดว่าลูกวัยเด็กเล็กมีภาวะซีดหรือไม่ จำเป็นต้องตรวจเช็กโดยการเจาะเลือด

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จึงเริ่มมีการคัดกรองภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็กในเด็กอายุ 1 ขวบขึ้นไป และพบว่าเป็นภาวะที่เจอได้บ่อย แสดงให้เห็นว่า ปัญหาด้านโภชนาการอาจจะเริ่มในช่วงวัย 6-12 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กเริ่มต้นการกินอาหารที่ไม่ใช่นมได้ตามวัยอย่างน้อยวันละ 1 มื้อ และเพิ่มเป็น 2 มื้อเมื่ออายุ 8-9 เดือน จากนั้นเป็น 3 มื้อในช่วงอายุ 11-12 เดือน อาหารที่มีธาตุเหล็กมาก ได้แก่ ปลา อาหารทะเล เป็ด ไก่ เครื่องในสัตว์ ไข่แดง และผักใบเขียวเข้มทุกชนิด เช่น ตำลึง คะน้า ผักโขม ถั่วดำ ถั่วแดง อัลมอนด์ ข้าวโอ๊ต รวมทั้งผลิตภัณฑ์นมเสริมสารอาหารที่มีการเติมวิตามินและธาตุเหล็ก
หมอวินกล่าวต่อว่า คำถามคือ คุณพ่อคุณแม่ดูแลและจัดเตรียมอาหารตามวัยได้อย่างถูกต้องหรือไม่ จัดให้กินได้ครบสัดส่วนอาหารห้าหมู่หรือไม่ คุณหมอจึงแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่เรียนรู้ข้อมูลด้านโภชนาการและการจัดเตรียมอาหารตามวัยที่ถูกต้องจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือจากหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น
พ่อแม่จะรับมือกับปัญหานี้อย่างไร
การรักษาทำได้ด้วยการให้เด็กกินยาเสริมธาตุเหล็กตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งจะใช้ระยะเวลาช่วงหนึ่งเท่านั้นขณะเดียวกันพ่อแม่ต้องปรับการจัดเตรียมอาหารและสร้างนิสัยการกินที่ถูกสุขภาวะให้ลูกไปพร้อมกันด้วยเพื่อไม่ให้เกิดภาวะซีดได้อีก