ไรอัน คานัวฟ์ นักสกายไดฟ์วิงชาวเนบราสกา สหรัฐอเมริกา ได้สร้างสถิติโลกครั้งใหม่ด้วยการดิ่งพสุธาติดต่อกัน 60 ครั้งภายใน 24 ชั่วโมง แบบล่อนจ้อน ไม่มีเสื้อผ้าปกปิดส่วนใดของร่างกาย มีเพียงอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยเท่านั้น
ซึ่งการกระทำทั้งหมดนี้เขาทำไม่ได้ทำไปเพราะความเพี้ยนหรือความบ้าบิ่นภายในตัว แต่เขาทำเพื่อระดมเงินให้กับมูลนิธิ Movember ที่จะช่วยเหลือเยียวยาสุขภาพจิตและป้องกันการฆ่าตัวตาย เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้นคานัวฟ์ได้สูญเสียสมาชิกในครอบครัวและเพื่อนอีกหลายคนที่ตัดสินใจจบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย

“เพื่อนของผมพ่ายแพ้ในการต่อสู้กับสุขภาพจิตของตนเอง และเขาใกล้จะกระโดดร่มได้ครบร้อยครั้ง ใกล้พอที่จะทำให้เขาพูดถึงการกระโดดร่มตลอดเวลา แต่เขาก็ไม่ได้ทำมัน ดังนั้นผมจึงอยู่ที่นี่เพื่อเขาและคนอื่นอีกมากมายที่ผมสูญเสียไป” คานัวฟ์กล่าว
ทำให้คานัวฟ์ได้ติดต่อไปยัง Guinness World Records เพื่อค้นหาว่าเขาต้องกระโดดร่มแบบเปลือยกายกี่ครั้งภายใน 24 ชั่วโมงจึงจะได้รับการบันทึกหรือทำลายสถิติได้ ก่อนจะได้รับแจ้งมาว่าหากเขาสามารถกระโดดได้ 25 ครั้ง และเขาจะได้รับการบันทึกอย่างเป็นทางการ ซึ่งยังไม่มีใครเคยทำมาก่อน
“ผมใช้ความหลงใหลและสิ่งที่ผมสามารถทำได้ในชีวิต ซึ่งนั่นก็คือสกายไดฟ์วิงที่ ผมรักมันมากกว่าอะไรในชีวิต ผมนั่งคิดว่าผมจะช่วยอะไรได้บ้าง” คานัวฟ์กล่าว

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา คานัวฟ์ ก็ได้สร้างสถิติโลกครั้งใหม่ที่บริเวณ Weeping Water Airport โดยกระโดดครั้งแรกตั้งแต่เวลาตีสี่ครึ่ง ก่อนจะกระโดดครั้งสุดท้ายในเวลาสามทุ่ม ซึ่งเขาสามารถกระโดดได้มากถึง 60 ครั้ง มากกว่าจำนวนที่เขาต้องทำลายสถิติไปถึง 2 เท่า โดยเขานั้นใช้เวลากระโดดประมาณรอบละ 10-11 นาที ตั้งแต่เครื่องบินเริ่มขึ้นฟ้า จนกระทั่งเท้าของเขาแตะพื้น นั่นหมายความว่าภายในหนึ่งชั่วโมงเขาสามารถกระโดดได้ประมาณ 6 ครั้ง

แน่นอนว่าเขาไม่ได้ทำสิ่งนี้สำเร็จเพียงลำพัง มีอาสาสมัครที่มีประสบการณ์การบินหลายสิบปีพาเขาขึ้นไปบนเครื่องบินสองลำที่แตกต่างกัน เพื่อนนักกระโดดร่มใช้เวลาทั้งวันในการแพ็คและบรรจุร่มชูชีพใหม่ ทั้งยังมีพยาบาลคอยดูแลไม่ให้เขาออกแรงมากเกินไป และเต็นท์บนพื้นก็เต็มไปด้วยผู้สนับสนุนที่อยู่ เพื่อให้กำลังใจเขา
คานัวฟ์กล่าวว่าหากไม่มีทีมงาน กละการสนับสนุนจากพวกเขาเหล่านั้น เขาก็ไม่แน่ใจว่าจะทำภารกิจนี้ได้สำเร็จหรือไม่ “เป็นเรื่องที่น่ายินดีมากที่เพื่อนของผม และคนที่ผมห่วงใยพร้อมที่จะใส่ใจในสิ่งที่ผมกำลังจะทำ” คานัวฟ์กล่าว “พวกเขาไม่ได้มาที่นี่เพียงเพื่อสนับสนุนผม แต่อยู่ที่นี่เพื่อสนับสนุนสิ่งที่เรากำลังทำ และความแข็งแกร่งที่เราทุกคนมีในชุมชนนี้เป็นสิ่งที่ฉันคิดว่าโลกต้องการ”
