เป็นแม่ไม่ง่าย – “RSV ทำให้ลูกเราพอเป็นหวัด ต้องระวังมากขึ้น เพราะมันจะส่งผลรุนแรงกว่าเด็กที่ไม่เคยเป็น”

แม่คนอื่นมีลูกที่แข็งแรงและคงจะว่าเราเมื่ออ่านจบ ก็ขอให้ข้ามไปเลยนะ ไม่ต้องอ่าน แต่แม่ที่ไม่อยากให้ลูกตัวเองเป็นอย่างลูกเราก็เสียเวลาสักนิด

เราไม่ใช่แม่เลี้ยงเดี่ยว เรามีสามีและพ่อเด็กก็เป็นสามีที่ดีด้วย ตั้งแต่พอรู้ว่าเราตั้งท้องก็ขอให้ลาออกจากงานประจำมาอยู่บ้าน เราบอกว่าตัวเองจะขยันกว่าเดิม จะเป็นคนหาเงินมาสำหรับอนาคตเราแม่ลูกเอง แต่เรารับแต่ความหวังดีของสามี เรายังทำงานบริษัทฯจนกระทั่งวันคลอด แต่จากนั้นเราค่อยลาออกมาอยู่บ้าน เลี้ยงลูกด้วยตัวเอง ไม่มีพี่เลี้ยง พี่เลี้ยงคือสามีที่ตื่นมากลางดึก ช่วยเราชงนมลูก หยิบนั่นหยิบนี่ตอนที่เราขอ เขาลาคลอดเดือนแรกตามสิทธิ์ที่บริษัทที่เขาทำงานให้พ่อลาหยุดช่วยดูแลลูกได้ 1 เดือนหลังภรรยาคลอด สามีช่วยเราได้มากๆ เลยในช่วงเดือนแรก เราได้งีบหลับ แม้คนเป็นแม่จะหลับไม่เต็มอิ่มในตอนแรกด้วยความที่ห่วงลูก คนเป็นแม่คงเข้าใจ แต่สามีเราก็ช่วยได้มาก หลังผ่านไปสองอาทิตย์ เราอุ่นใจเมื่อเวลาลูกต้องอยู่กับพ่อเขา หลับได้สนิทมากขึ้น หลับได้ยาว

หลังครบเดือนสามีก็ขอลาอีกสองอาทิตย์ โดยใช้สิทธิ์ทุกสิทธิ์ที่มี ทางหัวหน้าเขาก็ดี อนุญาตให้ แต่เขาก็ยังทำงานอยู่กับบ้านในบางเรื่องที่เขาต้องตัดสินใจ ลูกน้องโทรมารายงาน เพื่อนที่ทำงานโทรมาบอก ในยุคนั้นที่ยังไม่มีเรื่องวีดีโอคอล อินเตอร์เน็ตเพิ่งเข้ามาในบ้านเราไม่นาน แต่สุดท้ายเขาก็กลับไปทำงานตามปกติ แต่เขาก็กลายเป็นสามีคนใหม่ กลับบ้านตรงเวลา ไม่เคยสังสรรค์อะไรกับเพื่อนเลย มีเวลาให้ลูกให้เมียเต็มที่

วันหยุดไม่เคยไปไหนเลย อยู่กับลูกเมียตลอด

นี่เราพูดปูพื้นให้เห็นว่า แม้เราจะให้เวลาลูกอย่างเต็มที่ มีสามีที่ดี คอยช่วยเหลือทุกเรื่อง เป็นกำลังใจตลอด แต่ถ้าเรามีวิธีเลี้ยงลูกที่ผิดไป ทุกอย่างก็ใช่ว่าจะออกมาสวยหรู

ลูกเราตอนแค่หกเดือนเขามีไข้สูง ไอด้วย เราก็พาไปหาหมอโรงพยาบาลที่เขาเกิดและฉีดวัคซีนมาตลอด ไปถึงโรงพยาบาลเช็ดตัวแล้ว อาการไอก็มากขึ้น มีเสมหะด้วยก็แปลกใจ ทำไมเร็ว ลูกซึมลง หมอฟังปอดแล้วบอกว่ามีเสียงวิ๊ดด้วย หมอให้แอดมิด เพราะเกรงว่าจะลงปอด ทำให้ปอดอักเสบ

