สุดคุ้ม! คู่รักยิ้มแก้มปริ ซื้อต้นไม้ใบเหลืองที่หลาย ๆ คนคิดว่าใกล้ตายเพียง 528 บาท ขายได้กำไรใบละเกือบหมื่น
กระแสการปลูกต้นไม้กำลังมาแรง ทำเอาราคาต้นไม้ดีดตัวขึ้นสูงที่สุดในประวัติการณ์ทั้งไทยและต่างประเทศ ดังเดอะซันรายงาน คู่รักตะลึง หลังซื้อต้นไม้ที่ดูเหมือนใกล้ตายจากร้านค้าในราคา 12 ปอนด์ (ราว 528 บาท) ก่อนพบว่ามีมูลค่าสูงถึง 170 ปอนด์ (ราว 7,476 บาท) ต่อใบ
แฮร์รี แลงสตาฟและ เอมี บริฟฟาบังเอิญเจอต้นไม้ที่ร้าน B&Q ซึ่งลดราคาจาก 24 ปอนด์เหลือ 12 ปอนด์ โดยสันนิษฐานเหตุผลในการลดราคาครั้งนี้ว่า ใบของต้นไม้เริ่มมีสีเหลืองอาจทำให้พนักงานเข้าใจผิดคิดว่าต้นไม้นี้ป่วยและกำลังจะตาย แต่จริง ๆ แล้วมันคือต้นมอนสเตอร่า ออเรีย มาร์โมราตา (Monstera Aurea marmorata) หรือที่เรียกว่ามอนสเตอร่าด่างเหลืองสุดหายาก

ภาพจาก Harry Langstaff และ Alamy
มาพร้อมจุดเด่นใบใหญ่ที่มีสีขาวแกมเหลืองครึ่งใบและสีเขียวครึ่งใบ ซึ่งสามารถขายได้ราคาสูงกว่า 2,000 ปอนด์ (ราว 87,952 บาท) ทางด้านคู่รักนักพฤกษศาสตร์สมัครเล่นเผยว่า พวกเขาแทบไม่เชื่อสายตาเมื่อเห็นต้นไม้ “ครั้งแรกที่เราเห็นต้นไม้อยู่ที่นั่น เราแค่มองหน้ากันและแทบไม่เชื่อในสิ่งที่เราเห็น ต้นไม้ลดราคาเพราะมีใบเหลือง สำหรับคนที่สะสมต้นไม้ในบ้าน มันเหมือนกับถูกลอตเตอรี ดังนั้นคุณสามารถจินตนาการว่าเรารู้สึกอย่างไรในตอนนั้น เรารีบคว้าต้นไม้ขึ้นมาและรัดไว้ที่เบาะหลังด้วยเข็มขัดนิรภัยราวกับเป็นเด็กน้อย”
“เราไม่รู้มาก่อนว่าต้นไม้ต้นนี้จะเป็นต้นไม้หายากมากจนกระทั่งมันออกใบใหม่ในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมา มันก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ และเราไม่อยากเชื่อเลย โอกาสที่จะพบพืชชนิดนี้ค่อนข้างจะน้อยมาก เรียกได้ว่าหนึ่งในล้าน ถ้าก้านมีลายแสดงว่าต้นไม้อาจมีหลากสี แถมจะมีสีต่างกันในใบเดียว ซึ่งจะทำให้มูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างมาก”

แฮร์รีคาดว่าต้นไม้ของพวกเขามีมูลค่าประมาณ 600 ปอนด์ (ราว 26,385 บาท) แต่ในระหว่างนี้ พวกเขาจะขายใบละ 170 ปอนด์ (ราว 7,476 บาท) แฮรีกล่าวว่าการตรวจสอบว่าต้นไม้เป็นพืชหายากหรือเพียงมีใบแห้งสีเหลืองจะต้องตรวจสอบลำต้น
เพื่อดูว่าสีขาวหรือสีเหลืองมาจากลำต้นของพืชหรือไม่ อีกทั้งยังจะต้องรอจนกว่าจะต้นไม้จะงอกใบที่มีลวดลายคล้ายคลึงกัน เพื่อยืนยันว่ามันไม่ใช่แค่โรค นอกจากนี้ ยังแนะนำผู้รักต้นไม้มือใหม่ว่า “สิ่งแรกที่ควรทำคือ ปลูกลงในดินที่อุดมสมบูรณ์ มีการระบายน้ำดี ให้ความชื้นและแสงสว่างเพียงพอสำหรับการเจริญเติบโต”
ขอบคุณที่มาจาก The Sun