ส่องชีวิต อดีตลูกจ้างเรียนไม่จบ ใช้เงินก้อนสุดท้ายสร้างธุรกิจเสื้อผ้า ขึ้นแท่นเศรษฐีรวยพันล้าน ลั่นไม่สายเกินที่จะประสบความสำเร็จ
มิเรอร์ นำเสนอเรื่องราวของอดัม ฟิสบี ชายอังกฤษวัย 34 ปี ที่ออกมาเผยประสบการณ์ชีวิตที่เผชิญความพลิกผันจากหนุ่มลูกจ้างร้านฟาสต์ฟู้ดที่ลาออกจากโรงเรียนและไร้วุฒิการศึกษา แต่ด้วยความมุ่งมั่นของในการสร้างตัวจึงก่อตั้งแบรนด์ In The Style โดยใช้เงินก้อนสุดท้าย เพื่อจัดตั้งกิจการในห้องนอน ก่อนจะประสบความสำเร็จกลายเป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีพันล้าน
อดัมเติบโตมาในเมืองเกรท ยาร์มัธ ประเทศอังกฤษ ก่อนที่จะย้ายไปอยู่ประเทศสเปนกับครอบครัว ในช่วงวัยรุ่นเมื่อายุ 16 ปี อดัมก็ตัดสินใจย้ายกลับมาอังกฤษอีกครั้ง โดยอาศัยอยู่กับเพื่อนในเคมบริดจ์ พร้อมทำงานที่ร้านอาหารเบอร์เกอร์คิงเพื่อช่วยหาเลี้ยงชีพ

ภาพจาก Paul Cousans – The Sun
ทว่าต่อมาอดัมลาออกจากงานเพื่อดูแลปีเตอร์ น้องชายของเขา ซึ่งสูญเสียการมองเห็นจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ร้ายแรง โดยอดัมให้สัมภาษณ์กับแมนเชสเตอร์อีฟนิ่งนิวส์ ว่า “เขาอยู่ในโรงพยาบาลนานถึง 6 เดือน เราไม่มีพ่อแม่อยู่ข้าง ๆ ดังนั้น ผมกับน้องสาวจึงมาช่วยดูแลน้องชาย”
หลังจากนั้นอดัมเดินทางไปยังแมนเชสเตอร์เพื่อทำงานให้กับหน่วยงานการกุศลเพื่อบุคคลทุพพลภาพ แต่ก็ต้องลาออกอีกครั้ง จนกระทั่งปี 2556 อดัมสังเกตเห็นโอกาสและช่องว่างที่อาจเกิดขึ้นในตลาดเสื้อผ้าสตรี ดังนั้น เขาจึงทุ่มเทสุดตัวในการเริ่มต้นธุรกิจ โดยไม่มีการวางแผนใด ๆ เพียงแต่คิดว่าจะต้องลองลงมือทำเท่านั้น
พร้อมใช้เงินก้อนสุดท้ายในชีวิตจำนวน 1,000 ปอนด์ (ราว 43,000 บาท) ซึ่งเป็นเงินชดเชยจากการให้ออกจากงานในการเริ่มลงทุน จากนั้นอดัมติดต่อลองซื้อชุดเดรส 6 ชุดจากผู้ค้าส่ง พร้อมขายชุดเหล่านั้นในราคาสูงกว่าราคาทุนเป็น 3 เท่าผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ตั้งแต่นั้นมาอดัมเริ่มสร้างแบรนด์ In The Style พร้อมสร้างสรรค์คอลเลกชันที่ไม่ซ้ำใคร โดยร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์และนักแสดงในรายการทีวี เช่น Dani Dyer, Stacey Solomon และ Charlotte Crosby

ภาพจาก Mirror / Instagram fr15by
8 ปีต่อมา หนุ่มอดัมกลายเป็นนักธุรกิจเจ้าของกิจการร้านค้าปลีกออนไลน์เข้าสู่ตลาดหุ้นด้วยราคา 105 ล้านปอนด์ (ราว 4.5 พันล้านบาท) ขึ้นแท่นมหาเศรษฐีพันล้าน พร้อมเป็นเจ้าของธุรกิจมากกว่าหนึ่งในสาม คาดว่าจะได้รับเงินเดือนประจำปี 198,000 ปอนด์ (ราว 8,641,645 บาท) ในฐานะหัวหน้าผู้บริหาร
อดัมกล่าวว่า “เมื่อมองย้อนกลับไป ฉันเชื่อเสมอว่าฉันสามารถทำอะไรแบบนี้ได้ แต่ฉันไม่คิดว่าจะประสบความสำเร็จขนาดนี้” พร้อมทั้งกล่าวให้กำลังใจผู้คนที่ทำตามความฝันว่า “หลายคนออกจากโรงเรียนและรู้สึกหลงทาง เรื่องราวของผมแสดงให้เห็นว่าไม่เคยสายเกินไปที่จะทำในสิ่งที่คุณต้องการจะทำในชีวิต”
View this post on Instagram