ไฟต์พิสดารจับคู่การต่อสู้แบบผสมผสาน “สาวสายบู๊” ดวลมวยข้ามรุ่นกับ “หนุ่มไซซ์เบิ้ม” ตัวใหญ่กว่า 3 เท่า โดนบี้ติดลูกกรง ก่อนจัดหมัดชุดแบบไม่ยั้งใส่หน้าหนุ่มอย่างสะใจ
การแข่งขันในครั้งนี้จัดขึ้นในประเทศรัสเซีย เป็น การต่อสู้ MMA หรือศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน ในครั้งนี้เป็นการดวลกันของสาวสายบู๊อย่าง ดารินา มาดซิยุก นักสู้ MMA มืออาชีพ ที่ขอข้ามเพศข้ามพิกัดมาท้าดวลกับ กริกอรี ชิสเตียคอฟ บล็อกเกอร์หนุ่มชื่อดัง ที่มีน้ำหนักมากถึง 240 กิโลกรัม ในขณะที่เธอมีน้ำหนักเพียง 63 กิโลกรัมเท่านั้น ภายใต้ชื่อการแข่งขันว่า “Our Business”

ด้วยขนาดตัวที่มีความแตกต่างกันขนาดนี้ ทำให้ผู้ชมคิดว่านี่มันคือไฟต์การแข่งขัน MMA ที่พิสดารที่สุดเท่าที่เคยจัดมา ซึ่งการต่อสู้ที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้ผิดคาดซักเท่าไหร่ เมื่อชิสเตียคอฟ ได้อาศัยร่างกายที่หนักมากกว่า 3 เท่าของคู่ต่อสู้ พยามไล่จับ และบดร่างของคู่ต่อสู้สาวเข้ากับลูกกรง ทำให้ทั้งคู่ไม่สามารถต่อสู้ได้อย่างถนัดจนกรรมการต้องเข้ามาแยก
แต่ไม่ว่าชิสเตียคอฟจะพยายามล็อกตัวเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล เพราะด้วยทักษะการต่อสู้ของมาดซิยุก มันทำให้เธอสามารถป้องกันตัวเองได้ดี และเธอได้เปรียบชิสเตียคอฟในด้านความเร็วทำให้เธอสามารถหลบรีบได้อย่างรวดเร็วก่อนรัวหมัดใส่บล็อกเกอร์หนุ่มเป็นชุด จนเขาทนไม่ไหวหมอบหนีหมัด แน่นอนว่ามาดซิยุก ไม่ได้ปราณีแต่อย่างใดเธอขึ้นคร่อมเขาจากด้านหลังก่อนแจกหมัดชุดแบบไม่ยั้ง จนในที่สุดชิสเตียคอฟก็ยกธงขาวแท็บเอาต์ขอยอมแพ้ไปอย่างหมดสภาพ


หลังจากจบไฟต์ดังกล่าวชิสเตียคอฟได้ยอมรับว่าเขาแพ้เพราะเขาอ้วนเกินไป และไม่ได้เตรียมแผนอื่นมาเลยนอกจากการลากมาดซิยุกให้กองกับพื้น แล้วเอาตัวทับเธอให้แบน แต่ผลก็ออกมาเป็นอย่างที่เห็น มาดซิยุก ไม่ล้มง่ายๆ เขาเลยไม่สามารถทำตามแผนได้ นอกจากนี้เขายังกล่าวว่าหลังจากนี้เขาจะลดน้ำหนัก และฝึกซ้อมให้ร่างกายแข็งแรงกว่าเดิมให้ได้
เมื่อภาพการแข่งขันดังกล่าวถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกโซลเชี่ยล ผู้คนส่วนใหญ่ก็ต่างวิจารณ์ไปต่างๆ นานา อย่างอดีตนักสู้หญิง UFC จูลี่ เคดซี ยังได้ออกมาแสดงความยินดี และชื่นชมในความกล้าหาญของมาดซิยุกว่า “เธอใช้ความกล้าหาญในการต่อสู้จนจบ ฉันหวังว่ามันจะเป็นอีกเส้นทางหนึ่งในชีวิตเธอ ความกล้าหาญของเธอในครั้งนี้ควรได้รับความชื่นชม”
อย่างไรก็ตามในการแข่งขันในไฟต์สุดพิสดารนี้ไม่ได้สร้างความประทับให้กับทุกคนซักเท่าไหร่ “นี่มันเหมือนละครสัตว์” “ผู้ชายคนนี้ไม่เหมาะสมที่จะขึ้นสู้” “มันเรียกว่ากีฬาไม่ได้” รวมทั้งมาร์ค ก็อดดาร์ด ผู้ตัดสิน UFC ได้กล่าวว่าการแข่งขันในครั้งนี้ว่า “น่าเบื่อ นี่คือสิ่งที่เราต้องเห็นในปี 2020หรือ?” มาร์คกลาวอีกว่า “เราพยามยามต่อสู้กับแนวคิด และความหมายเชิงลบที่ถูกเขียนขึ้นมาอย่างยาวนานโดยคนนอก แต่ไฟต์นี้สำหรับ MMA แล้วมันช่างน่าอับอาย น่าปวดหัว สุดจะบรรยาย”
ที่มา : nypost