ในภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองแบบนี้ แถมยังมีโรคระบาดอย่างโควิด-19 ทำให้หลายคนต้องเผชิญกับปัญหาชักหน้าไม่ถึงหลัง จนต้องหาแหล่งเงินกู้เพื่อนำมาหมุนเวียนเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือทำธุรกิจ แต่ก็ไม่วายมีมิจฉาชีพที่สรรหาสารพัดวิธีมาหลอกลวง เช่น การปลอมเป็นบริษัทให้กู้เงินหรือแหล่งเงินกู้ด่วน ที่พรีเซนต์ตัวเองว่าให้วงเงินสูงแต่ดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งถ้าเหยื่อหลงกล นอกจากจะไม่ได้เงินอย่างที่หวังไว้แล้ว อาจจะต้องตกเป็นเหยื่อหรือโดนข่มขู่เรียกเงินอีกด้วย
ยกตัวอย่างล่าสุด ผู้จัดการสาวของธนาคารแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว โดนแก๊งคอลเซนเตอร์หลอกให้กู้สินเชื่อส่วนบุคคล ด้วยการส่งลิงก์มาให้สมัครและอ้างว่าจะได้รับอนุมัติวงเงินถึง 500,000 บาท โดยก่อนที่จะได้รับการอนุมัติ ผู้เสียหายจะต้องโอนเงินเพื่อกันหรือล็อกวงเงินไว้ก่อน ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไป 7 ครั้งภายในวันเดียว ทำให้สูญเงินไปกว่าล้านบาท อ้างอิงจาก : https://www.matichon.co.th/region/news_3537376
วันนี้จึงขอรวบรวม 3 กลโกงของแอปเงินกู้มิจฉาชีพ เพื่อเป็นข้อมูลไว้คอยสังเกต
1. ส่งและลิงก์ชักชวนให้สมัครสินเชื่อผ่านแหล่งข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ เช่น มิจฉาชีพจะส่งข้อความให้กดลิงก์เชิญชวนให้เราสมัครเงินกู้ ทั้งทาง SMS, LINE หรือสื่อโซเชียลมีเดียอื่นๆ
จะมีทั้งคลิกลิงก์ไปเพื่อให้กรอกข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ก็หลอกให้โหลดแอปเพิ่มเติมโดยมิจฉาชีพจะมีกลวิธีหลอกล่อให้เราคลิกลิงก์ต่างๆ ซึ่งถ้าเราเผลอกดและใส่ข้อมูลสำคัญ อาจโดนนำข้อมูลไปใช้ในทางมิชอบ ดังนั้นอย่ากดลิงก์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เช่น SMS ที่มาจากเบอร์มือถือส่วนตัว หรือข้อความตามกลุ่มในสื่อออนไลน์ที่หาแหล่งที่มาไม่ได้เด็ดขาด

2. แอบอ้างหรือปลอมชื่อแอปให้คล้ายคลึงกับผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต
หลายครั้งที่มิจฉาชีพพยายามสร้างแอป แพลตฟอร์ม หรือเพจเฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อคล้ายกับผู้ให้บริการ ธนาคาร บริษัทสินเชื่อ หรือแม้กระทั่งหน่วยงานของรัฐ เพื่อสร้างความสับสนให้ประชาชน ซึ่งจะมีการเปลี่ยนรูปแบบไปเรื่อย ๆ
เพราะฉะนั้นก่อนจะทำการสมัครหรือกรอกข้อมูลส่วนบุคคลที่แอปหรือแพลตฟอร์มใดก็ตาม จะต้องทำการตรวจสอบให้แน่ใจว่าแอป แพลตฟอร์ม หรือเพจเฟซบุ๊ก นั้น เป็นของผู้ให้บริการรายนั้น ๆ จริง โดยอาจใช้วิธีติดต่อสอบถามกับบริษัทหรือหน่วยงานที่ให้บริการที่ถูกอ้างอิงชื่อ เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง
3. ตั้งเงื่อนไขให้ผู้กู้ต้องโอนเงินให้ก่อน ถึงจะได้รับเงินกู้ เรียกว่าเป็นวิธีหลอกลวงที่ใช้กันมายาวนาน อย่างการเรียกเงินจากผู้ขอกู้ล่วงหน้าโดยอ้างเป็นค่าธรรมเนียม ค่าค้ำประกัน ค่าทำสัญญา หรือค่าดอกเบี้ย
ถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าเป็นมิจฉาชีพแน่ ๆ และที่สำคัญห้ามโอนเงินหรือส่งข้อมูลสำคัญ เช่น เลขบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หรือหน้าบัญชีธนาคารให้เด็ดขาด
วิธีป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ
1. ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งเงินกู้ที่จะทำการกู้ ทั้งข้อมูลบริษัท เงื่อนไข และรายละเอียดการกู้ให้ดีก่อนจะทำการสมัคร
โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อของสถาบันการเงินและบริษัทผู้ให้สินเชื่อที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยได้ด้วยวิธีการดังนี้
– เข้าไปที่เว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย https://www.bot.or.th/
– ไปที่เมนู ‘เช็กแอปเงินกู้’ หรือ คลิกที่ลิงก์นี้ https://www.bot.or.th/Thai/ConsumerInfo/Fraud/Pages/BOTLicensedLoan.aspx จากนั้นให้ใส่ชื่อผู้ให้บริการที่ต้องการตรวจสอบลงในช่องค้นหา และกด Go ได้เลย
2. หากโอนเงินไปให้มิจฉาชีพแล้ว ให้รีบไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ ณ ท้องที่ที่เกิดเหตุ หรือหากต้องการขอคำปรึกษาหรือแจ้งเบาะแส สามารถติดต่อศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) โทร. 1599
สำหรับใครที่กำลังมองหาแหล่งเงินกู้ถูกกฎหมาย เชื่อถือได้ ขอแนะนำ สินเชื่อ LINE BK ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง ธนาคารกสิกรไทย และ LINE สินเชื่อยืดหยุ่นที่เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานอาชีพอิสระอย่างพ่อค้าแม่ค้า เจ้าของกิจการ หรือผู้มีรายได้น้อย ที่สำคัญไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือน และกำหนดรายได้ขั้นต่ำเพียง 5,000 บาท/เดือนก็สามารถสมัครได้

วิธีการสมัครสินเชื่อ LINE BK ง่ายๆ ผ่าน LINE ได้ 24 ชั่วโมง
- เข้าแอปพลิเคชัน LINE ไปที่หน้า Wallet กด LINE BK
- เปิดบัญชี LINE BK
- กดสมัครวงเงินให้ยืม
จากนั้นรอผลพิจารณาที่แจ้งผ่านทาง LINE เมื่อได้รับอนุมัติสามารถกดใช้เงินได้ทันที แต่หากใครยังไม่กดใช้ จะยังไม่ถูกคิดดอกเบี้ย โดยดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 1.5% ต่อเดือนเท่านั้น (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ LINE BK กำหนด)
ไม่ว่าคุณจะเป็นพ่อค้าแม่ค้า ฟรีแลนซ์ หรือแม้แต่เจ้าของธุรกิจ ภายใต้ความยากลำบากนี้ให้ LINE BK สินเชื่อถูกกฎหมาย เชื่อถือได้ เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยของทุกๆ คน สนใจสมัครคลิกเลย > CLICK หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.linebk.com