เป็นแม่ไม่ง่าย – “สิ่งแรกๆที่คิดคือ เราจะบอกลูกยังไงดีว่าพ่อหนูไม่อยู่แล้ว”
เราแต่งงานกับแฟนตอนอายุ 26 มีแต่เพื่อนที่ทำงานบอกว่าเร็วไป แต่เรามองว่าไม่เลย เพราะคบกันมาหลายปีแล้ว จนมาถึงวันนี้ ถึงแม้เราจะย้อนเวลาได้ เราก็จะเลือกทำแบบเดิม แต่งงานกับผู้ชายคนเดิม เราไม่เคยคิดว่าตัวเองตัดสินใจผิด และเราก็เป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลกที่ได้มีเขาเป็นคนรัก
เราคบกันตั้งแต่ช่วงใกล้เรียนจบ เขาเป็นคนน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย ไม่เคยก้าวก่าย ไม่เคยเร่งรัด ดูแลเอาใจเราทุกอย่าง ช่วยเหลือสนับสนุนเราด้านจิตใจ และครอบครัวเราก็รักเขามากเหมือนเป็นลูกเป็นหลานอีกคน
เราทำงานประจำแล้ว มีวันหยุดวันเดียวคือวันอาทิตย์ เพราะฉะนั้นวันว่างที่ตรงกันในสัปดาห์หนึ่งเราจะพยายามใช้เวลาร่วมกันให้มากที่สุด ในวันอื่นๆก็แชทบ้างโทรบ้างคุยกันตลอด เราเคยชินกับการได้แชร์ชีวิต แชร์เวลากัน จนโดนล้อบ่อยว่าติดแฟน บางทีเลิกงานก็นัดเจอกันพากันไปกินข้าวด้วยกันแล้วเขาจะพามาส่งบ้าน ทำแบบนี้ตลอด
พอตัดสินใจแต่งงานกันได้สองปี ก็ปล่อย เลิกคุมกำเนิด ลูกก็มาเลย แฟนเราดีใจมาก ตอนที่หมออัลตร้าซาวน์ เขาเห็นลูกในท้องครั้งแรก เขาดีใจจนน้ำตาไหล เราจำได้ว่าเราหัวเราะด้วย
อาหารการกินอะไรที่เขาว่าบำรุง แฟนเราหามาให้กินทุกอย่าง รอลูก ยิ่งรู้ว่าเป็นลูกสาวเขาก็ยิ่งดีใจถนอมเราสองแม่ลูกมาจนใกล้คลอด เขาบอกให้เราลาคลอดก่อนเลยหนึ่งเดือน ลูกจะได้ปลอดภัย เราก็ทำตามที่เขาว่า ถึงแม้ตอนนั้นยังไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะอยากเก็บวันลาคลอดไว้อยู่กับลูกช่วงหลังคลอดมากกว่า

วันที่ลูกสาวเราคลอด แฟนเราวิ่งวุ่นไม่ได้หลับได้นอน เราคลอดแบบปกติไม่ได้เพราะลูกไม่กลับหัว หมอเลยให้ผ่าคลอด เราฟื้นมาอีกที เจอแฟนนั่งเครียดรออยู่ข้างๆ พอพยาบาลเข็นลูกมาให้ดู เขาก็เรียกลูกด้วยชื่อที่เขาเรียกมาตั้งแต่อยู่ในท้อง แฟนบอกเราว่าแอบไปเปิดตำราตั้งชื่อจริงลูกมาไว้เรียบร้อยนานมากแล้ว แต่ไม่กล้าบอกเพราะพ่อแม่เชื่อโชคลาง ไม่ให้รีบตั้งชื่อจริง ให้รอลูกคลอดปลอดภัยก่อน คือเห่อลูกมากๆ
พอกลับมาอยู่บ้านกัน เราเลี้ยงลูกเองเต็มที่ แม้จะยังเจ็บแผลผ่าตัด แฟนพยายามช่วยเลี้ยงตลอด เลิกงานก็มาช่วยทั้งๆที่เหนื่อย กลับบ้านมาก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ามาดูลูกเล่นกับลูกก่อน เขาทำได้หมด อาบน้ำลูก เปลี่ยนผ้าอ้อม กล่อมลูกนอน พาลูกอุ้มเดิน โตมาหน่อยก็พาเที่ยว ป้อนข้าวป้อนน้ำ