หมอสรุปว่าเป็น RSV ลูกนอนจนไข้ไม่มี ได้กลับบ้าน ตอนแรกเราก็อุ่นใจ แต่พอกลับมาได้ไม่ถึงสองอาทิตย์ลูกก็มีไข้สูงอีก เราก็พาไปหาหมอ ลูกมีอาการเหมือนเดิมเลย คราวนี้มีอาการลงปอดด้วยแล้ว ลูกปอดบวม ต้องนอนพักที่โรงพยาบาลเกือบสิบวัน เราก็คุยกับหมอหาสาเหตุ

จนที่สุดก็เจอว่า ลูกน่าจะติดเชื้อมาจากปู่ย่าของเขามาเยี่ยมแล้วชอบหอมแก้มฟัดเขา ลุงป้าก็ชอบทำเหมือนกัน เวลาอุ้มก็ไม่ได้ล้างมือให้สะอาด หมอแนะนำให้คนมาเยี่ยมอย่ากอดหอมฟัด ล้างมือให้สะอาด ไม่จำเป็นอย่าให้คนแปลกหน้าอุ้มหรือหอม เพราะเด็กเล็กมีภูมิต้านทานโรคต่ำ ให้หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด คนเยอะ ฝุ่นเยอะ เพราะถ้าเกิดมีเชื้อโรคอาจจะเจ็บป่วย และส่งผลกระทบที่รุนแรงกว่าในผู้ใหญ่ที่มีภูมิต้านทานโรคมากกว่า แต่เรื่องพาไปไหนต่อไหน เราไม่พาไปอยู่แล้ว แต่เรามองข้ามเรื่องญาติมาเยี่ยมแล้วชอบอุ้มขึ้นมาหอมกอดฟัดอะไรแบบนี้

เราจัดการทำความสะอาดบ้านยกใหญ่เลย เปิดบ้านให้อากาศถ่ายเท ปลอดโปร่ง

RSV ทำให้ลูกเราพอเป็นหวัด ต้องระวังมากขึ้น เพราะมันจะส่งผลรุนแรงกว่าเด็กที่ไม่เคยเป็น ต้องระวัง พอมีไข้ต้องรีบเช็ดตัว เราพาไปหาหมอเลย ขอหมอแอดมิดเลย เพราะเราซื้อประกันสุขภาพให้ลูก

ที่เราจะบอกในข้อนี้ก็คือ เด็กเล็กมีภูมิต้านทานโรคต่ำกว่าคนวัยอื่น อย่าประมาท โดยเฉพาะเรื่องความสะอาด

เรื่องความประมาทนี้เราเกิดอีกเรื่องคือ สามีเรา พ่อเขาชอบอุ้มลูกเหวี่ยงแกว่งไปมา ลูกก็ชอบใจหัวเราะ สามีเราก็ยิ่งทำอีก ครั้งหนึ่งพอทำแล้วลูกเงียบไป เขาก็ตกใจ จากนั้นลูกก็ร้องได้เสียงดัง สามีเราพาลูกมาหาเรา เราก็สังเกตว่า แขนข้างซ้ายลูกทำไมนิ่ง ไม่เคลื่อนไหว เลยรีบพาไปหาหมอ

ปรากฏว่า ไหล่ลูกเราหลุด!

หมอตำหนิสามีเรา เขาก็สลด ขอโทษทั้งลูก ทั้งหมอทั้งเรา หมอบอกว่าไม่ควรเล่นอะไรแบบนี้กับเด็กเล็ก นี่เป็นอีกข้อที่ขอห้ามเลย หมอบอกว่า เคยมีเด็กหล่นแล้วกระทบถึงสมองมาแล้ว เด็กบางคนกลัว มันจะฝังไปในหัวเขาเลย จนทำให้กลัวกับการเคลื่อนไหวเร็วๆ ไม่ควรทำอย่างนี้กับทารกและเด็กเล็กกับเรื่องการเล่นโยนลูกขึ้นลง แกว่งไปมา เราเห็นพ่อลูกหลายคนชอบเล่นกับลูกแบบนี้ สมองเด็กเล็กยังบอบบาง อาจได้รับแรงสั่นสะเทือน จนอาจเกิดผลกระทบหรือมีอาการบาดเจ็บในสมองตามมาได้

ข้อต่อมาที่เราให้ไว้เป็นอุทาหรณ์ คือการเลือกใช้พวกน้ำยาซักผ้า ปรับผ้านุ่ม อาบน้ำ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับเด็ก ผิวของเด็กเล็กบอบบางมาก ไม่ว่าจะเป็นพวกผลิตภัณฑ์อาบน้ำ ซักผ้า ล้างอุปกรณ์ ควรเลือกใช้เฉพาะสำหรับเด็กเล็ก ไม่ควรใช้ของผู้ใหญ่เลย

ลูกเราเป็นผื่นแพ้เลย ตอนแรกเราก็ใช้สำหรับเด็กแล้วนะ แต่ลูกก็ยังมีผื่น คือว่าอันแรกต้องดูว่าลูกเป็นผื่นกระจายตามตัว หรือเป็นผื่นตามจุดต่างๆ หรือมีแค่จุดเดียว เทคนิคการสังเกตง่ายๆ ถ้าลูกน้อยเกิดอาการผื่นแพ้ที่บริเวณใดของร่างกาย แปลว่าบริเวณนั้นได้มีการสัมผัสกับสิ่งที่ก่อให้เกิดการแพ้ ถ้าเป็นผื่นบริเวณที่สัมผัสถูกผ้า ก็อาจจะแพ้น้ำยาปรับผ้านุ่มหรือน้ำยาซักผ้า ถ้าเป็นทั่วทั้งตัวก็อาจแพ้โลชั่นทาผิว หรือถ้าหนังศีรษะของลูกแห้งและผมแห้งกร้าน อาจแพ้ยาสระผม

ให้ลองทดสอบด้วยการซักผ้าด้วยน้ำเปล่า โดยไม่ใช้น้ำยาซักผ้าหรือน้ำยาปรับผ้านุ่ม ถ้าลูกแพ้น้ำยาซักผ้าจริง ภายใน 3 วัน การใส่เสื้อผ้าที่ไม่ได้ซักด้วยสารเคมี ก็จะทำให้ผื่นลดลงและมีอาการดีขึ้น นั่นแสดงว่าต้องค้นหาน้ำยาซักผ้าธรรมชาติหรือออแกนิคมาใช้แทน ถึงจะมีราคาแพงกว่า แต่ก็ดีกว่าให้ลูกแพ้

ลูกเราติดรสหวานมาก ทุกวันนี้ลูกอายุสิบสามแล้ว แต่กินหวานมาก คือตอนเด็กๆ เขาไม่ชอบกินข้าวเท่าไหร่ กินแต่นม พอกินนม เราให้กินนมหวาน เขากินดีด้วย เราก็ให้กินนมรสหวาน รสจืด รสอื่นเขาไม่ชอบกินเลย เราเห็นลูกกินได้ก็ให้กิน พวกขนมหวานพวกนั้นด้วย เขากินจนติดรสหวาน หลังอาหารต้องกินพวกชานมไข่มุก น้ำอัดลม ขนมเค้ก บิงซู ช็อกโกแลต หมอบอก น้ำหนักเขาขึ้นมาก เพราะกินแต่ของหวาน ตอนสิบขวบหมอเลยบอกต้องเปลี่ยนนิสัยแล้ว

ตอนแรกก็ค่อยๆ ให้ลดความหวานในอาหารลง เลิกกินของหวานหลังอาหารทุกมื้อ ลองลดของหวานในมื้อเย็นและบริโภคของหวานในเวลากลางวันแทน หรือถ้าหลังอาหารเย็นมีความอยากของหวานจริงๆ ให้เปลี่ยนเป็นผลไม้ แอปเปิ้ล ส้ม สาลี่ สับปะรด หรือแตงโมที่มีน้ำเยอะๆ จะได้ชื่นใจ

เปลี่ยนจากการรับประทานน้ำหวานเป็นน้ำเปล่า หรือถ้าไม่ไหวจริงๆให้เลือกน้ำผลไม้คั้นสด หรือน้ำผลไม้ปั่นแบบไม่ใส่น้ำตาลเพิ่ม เพราะในผลไม้มีน้ำตาลธรรมชาติอยู่แล้ว ส่วนเวลาบ่ายๆ ก็เปลี่ยนเป็นดื่มชาใส่นม หรือโยเกิร์ตพร้อมดื่มแบบปราศจากน้ำตาลก็ได้ #

ขึ้นหนึ่งค่ำ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน