ทุ่มหมดใจ! หนุ่มแต่งกับสาว หลังรู้จัก 10 วัน เปย์ไม่อั้นรถหรู-เงินเดือนเกือบ 30,000 บาท สุดท้ายโดนเท ชิ่งหนีกลับบ้านเกิด
สื่อไต้หวันรายงาน เหตุการณ์ความรักสุดระทมของชายคนหนึ่ง ที่เข้าพิธีวิวาห์และจดทะเบียนสมรสสายฟ้าแลบกับเจ้าสาวหลังรู้จักกันเพียง 10 วัน พร้อมดูแลอย่างดี เปย์ไม่อั้น ทว่ากลับโดนเทซะงั้น
ชายคนหนึ่งใช้นามแฝงว่า แอรอน จากมณฑลจางฮว่า ณ ไต้หวัน มีอายุมากพอที่จะถึงวัยสมรสแต่ยังครองตัวเป็นโสดอยู่ ด้วยความเหงาและอยากใช้ชีวิตคู่เขาจึงลองเข้าคลับของบริษัทหาคู่ โดยหวังว่าจะพบสาวสักคนที่จะใช้ชีวิตที่เหลือร่วมกัน ทำให้หนุ่มพบกับเสี่ยวเหม่ย สาวคนหนึ่งจากมณฑลกวางตุ้งในประเทศจีนซึ่งเขาเดินทางไปพบเธอถึงกวางโจวในเดือนตุลาคมปี 2019

ทั้งคู่ตัดสินใจแต่งงานที่นั่นหลังรู้จักกันเพียง 10 วัน พร้อมกลับมาจดทะเบียนที่ไต้หวันในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป หลังแต่งงาน ฝ่ายชายดูแลเสี่ยวเหม่ยเป็นอย่างดี ไม่เพียงแต่ให้เงินจำนวนมากในการปรับปรุงบ้านกว่า 100,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 117,198 บาท) แต่ยังมอบรถให้เป็นของขวัญ แถมยังให้เงินค่าขนม 25,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 29,300 บาท) ทุกเดือนและพาทานข้าวนอกบ้านทุกมื้อ เพื่อเอาใจภรรยา
แอรอนบอกว่าตอนแรกเขาคิดว่าจะมีการแต่งงานที่มีความสุขดังเช่นคนอื่น แต่เสี่ยวเหม่ยไม่ช่วยทำงานบ้าน ขับรถออกไปทุกวัน และยังไม่รับโทรศัพท์ด้วย แม้ว่าแอรอนจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อทำให้เสี่ยวเหม่ยพอใจและปฏิบัติตามข้อกำหนดต่าง ๆ อีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่ซาบซึ้ง

ต่อมาเสี่ยวเหม่ยขอแอรอนกลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัวที่ประเทศจีน หลังจากแอรอนจัดงานวิวาห์ใหญ่โตที่ไต้หวันเชิญญาติและเพื่อนฝูงมาสนุกร่วมกันในเดือนกรกฎาคม 2020 ซึ่งเธอไม่สนแม้กระทั่งว่าสถานการณ์โควิดจะเลวร้ายเพียงใด เธอยืนกรานขอเพียงกลับบ้านเกิดให้ได้ ตั้งแต่นั้นมา แอรอนรอแล้วรออีก เสี่ยวเหม่ยก็ยังไม่กลับมาสักทีจนต้องเดินทางไปยังกวางโจวเพื่อเกลี้ยกล่อมคนรัก
แต่อีกฝ่ายปฏิเสธและยังขอให้จ่ายค่าเลี้ยงดูต่อไป ซึ่งแอรอนก็โอนเงินไปให้สองครั้งรวมเป็นเงิน 150,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 175,795 บาท) หลังจากนั้นเขาก็พยายามติดต่อหาเสี่ยวเหม่ยหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จจึงยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอหย่า

ภายหลังการพิจารณาคดี ศาลแขวงมณฑลจางฮว่า ยืนยันว่าเสี่ยวเหม่ย ไม่มีประวัติการเข้าประเทศตั้งแต่เธอออกจากไต้หวันเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2020 และเธอไม่ได้ปรากฏตัวกล่าวแก้ต่างหรือยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรยืนยันว่าสิ่งที่อารอนพูดเป็นความจริง
ผู้พิพากษากล่าวต่อไปว่า หลังจากที่เสี่ยวเหม่ยกลับไปบ้านพ่อแม่ เธอได้ยื่นคำร้องขอหย่ากับศาลประชาชนของมณฑลหวู่หัว มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่แต่ถอนคำร้องออกไป ในท้ายที่สุด เมื่อพิจารณาว่าทั้งสองแยกกันอยู่เป็นเวลานานกว่า 1 ปีและไม่มีความปรารถนาจะอยู่ด้วยกันหรือซ่อมแซมความสัมพันธ์ การพิจารณาคดีขั้นสุดท้ายได้อนุมัติคำขอของแอรอนให้ทั้งสองหย่าร้างและสามารถอุทธรณ์ทั้งคดีได้