เมื่อร.ร.ไม่ปลอดภัย – จากคลิปครูทำร้ายเด็กนักเรียนที่ส่งผลสะเทือนต่อแวดวงการศึกษาและความปลอดภัยของเด็ก มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว และเครือข่ายผู้ปกครองในสถานศึกษา ร่วมกับกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดเวทีเสวนาหัวข้อ “ทางออก…เมื่อโรงเรียนไม่ปลอดภัยและเด็กถูกทำร้าย” ที่โรงแรมแมนดาริน สามย่าน

น.ส.อรพินท์ ศักดิ์เอี่ยม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเด็ก กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวง พม. กล่าวถึงเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นว่าขณะนี้เรามุ่งเยียวยาตัวเด็กเป็นสำคัญโดยทำงานร่วมกับหลายกระทรวง จากที่ตรวจสอบพบว่ามีเด็ก 4 คนที่มีอาการรุนแรงน่าเป็นห่วง หวาดกลัว กรีดร้อง ซึ่งน่ากังวลมาก ต้องเยียวยาต่อเนื่องโดยเด็กต้องผ่านความยินยอมจากพ่อแม่ นอกจากนี้ยังพบว่าพ่อแม่มีอาการเครียดมากกว่าเด็ก เพราะเด็กเมื่อบำบัดก็จะดีขึ้น

ด้าน พญ.จิราภรณ์ อรุณากูร กุมารแพทย์เวชศาสตร์วัยรุ่น ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาฯ เจ้าของเพจ “เลี้ยงลูกนอกบ้าน” กล่าวว่าพ่อแม่ดูสัญญาณจากลูกถึงความเปลี่ยนไปเมื่อมีเรื่องต่างๆ เกิดขึ้น เด็กบางคนถ้าถูกตีอาจตอบโต้ด้วยการสู้กลับ บางคนอาจหงอ หนี ไม่อยากไปโรงเรียน ควรเริ่มถามเขา ฟังด้วยการไม่ตัดสิน ด้วยคำถามง่ายๆ เช่น วันนี้ใครใจดีกับหนู วันนี้ใครใจร้ายกับหนู ค่อยๆ ถามเขาจะตอบ ให้เขาไม่รู้สึกว่าโดนซ้ำ โดนตัดสิน เพราะจะทำให้เขาปิดใจ เมื่อใดที่เราตีจะทำให้เด็กหวาดกลัว ส่งผลไปยังสมองส่วนหน้า ทำให้เกิดการพัฒนา 3 อย่าง คือ หนึ่ง ก้าวร้าว เพราะเรียนรู้ว่าจะทำให้ได้มาซึ่งอำนาจ สอง หนี เขาจะไม่กล้าทำอะไร หนีไปตลอด สาม ยอม เด็กจะพัฒนาไปแบบความเชื่อถือตัวเองต่ำ พัฒนาเป็นโรคซึมเศร้าตอนโต

“พ่อแม่มีอำนาจในมือคือสายสัมพันธ์ที่ดี ครูก็มีสายสัมพันธ์ตรงนี้ ครูที่ใจดี เด็กรัก เขาจะเชื่อฟังทำตาม ไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรงเลย เขาจะโตมาแบบมีศักยภาพ คิดได้ว่าอยากจะทำอะไร นี่ไม่ใช่เรื่องครูคนหนึ่ง แต่เป็นปัญหาที่ระบบ ผู้ปกครองบางส่วนไม่มีทางเลือกที่จะพาลูกไปอยู่โรงเรียนนานาชาติที่สังคมดีกว่า เป็นความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา” พญ.จิราภรณ์กล่าว

นางฐาณิชชา ลิ้มพานิช ผู้จัดการมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว กล่าวว่าเรามี พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ระบุชัดว่ามีคณะกรรมการคุ้มครองเด็ก โดย รมว.พม.เป็นประธาน ทุกกลไกมีส่วนเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองดูแลช่วยเหลือเยียวยาเด็ก อยากฝากให้พ่อแม่มี ส่วนร่วมดูแลลูกกับโรงเรียน เข้าไปประชุมมีบทบาท ไม่ใช่เข้าไปเพียงฟังเกรด อยากให้มีมาตรการเยียวยาคุ้มครองเด็ก ไม่อยากให้ตามแก้ไข อยากให้ป้องกันมากกว่า และขอให้ทุกคนช่วยกันติดตามเรื่องนี้ ไม่ปล่อยผ่าน

“พม.เป็นผู้ถือกฎหมายคุ้มครองเด็ก ความกระชับฉับไวจึงสำคัญมาก ครั้งนี้ถือว่า พม. และหลายหน่วยงานทำงานได้เร็ว การเข้ามายืนเคียงข้างพ่อแม่ผู้ปกครองช่วยเรื่องการดำเนินคดี มีกระบวนการปกป้องช่วยเหลือเยียวยา เป็นเจ้าภาพ กระตุ้นการมีส่วนร่วมคุ้มครองเด็กในโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ นอกจากนี้ควรมีแอพพลิเคชั่นเพื่อให้เห็นกล้องวงจรปิดในห้องเรียน บริเวณโรงเรียน และเพิ่มบทบาทของผู้ปกครองให้สามารถตรวจสอบบุคลากร ผู้บริหารในโรงเรียน หากมีการละเมิดเด็กผู้ปกครองมีสิทธิให้ตั้งกรรมการสอบ ไล่ออกได้ และอยากให้ พม.เร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบมากขึ้นว่าทุกองคาพยพพร้อมยืนหยัดเคียงข้างในวันที่เด็กถูกทำร้ายละเมิดสิทธิ” นางฐาณิชชากล่าว

ขณะที่ผู้ปกครองนักเรียน นายอัครพงษ์ บุญมี กล่าวว่า “เรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับลูกใครทั้งนั้น เด็กขนาดนี้คุณทำร้ายเขาได้อย่างไร สิ่งที่ต้องปรับคือโรงเรียนและระบบ ถ้าไม่ปรับก็ต้องปิดโรงเรียนไป อย่าปล่อยให้เด็กรุ่นอื่นๆ ต้องมาเจอชะตากรรมแบบนี้”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน