แพทย์สูติ-นรีเวช อเมริกัน บริจาคสเปิร์ม ใช้ผสมเทียม ตลอดการทำงาน 40 ปี บางครั้งก็ไม่ได้แจ้งคนไข้ คาดว่าแพทย์คนนี้น่าจะมีลูกทางสายเลือดมากกว่า 100 คน

Grace Hospital / Historic detroit
เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ส.2563 เว็บไซต์ เดอะ ซัน นำเสนอข่าวว่า มีสูติ-นรีแพทย์คนหนึ่ง ชื่อ ฟิลลิป เพเวน บริจาคสเปิร์มของตนเอง บางครั้งก็ไม่ได้แจ้งคนไข้ ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา ทำให้เขามีบุตรทางสายเลือดเป็นจำนวนมาก
ดร. ฟิลิปเพเวน เป็นแพทย์ผู้ทำคลอดทารกราว 9,000 คนในช่วงชีวิตการทำงาน 40 ปีใน ดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน วันหนึ่งคนกลุ่มหนึ่งพบว่าพวกเขามีพันธุกรรมคล้ายกัน หลังจากทำการตรวจดีเอ็นเอ และตรวจข้อมูลทางออนไลน์ ซึ่งพบว่าพวกเขามีความเกี่ยวข้องทางพันธุกรรมกับดร.เพเวนซึ่งเป็นสูติ-นรีแพทย์ของพ่อแม่ของพวกเขา และพวกเขาเชื่อว่าเพเวนเป็นพ่อทางชีวภาพของพวกเขา
ไจม์ ฮอล์ ที่มีพันธุกรรมคล้ายกับดร.เพเวน ได้เข้าไปหา ดร.เพเวน ในเดือนธันวาคม พ.ศ.2563 เพื่อสอบถามสิ่งที่เกิดขึ้น ดร.เพเวน บอกว่าเขายอมรับว่าเขาเป็นพ่อของเธอ และบริจาคสเปิร์มของตนเองให้พ่อแม่ของเด็กทารก โดยบริจาคทั้งในฐานะผู้บริจาคอสุจิ และในการปฏิบัติทางการแพทย์ของเขาในฐานะ สูตริ-นรีแพทย์ พ่อแม่ของ ไจม์ เสียชีวิตแล้ว ไจม์ กล่าวว่าพวกเขาเชื่อว่าพ่อผู้ให้กำเนิดของเธอเป็นเพื่อนกับพ่อแม่ ที่บริจาคอสุจิแก่พวกเขาและไม่รู้ว่า ดร.เพเวน ใช้อสุจิของตัวเอง

Grace Hospital / Historic detroit
ไจม์ บอกว่าเธอตรวจพบว่า ดีเอ็นเอของเธอยังคล้ายคลึงกับพี่น้องมากกว่า 5 คนบนเว็บไซต์ 23andMe แต่เธอเชื่อว่าอาจมีพี่น้องที่เกิดจากอสุจิของ ดร.เพเวนอีกหลายร้อยคน พวกเราทุกคนเกิดในโรงพยาบาลเดียวกัน สูติบัตรของเราทุกคนแสดงว่าดร.เพเวน เป็น สูติ-นีแพทย์ แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นพ่อหรือผู้บริจาคสเปิร์ม ไจม์ วัย 61 ปีจาก ทราเวิร์ส ซิตี้ รัฐมิชิแกน กล่าว จากนั้นในเว็บไซต์ ฉันก็ค้นพบหลานชายคนหนึ่งของดร.เพเวน โดยเขามีดีเอ็นเอ ตรงกับฉัน ถึงร้อยละ 12.3 นั่นถือเป็นข้อพิสูจน์สุดท้ายที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ฉันมีดีเอ็นเอคล้ายกับ กับหลานชายของ ดร.เพเวน มากกว่าลูกสาวของลิน (พี่สาวของฉัน) เสียอีก

The Sun
ไจม์เล่าว่า พ่อแม่ของเธอไปพบ ดร.เพเวน ที่โรงพยาบาลเกรซ ในเมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน เพื่อขอความช่วยเหลือในการตั้งครรภ์ ในปีพ.ศ.2499 จอยซ์ได้ให้กำเนิดลินน์ พี่สาวคนโตของไจม์ และในปีพ. ศ. 2502 ให้กำเนิดไจ ทารกทั้งสองได้รับการทำคลอดโดยดร. เพเวน ไจม์ไม่เคยสงสัยในสายเลือดของเธอจนถึงปีพ.ศ.2551 เมื่อญาติคนหนึ่งบอกไจม์และลินว่าพ่อของพวกเขา ไม่ใช่พ่อแท้ๆ ต่อมาในปีพ.ศ. 2560 เธอได้ทำการทดสอบดีเอ็นเอ และพ.ศ.2562 เธอได้ทดสอบและค้นแผนภูมิครอบครัวของเธอโดยใช้บริการทดสอบและวิเคราะห์ทางพันธุกรรม จาก 2 แห่ง คือ ancestor.com และ 23andMe เธอกล่าวว่า “ฉันค้นพบว่าฉันเป็นชาวยิวอาชเคนาซีร้อยละ 50 แต่ไม่มีใครในครอบครัวของฉันมีเชื้ออัชเคนาซียิว มันไม่สมเหตุสมผลเลย เพราะ ลิน พี่สาวของฉัน ก็ไม่มีดีเอ็นเอของ อาชเคนาซียิวในการวิเคราะห์ดีเอ็นเอ นั้นทำให้ฉันเริ่มส่งข้อความถึงทุกคนที่ดูเหมือนจะมีดีเอ็นเอที่คล้ายคลึงกับฉัน

The Sun
ไจม์ได้พบกับดร.เพเวน และกล่าว ขอบคุณที่ทำให้เธอเกิดขึ้นบนโลก ดร.เพเวนถาม ไจม์ว่ารู้ได้อย่างไร ไจม์ก็บอกเขาเกี่ยวกับการตรวจดีเอ็นเอ ซึ่งดร.เพเวนกล่าวว่าเขาไม่ใช่หมอคนเดียวในโรงพยาบาลที่บริจาคสเปิร์ม แต่ยังมีแพทย์กลุ่มหนึ่งที่บริจาคด้วยเช่นกัน ดร.เพเวน บอกว่าเขาบริจาคสเปิร์มมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2490 ตั้งแต่เขาทำงานวิจัยในชิคาโกไจม์ กล่าวว่า เธอไม่ได้มองมันในแง่ลบ เพราะครอบครัวที่มาหาดร.เพเวน ต่างมาหาหมอเพื่อให้ช่วยเรื่องการตั้งครรภ์ เพราะอยากมีลูกที่แข็งแรงและฉลาด ดร.เพเวนกล่าวว่า ในอดีตกฎข้อบังคับรวมถึงจรรยาบรรณต่าง ๆ มีความแตกต่างจากปัจจุบัน

The Sun
อย่างไรก็ตามไจม์ รู้สึกว่าผู้คนมีสิทธิที่จะรู้ความจริงเกี่ยวกับความเป็นพ่อแม่ของตน ซึ่ง ดร.เพเวน ยอมรับว่าเขาทิ้งสเปิร์มของผู้บริจาคไป เนื่องจากมันไม่ผ่านการทดสอบคุณภาพ ไจม์กล่าวว่า “ใช่ ฉันคิดว่านี่อาจเป็นการหลอกลวงอย่างหนึ่ง เพราะมันเป็นการที่ไม่ได้บอกความจริงทั้งหมดกับคนไข้ ฉันคิดว่าคนเรามีสิทธิ์ที่จะค้นหาความจริง แต่ฉันก็เข้าใจว่า คงไม่ใช่ทุกคนที่อยากรู้ความจริง แต่ถ้าพวกเขาเลือกที่จะถาม ก็ควรได้รับอนุญาตให้รู้”

The Sun
คารี ลูกสาวแท้ๆ ของดร.เพเวน ยืนยันว่าพ่อของเธอบริจาคสเปิร์ม เมื่อถูกถามว่าพ่อของเธอเคยผสมเทียมกับผู้หญิงด้วยสเปิร์มของเขาโดยที่คนไข้ไม่รู้หรือไม่ คารีตอบว่า “ถ้าพวกเขาถาม พวกเขาจะได้รับการบอกความจริงอย่างแน่นอน เพราะไม่มีเหตุผลที่จะไม่บอกความจริง พวกเขาขอร้องให้แพทย์ช่วย พวกเขาต้องการเด็กทารก และพวกเขาก็ไว้วางใจให้แพทย์หาผู้บริจาคที่มีสุขภาพดีและฉลาด ขณะนั้นพ่อจะใช้อสุจิของตัวเองหากไม่สามารถหาตัวอย่างที่สดใหม่ได้ เพราะในสมัยนั้นยังไม่มีเทคโนโลยีการแช่แข็ง และ ฉันไม่รู้เลยว่าพ่อมีลูกไปแล้วกี่คน”