จนวันที่ลูกเริ่มพูด เราไม่น้อยใจเลยสักนิด ที่ลูกเรียกพ่อได้ก่อนแม่ ดีใจด้วยซ้ำเพราะพ่อของลูกรักลูกมากจริงๆ แล้วลูกสาวเราขี้อ้อนมาก ซบ อ้อน มีอะไรก็ยกมือเรียกแต่พ่ออุ้ม พอพูดคล่องขึ้นก็พ่อจ๋าพ่อจ๋า ร้องเพลงด้วยกัน เล่านิทานกันอ่อนโยนมากหน้าตาน่ารักสมใจพ่อเขาเลย
เขาพูดกับเราตลอดว่าขอบคุณนะที่มอบของขวัญอันมีค่าที่สุดให้ เขามีความสุขมากที่ได้อยู่กับเรากับลูก เรายังคิดเสมอว่าชาติที่แล้วเราคงทำความดีไว้มาก ถึงได้มาเจอกับคนดีๆแบบนี้ เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ ไม่เจ้าชู้ และรักครอบครัวมากๆ เรามีความสุขมากจนบางทีแอบคิดว่าเราฝันไปหรือเปล่า
แล้วก็เหมือนฟ้าผ่ากลางหัวเลย ตอนที่โรงพยาบาลโทรมาแจ้งว่า แฟนเราเสียชีวิตแล้ว ด้วยอาการหัวใจล้มเหลว
ทีแรกเราไม่เชื่อ เพราะแฟนเรายังอายุไม่มาก และไม่มีวี่แววว่าจะมีโรคประจำตัวอะไรมาก่อน ถึงแม้ว่าเขาจะมีน้ำหนักมาก ตัวใหญ่ แต่ก็ดูแข็งแรงดี วันนั้นลูกยังอยู่ที่โรงเรียน เราเลยขับรถไปที่โรงพยาบาลก่อนยังไม่บอกใคร เพราะตอนนั้นยังไม่เชื่อ แต่พอไปเห็นเขานอนอยู่บนเตียง มีม่านกั้น เราทำใจไม่ได้ กอดเขาร้องไห้โฮเลย

เพื่อนที่ทำงานบอกว่าเขานั่งอยู่ดีๆก็ปวดว่าหายใจไม่ออกเจ็บหน้าอก แล้วก็ฟุบไป ปากเขียว ที่ทำงานพยายามปั๊มหัวใจ เรียกรถพยาบาลแต่ก็ไม่ทัน
กว่าเราจะทำความเข้าใจได้ว่าเขาไปแล้ว เวลาก็ผ่านไปนาน แม่เราโทรมาตาม เราร้องไห้ใส่โทรศัพท์ แม่บอกว่าจะรีบพาลูกมาโรงพยาบาล อย่างแรกที่เราคิดคือจะบอกลูกยังไงว่าพ่อไม่อยู่แล้ว เพราะลูกสาวรักพ่อมาก
รายละเอียดในวันนั้นมันเจ็บปวดมาก ลูกรับไม่ได้ และใช้เวลาหลังจากนั้นนานมากกว่าจะกลับมาพูดคุยปกติได้อีก ชีวิตของแม่เลี้ยงเดี่ยว ไม่ได้มีอะไรยากกว่าการทำใจยอมรับว่าต้องอยู่ต่อในโลกที่ไม่มีเขา
เราไม่ปิดกั้นความรู้สึก เราพูดกับลูกตรงๆว่าเราเองก็เจ็บปวด เรากับลูกสาวเยียวยากันและกัน ถึงแม้ตอนนี้จะเรียกว่ากลับมามีความสุขเต็มร้อยยังไม่ได้ แต่เราก็อยู่กันมาได้ดี อยากให้แฟนเราที่อยู่บนฟ้าถ้ารับรู้ได้ ไม่ต้องห่วง เราจะเลี้ยงลูกให้ดีที่สุด และมีความสุขให้มากที่สุด อยากขอบคุณเขาที่เป็นพ่อที่ดี คนรักที่ดี และเคยมอบช่วงเวลาดีๆให้กันค่ะ
ขึ้นหนึ่งค่ำ
คุณแม่ท่านหนึ่ง กรุงเทพมหานคร
ภาพ Pixabay