หนุ่มจีนวัย 24 ปี ดื่มชานม 4 แก้วทุกวัน จู่ ๆ ปวดท้องไปหาหมอ ช็อกเลือดเป็นสีขาว เจอโรคเพียบ เกือบเสียชีวิต

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

อย่างที่หลาย ๆ คนรู้กันดีว่าการทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลและไขมันเป็นจำนวนมากไม่เป็นผลดีแก่ร่างกาย แถมยังส่งผลให้เกิดโรคร้ายตามมาก่อนวัยอันควร ดังสำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กรณีวัยรุ่นชาวจีนที่เป็นชานมเลิฟเว่อร์ถูกส่งตัวไปพบแพทย์โดยด่วน เหตุดื่มชานมทุกวันในปริมาณอย่างน้อย 4 แก้วต่อวัน

หนุ่มแซ่ถันวัย 24 ปี อาศัยในเมืองหลิ่วโจว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ของประเทศจีน เกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ พร้อมมีอาการคลื่นไส้และอาเจียน ทำให้ครอบครัวรีบส่งตัวไปยังห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล

ก่อนพบว่ามีอาการหนักถึงขั้นเลือดที่เจาะออกมาสีขาวคล้ายน้ำนมแสดงว่าเขาเป็นโรคไขมันในเลือดสูงอย่างรุนแรง รวมถึงมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าคนปกติถึง 4 เท่าจึงถูกย้ายไปยังหอผู้ป่วยหนักเพื่อรับการรักษาทันที

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบย่อยอาหารดำเนินการตรวจเลือดหนุ่มแซ่ถัน แต่เมื่อผลตรวจออกมาทำให้แพทย์และผู้ป่วยตกใจอึ้งสุดขีด เพราะผลการวินิจฉัยปรากฏว่า อวัยวะในร่างกายของวัย 20 ปีของเขาไม่ต่างจากอายุ 60 ปีเลยสักนิด

โดยหนุ่มมีภาวะไขมันในเลือดสูงอย่างรุนแรงและโรคที่คุกคามชีวิตมากมาย เช่น เบาหวาน ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงของโรคเบาหวาน (Diabetic Ketoacidosis) ไตวายเฉียบพลัน ภาวะโพแทสเซียมสูง ความดันเลือดสูง กรดยูริก ไขมันพอกตับ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และ ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน โชคดีที่เขาถูกส่งไปพบแพทย์ทันเวลา

ภาพจาก 圖片來源/江蘇衛視,下同

รองผู้อำนวยการหน่วยไอซียูก็ตกใจเช่นกัน โดยกล่าวว่าในช่วง 19 ปีของอาชีพแพทย์ นับเป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับผู้ป่วยอายุน้อยที่มีโรคชราภาพมากมาย ตามรายงานผู้ป่วยเป็นคนหนึ่งที่คลั่งไคล้ชานมเป็นอย่างมาก นับตั้งแต่เขาทำงานที่เซินเจิ้นในปี 2020 หนุ่มดื่มชานมวันละ 4 ถ้วย บางครั้งถึง 6 แก้วทุกวันเป็นระยะเวลา 2 ปีโดยไม่สนหรอกว่าน้ำหนักจะพุ่งขึ้นหรือไม่ ซึ่งอาการไม่สบายต่างๆ เริ่มปรากฏขึ้นเมื่อปลายเดือนเมษายนปีนี้

หลังจากเข้ารับการรักษาอย่างฉุกเฉินได้ 1 สัปดาห์ ในที่สุดหนุ่มแซ่ถันก็พ้นขีดอันตรายแล้ว ส่วค่าน้ำตาลในเลือด อิเล็กโทรไลต์ ตัวบ่งชี้การทำงานของไต และปัสสาวะก็ล้วนแต่กลับสู่ภาวะเป็นปกติ

แพทย์เตือนว่าการรับประทานน้ำตาลและไขมันมากเกินไปเป็นเวลานานจะทำให้อวัยวะของมนุษย์ทำงานหนักเกินไปส่งผลให้เกิดโรคเฉียบพลันและเรื้อรังต่าง ๆ ดังนั้น ควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ

ขอบคุณที่มาจาก Ettoday Tvbs

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน