ปัจจุบัน คู่สมรสหลายคู่ประสบภาวะมีลูกยากกันมากขึ้น ซึ่งอาจมาจากปัจจัยด้านสุขภาพ ความสมบูรณ์ของฟองไข่ผู้หญิง ความแข็งแรงของสเปิร์มผู้ชาย หรืออายุที่มากขึ้นก็ได้ เทคโนโลยีเด็กหลอดแก้ว ICSI ถือว่าเป็นอีก 1 ทางเลือกในการเพิ่มความสำเร็จของการตั้งครรภ์ จึงเข้ามามีบทบาทในการเติมเต็มในหลายครอบครัวมากขึ้น

ปัจจัยการมีลูกยากสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งจากฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย โดยในฝ่ายชายจะเกี่ยวข้องกับโรคประจำตัวและคุณภาพน้ำเชื้อ เพราะฉะนั้นการตรวจคุณภาพและคัดสเปิร์มที่สมบูรณ์ จะช่วยเพิ่มโอกาสการมีลูกได้ ในขณะที่ฝ่ายหญิงมีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายด้าน เช่น มดลูกผิดปกติ ท่อนำไข่ตัน มีปัญหาเรื่องการตกไข่ รังไข่เสื่อมตามอายุ หรือมีโรคประจำตัวบางอย่าง หากมีปัจจัยเหล่านี้ การเข้ารับการรักษาโดยการกระตุ้นไข่ เก็บไข่แช่แข็ง และทำเด็กหลอดแก้ว อาจช่วยให้ประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์มากยิ่งขึ้น

แพทย์หญิงศรมน ทรงวีรธรรม สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ V Fertility Center แนะนำว่า “ในผู้หญิงที่ไม่พร้อมจะมีลูกตอนนี้ แต่ต้องการมีลูกในอนาคต หรือผู้หญิงที่มีปัญหาด้านสุขภาพและต้องเข้ารับการรักษาใด ๆ ที่อาจเกิดความเสียหายต่อเนื้อรังไข่ ควรใช้วิธีฝากไข่แช่แข็งไว้ก่อน ซึ่งเป็นการคงสภาพเซลล์ไข่ในขณะที่อายุยังน้อย โดยอายุที่เหมาะสมกับการเก็บไข่ คือช่วง 20 – 35 ปี เพราะเป็นช่วงที่มีปริมาณไข่มาก และมีคุณภาพดี ซึ่งเทคโนโลยีในปัจจุบันสามารถแช่แข็งเซลล์ไข่ได้นานเกิน 10 ปี ในต่างประเทศมีรายงานเด็กที่เกิดจากเซลล์ไข่ที่แช่แข็งเป็นเวลา 14 ปี ซึ่งการแช่แข็งเซลล์ไข่ ไม่ได้ทำให้เกิดความผิดปกติในทารก และไม่ส่งผลเสียต่อการตั้งครรภ์อีกด้วย”

สำหรับไข่ที่ผ่านการแช่แข็งมาแล้ว จะถูกนำมาใช้เพื่อทำเด็กหลอดแก้ว โดยวิธีการ ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) ซึ่งเป็นการปฏิสนธินอกร่างกาย โดยจะคัดเลือกอสุจิ 1 ตัว เพื่อเจาะเข้าไปในฟองไข่โดยตรง ทำให้เพิ่มโอกาสสำเร็จมากกว่าวิธีอื่นๆ แพทย์หญิงวนากานต์ สิงหเสนา สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ V Fertility Center กล่าวว่า “เมื่อปฏิสนธิจนได้ตัวอ่อนมาแล้ว ตัวอ่อนนั้นจะถูกเลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุมอย่างเหมาะสม ทั้งอุณหภูมิและแก๊ส ซึ่งในปัจจุบัน V Fertility Center มีเทคโนโลยีตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อน (Embryoscope) โดยไม่จำเป็นต้องเปิดดูการเจริญเติบโตของตัวอ่อนตลอดเวลา ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเสียสมดุลของสภาพแวดล้อมในการเลี้ยงตัวอ่อนได้ เทคโนโลยีตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อน (Embryoscope) จะใช้กล้องที่ติดตั้งอยู่ภายในเป็นตัวมอนิเตอร์ตัวอ่อน โดยจะมีการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนจนถึงอายุ 5 วัน หรือที่เรียกว่าระยะบลาสโตซิส ซึ่งเป็นระยะที่ตัวอ่อนมีความพร้อม มีความแข็งแรงเพียงพอในการถูกย้ายเข้าไปฝังในโพรงมดลูกของผู้หญิง เพื่อตั้งครรภ์ต่อไป

ด้านนายแพทย์วรวัฒน์ ศิริปุณย์ สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ V Fertility Center อธิบายเพิ่มเติมว่า “ในขั้นตอนของการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน นักวิทยาศาสตร์และห้องแล็บมีส่วนสำคัญอย่างมาก โดย V Fertility Center มีห้องแล็บเป็นของตัวเอง ซึ่งจะช่วยควบคุมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการเลี้ยงตัวอ่อน เช่น อุณหภูมิ ความชื้น แสงสว่าง และภาวะกรดด่าง ได้ตลอดเวลา ลดความเสี่ยงในการกระทบกระเทือนต่อตัวอ่อนระหว่างขนส่งไปห้องแล็บที่อื่น ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์ของ V Fertility Center ก็ได้รับการรับรองจากสมาคมด้านการเจริญพันธุ์และการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนแห่งยุโรป (ESHRE : European Society of Human Reproduction and Embryology) ซึ่งเป็นสมาคมที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก จึงมีประสิทธิภาพในการดูแลไข่ อสุจิ ตัวอ่อน รวมถึงทุกกระบวนการของการทำเด็กหลอดแก้ว ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดและแม่นยำสูง”

ประสบการณ์การทำเด็กหลอดแก้ว แบบไม่ต้องพึ่งปาฏิหาริย์

Fertility Center ทันทีเลย เพราะที่แห่งนี้เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในการได้ทำหน้าที่แม่ หลังจากที่พยายามมีลูกด้วยวิธีธรรมชาตินานถึง 2 ปี จนตัวเองอายุ 33 ปี ” คุณตาล – เกศรา วาณิชวัฒนกุล หนึ่งในเสียงผู้ใช้บริการทำเด็กหลอดแก้ว ICSI ที่ V Fertility Center ที่เริ่มผลิตทายาทเมื่ออายุเข้าสู่วัย 30 กว่า และพบว่าตัวเองมีปัญหาสุขภาพที่เกือบจะสายเกินแก้ นั่นก็คือปัญหามดลูกพิการ คือมีผนังกั้นกลางโพรงมดลูก และเนื้องอกมดลูก ทำให้ตัวอ่อนติดไม่ดี และอาจเกิดการแท้งได้ง่าย จึงได้รักษาที่ V Fertility Center โดยการกระตุ้นไข่ 1 ครั้ง เพื่อเก็บไข่มาผสมกับอสุจิให้ได้เป็นตัวอ่อน แล้วเลี้ยงตัวอ่อนเก็บเอาไว้ก่อน จากนั้นจึงจัดการปัญหามดลูกพิการให้กลับมาพร้อม สำหรับการย้ายตัวอ่อนกลับไปฝังที่มดลูก

คุณตาล – เกศรา กล่าวเพิ่มเติมว่า “ก่อนหน้านี้ตาลอาศัยอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย จึงได้ไปปรึกษาแพทย์และทำเด็กหลอดแก้ว ICSI ที่นั่น แต่ด้วยขั้นตอนต่าง ๆ ที่ยุ่งยาก ตาลจึงตัดสินใจกลับมารักษาที่ประเทศไทย โดยมีหลายคนแนะนำให้มาทำที่ V Fertility Center ซึ่งพอตาลได้ศึกษาข้อมูลเพิ่มก็พบว่าที่นี่เป็นโรงพยาบาลแรกของโลกที่ได้ ที่ได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐานรายโรค หรือ CCPC ด้านเทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร จากสถาบัน Joint Commission International หรือ JCI สหรัฐอเมริกา ทำให้ตาลมั่นใจใน V Fertility Center ว่าจะช่วยให้ตาลได้มีลูกสมใจ แบบไม่ต้องพึ่งปาฏิหาริย์ ตาลรู้สึกประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่มา เพราะสถานที่มีความเป็นส่วนตัว ขั้นตอนต่าง ๆ ก็สามารถทำได้เองทั้งหมด ไม่ต้องถูกส่งต่อไปที่อื่น และที่สำคัญคือคุณหมอให้คำแนะนำแบบละเอียด อธิบายและวาดภาพจนเราเข้าใจปัญหาของตัวเองและกระบวนการที่เราต้องรักษา กรณีของตาลทำเด็กหลอดแก้ว ICSI 1 ครั้ง และย้ายตัวอ่อนทั้งหมด 3 ครั้ง 2 ครั้งแรกไม่สำเร็จ แต่ครั้งสุดท้ายตาลก็สำเร็จในการตั้งครรภ์ลูกแฝด จนถึงวันนี้น้องทั้ง 2 คน มีพัฒนาการสมวัย แข็งแรงทั้งคู่ ต้องขอบคุณ V Fertility Center ที่ทำให้ครอบครัวเราสมบูรณ์แบบอย่างที่ตั้งใจ ”

มีผลการศึกษามาโดยตลอดและพบว่า เด็กคนแรกที่เกิดจากการทำเด็กหลอดแก้ว ตอนนี้อายุ 40 กว่าปี และทั่วโลกมีเด็กที่เกิดจากวิธีนี้มากกว่าล้านคน ซึ่งทุกคนมีสุขภาพดี แข็งแรงเทียบเท่าเด็กที่เกิดจากธรรมชาติ เพราะฉะนั้น การทำเด็กหลอดแก้วจึงถือว่าเป็นอีกเทคโนโลยีที่ช่วยเติมเต็มชีวิตครอบครัวและเป็นวิธีตอบโจทย์คู่รักที่มีลูกยาก

V Fertility Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อมีการบุตร
โทร.082 – 903 – 2035
ไลน์ : @vfertilitycenter
เฟซบุ๊ก : V Fertility Center-ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน