เยาวชนจังหวัดตรัง สืบสานมโนราห์โกลน – เพื่อร่วมอนุรักษ์ สืบสาน และถ่ายทอดสู่ประชาชนและเยาวชนคนรุ่นหลัง นายเชื่อง ไชยสงคราม ผู้ใหญ่บ้าน นำคณะมโนราห์โกลนชื่อว่า “สามสลึง ตำลึงทอง” ของ นายชู พรหมมี อายุ 76 ปี ชาวตำบลนาชุมเห็ดอ.ย่านตาขาว จ.ตรัง
มาจัดแสดงที่ลานวัฒนธรรม วังหินลาด ลำธารสร้างสุข หมู่ที่ 1 บ้านยูงงาม ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังแห่งหนึ่งของจังหวัดตรัง นับเป็นคณะมโนราห์โกลนที่เหลือเพียงคณะเดียวในจังหวัดตรัง หนึ่งในศิลปะการแสดงพื้นบ้านของชาวปักษ์ใต้ที่กำลังจะสูญหายไป

การแสดงมโนราห์โกลนดัดแปลงหรือเลียนแบบมาจากการแสดงมโนราห์จริง ทั้งการแต่งกาย ท่ารำ บทกลอน แต่เน้นมุขตลกขบขันเพื่อสร้างความสนุกสนานให้ผู้ชม เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายมีครบทุกประเภทเช่นเดียวกับมโนราห์จริง ทั้งเทริด พานโครง หรือรอบอก บ่าซ้าย-ขวา ปีกหน้า-ปีกหลัง หรือ หางหงส์ ทำจากวัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น ยกเว้นหางหงส์ที่จะไม่สวมไว้ด้านหลัง แต่จะผูกสวมไว้กับสะเอวด้านหน้าของตัวนักแสดง รวมทั้งมีการแต่งกายคล้ายสัตว์ต่างๆ บ้าง เช่น ลิง คางคก เสือ พฤติกรรมจะแสดงออกคล้ายสัตว์ตัวนั้น

ขณะที่เครื่องแต่งกาย อาทิ ลูกปัด จะนำเปลือกหอยหรือพลาสติกรูปทรงต่างๆ มาร้อยเป็นพวง รวมทั้งดินสอ หลอดกาแฟ ปากกา ไม้หนีบผ้า กระป๋องน้ำ ขวดนม สามารถนำมาตกแต่งเป็นเครื่องประดับตามร่างกายได้ทั้งหมด ส่วนการแต่งหน้าจะใช้สีต่างๆ ทา และทาปากสีดำ หรือแต่งหน้าให้แลดูขำขัน เมื่อขึ้นแสดงจะร่ายรำเลียนแบบท่ารำของมโนราห์จริง แต่จะเป็นท่ารำที่เก้ๆ กังๆ หรือพลิกแพลงให้เป็นท่ารำที่พิสดารออกไป การขับบทกลอนจะนำเรื่องในชุมชน ในชีวิตประจำวันหรือเหตุการณ์รอบงานมาแต่งเป็นบทกลอน โดยใช้เครื่องดนตรีชนิดเดียวกับมโนราห์จริงการแสดงดังกล่าวสร้างความสนุกสนานให้ผู้ชมโดยเฉพาะเด็กๆ เป็นอย่างมาก

นายปฏิภาณ พรหมมี ชั้น ม.5 โรงเรียนทุ่งหนองแห้งประชาสรรค์ เผยว่าฝึกฝนการรำมโนราห์โกลนมาตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 2 เหตุที่สนใจเพราะเป็นการแสดงที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ จะรำต่อไปและถ่ายทอดไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลานของตัวเองด้วย ไม่อยากให้สูญหาย
ด้าน นายภูเบศ สงพิน ชั้น ม.5 โรงเรียนสภาราชินี เล่าว่า “เพิ่งฝึกรำมโนราห์โกลนเมื่อไม่นานมานี้ อยากเชิญชวนวัยรุ่นทุกคนเห็นคุณค่าการแสดงศิลปวัฒนธรรมในท้องถิ่นตนเอง หากพบว่าเรื่องใดกำลังจะสูญหายให้เข้าไปมีบทบาท มีส่วนร่วมสืบสานหรือต่อยอดให้คงอยู่ต่อไป”