แม้จะเกิดขึ้นมานานแล้วแต่ก็ยังคงน่าประทับใจอยู่ทุกครั้งเมื่อเจ้าหมาตัวหนึ่ง ที่ติดตามผู้เข้าแข่งขันการผจญภัยที่ได้ชื่อว่าโหดที่สุดในโลก เจ้าหมาได้รับอาหารหนึ่งมื้อจากพวกเขา มันจึงตอบแทนด้วยการติดตามไปตลอดจนจบการแข่งขัน

การแข่งขัน Adventure Racing World Series เป็นการแข่งขันนี้ขึ้นชื่อว่าโหดที่สุดในโลก โดยการแข่งขันนี้จะปล่อยทีมต่างๆ ไปบุกป่า ฝ่าดง ลงน้ำ ตะลุยไปตามด่านธรรมชาติสุดหิน และเผชิญสภาพภูมิศาสตร์ป่าเขาลำเนาไพรสุดโหดลัดเลาะตามประเทศต่างๆ ซึ่งแต่ละปีสนามก็จะถูกเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

โดยเป้าหมายหลักคือการไปให้ถึงเส้นชัยพร้อมกันทั้งทีม การแข่งขันนี้มีทั้งปีนเขา ลุยป่า ว่ายน้ำ โรยตัว ปั่นจักรยาน พายเรือ และอื่นๆ อีกมากที่เป็นเหมือนสกิลการนำร่องสำรวจและเอาตัวรอดในธรรมชาติ โดยที่ทั้งทีมจะต้องดูแล และช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมฟันฝ่าอุปสรรคแม้กระทั่งอาหารที่ต้องเตรียมให้พร้อม และเพียงพอสำหรับทั้งเส้นทางที่จะต้องแบกไปเองระหว่างการแข่งขัน

เรื่องราวสุดประทับใจนี้เกิดขึ้นเมื่อทีม Peak Performance 4 คนจากสวีเดนเดินทางมาเพื่อแข่งขัน Ecuador World Championships ปี 2014 ในระหว่างการแข่งขันก่อนจะเริ่มเข้าช่วงบุกตะลุยป่าอเมซอน ทีมได้นั่งพักทานอาหารบนถนนในประเทศเอกวาดอร์ หนึ่งในสมาชิกของทีม “มิคาเอล ลินด์นอร์ด” ได้เหลือบไปเห็นเจ้าตูบจรจัดสุดกรังตัวหนึ่งนอนจ้องตอนที่เขากำลังเปิดกระป๋องมีทบอล ด้วยความสงสาร มิคาเอล เลยแบ่งอาหารส่วนของตัวเองให้กับเจ้าหมาตัวนั้น

ภาพเจ้าตูบที่เดินเข้ามายังจุดพัก

เมื่อการแข่งขันดำเนินต่อ ทั้ง 4 คนก็เริ่มลุยเข้าป่าอเมซอน ซึ่งเจ้าหมาตัวดังกล่าวก็ติดตามพวกเขาไปด้วย ในตอนแรกพวกเขาก็นึกว่ามันคงเดินมาด้วยซักพักเท่านั้น แต่ทว่าเจ้าหมาตัวนี้กลับตามพวกเขาไปในทุกที่ตั้งแต่ขึ้นเขา ลุยโคลน บุกป่า มันก็ติดตามพวกเขาไปตลอดเส้นทาง

มิคาเอลมีความรู้สึกผิดต่อเจ้าหมาตัวนี้ เพราะว่าเขาแบ่งอาหารให้จึงทำให้มันต้องมาผจญภัยสุดแสนลำบากนี้ แต่เจ้าหมาตัวนี้คงไม่คิดอย่างนั้นมันเฝ้าติดตามทีมไปทุกที่มิคาเอลจึงได้ตั้งชื่อให้มันว่า “อาเธอร์” ซึ่งเป็นชื่อของหนึ่งในราชาตลอดกาล

มิคาเอลมีเป็นห่วงเจ้าอาเธอร์ว่ามันจะไหวมั้ย แต่มันเป็นสุนัขที่แกร่งมากๆ มันติดตามการผจญภัยครั้งนี้ โดยที่ไม่มีอุปกรณ์ช่วยเหลือใดๆสำหรับสุนัขเลย เมื่อถึงจุดพักผ่อนพวกเขาก็นอนหลับด้วยกัน แสดงถึงมิตรภาพที่สวยงามแบบที่หาได้ยากจากการแข่งขันสุดหฤโหดแบบนี้

 

จนมาถึงจุดที่ทีมมาถึงแม่น้ำ และจะต้องลงเรือแคนู แน่นอนว่าพวกเขาไม่สามารถพามันไปด้วยได้ เพราะการนำพามันข้ามแม่น้ำไปด้วยคงเป็นเรื่องที่อันตรายมาก ทั้งทีมจึงต้องบอกลาอาเธอร์ไปในที่สุด ซักพักมิคาเอลก็ได้ยินเสียง “ตู้มม” เมื่อเขาหันไปมอง ก็พบว่าเจ้าหมาตัวนั้นกำลังพยายามว่ายน้ำตามเรือของเขามา เขาตัดสินใจที่จะอุ้มมันขึ้นเรือแคนูของเขา มันตัวเปียก ขนพันกันรุงรัง และสกปรกสุดๆ ด้วยอากาศที่หนาวเย็น เขาได้เอาเสื้อแจ๊คเก็ตของเค้าห่อตัวเจ้าอาเธอร์ตัวนี้ไว้ แต่ที่น่าประหลาดใจที่มันไม่ดิ้นขณะอยู่บนเรือเลยซักนิด

ในที่สุดแล้วเจ้าอาเธอร์ได้ร่วมเดินทางกับทีมนี้ไปตลอดการแข่งขันจนถึงเส้นชัยรวมระยะทางทางทั้งหมด 692 กิโลเมตร ซึ่งทางทีมผู้จัดอนุญาตเป็นครั้งแรกให้ทีมนี้เข้าเส้นชัยรวมทั้งหมด 5 ชีวิต ทั้งๆที่ต้องมี 4 คนเท่านั้น เมื่อพวกเขาเข้า ก็ได้รับเสียงปรบมืออย่างล้นหลามจากผู้เข้าชม และเหล่าทีมงาน เพราะเหตุการณ์ในครั้งนี้นั้นน่าประทับใจที่สุดเท่าที่หลายๆ คนเคยได้เห็นเลยทีเดียว

ด้วยความซื่อสัตย์ของเจ้าอาร์เธอร์ในครั้งนี้ทำให้มิคาเอลตัดสินใจที่จะพามันกลับมายังสวีเดนด้วย อาเธอร์ได้รับการตรวจร่างกาย ดูแลเป็นอย่างดี และรักษาบาดแผลที่เกิดขึ้นระหว่างการผจญภัย ซึ่งมันมีสุขภาพที่แข็งแรงมาก ไม่น่าแปลกใจเลยที่มันจะผ่านการแข่งขันสุดหฤโหดนี้มาได้

ทุกวันนี้เจ้าตูบจรจัดอาเธอร์ ได้มีครอบครัวอันอบอุ่นและมีทบอลให้กินแบบไม่อั้นตลอดชีวิต แม้ทีมของ มิคาเอลจะไม่ได้ชนะการแข่งขัน แต่รางวัลที่พวกเค้าได้กลับมานั้นคือเพื่อนแท้ตลอดชีวิตซึ่งมิคาเอล รู้สึกว่ามันคุ้มค่ายิ่งกว่ารางวัลไหนๆ ที่เขาเคยได้รับเลย

ขอบคุณที่มา : espn

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน