ชวนรู้จักอาการ Post-Vacation Blues ภาวะซึมเศร้าหลังจากวันหยุดยาว พร้อมวิธีแก้ง่าย ๆ ทำได้ด้วยตัวเอง

หากคุณกำลังสงสัยว่า ทำไมเมื่อเดินทางท่องเที่ยวหรือได้หยุดพักผ่อนยาวหลายวัน แต่เมื่อเตรียมตัวทำงานในวันต่อไป กลับรู้สึกเหนื่อยล้า ห่อเหี่ยวจิตใจ และรู้สึกไม่อยากจะทำงานหรือไปเรียนซะงั้น เกิดจากอะไร

ทางทีมข่าวสดจะมาไขข้อข้องใจ โดยอาการดังกล่าวไม่ใช่ความขี้เกียจ แต่เป็นอาการป่วยระยะหนึ่งที่มักเกิดขึ้นเพียงช่วงระยะเวลาหนึ่งและสามารถหายไปเองได้ โดยเรียกว่า Post Vacation Blues, Post-Holiday Blues, Post-Holiday Depression and Blues หรือภาวะซึมเศร้าหลังวันหยุดยาว

ทางประชาชาติธุรกิจ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ ศาสตราจารย์ ดร.อรัญญา ตุ้ยคำภีร์ อาจารย์ประจำคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ความรู้สึกไม่สดชื่นจาก Post-Vacation Blues มักเกิดขึ้นช่วงสั้น ๆ หรือ เกิดขึ้นเพียงช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น (ประมาณ 2-3 วัน ไปจนถึง 3 สัปดาห์) เพราะประสบการความแตกต่างระหว่างวันหยุดกับความเป็นจริง หลังจากนั้นอาการซึมเศร้าเหล่านี้ก็จะหายไปเอง

วิธีการสังเกตอาการ Post Vacation Blues หรือ อารมณ์เศร้าหลังวันหยุดพักผ่อน (มักมีลักษณะอาการร่วมที่คล้ายอาการของโรควิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า) ได้แก่

  • ความรู้สึกไม่สดชื่น อาจมีปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว
  • มีความกังวลเรื่องทุกอย่างจนเกินเหตุ
  • เหนื่อยง่าย พักผ่อนเท่าไหร่ก็ไม่พอ รู้สึกหลับไม่อิ่ม
  • การจดจ่อกับสิ่งต่างๆ ไม่ค่อยดี ไม่ค่อยมีสมาธิ
  • หงุดหงิดง่าย
  • บางคนอาจรู้สึกจมดิ่งไปกับอารมณ์เศร้าหมอง จนอาจเกิดการตั้งคำถามว่าทำไมชีวิตเรามันช่างเบื่อจืดชืดแบบนี้ จมดิ่ง และหดหู่เป็นที่สุด

ส่วนวิธีที่จะจัดการกับภาวะซึมเศร้าหลังหยุดยาวนี้ สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นได้เผยแพร่บทความว่า 1. ทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเบี่ยงเบนความเฉาในใจ ไม่ว่าจะเป็นฟังเพลง ดูหนัง ปลูกไม้ต้น ออกกำลังกาย หรืออื่น ๆ งดทำงานหนักและงานบ้าน

จากรายงานการศึกษาทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากแสดงให้เห็นว่า การออกกำลังกายแบบแอโรบิคระดับปานกลางถึงหนักนั้นดีต่อการลดความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าถึง 18% (ระบุในวารสาร JAMA Psychiatry)โดยไม่จำเป็นต้องหักโหมหรือทำหน้าตาเคร่งเครียด แม้แต่การเดินก็สามารถช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกายของคุณได้

2. พยายามทำทุกที่ให้มีความสุขเหมือนได้ใช้ชีวิตในวันหยุด โดยดร.ลอรี ซานโตสศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเยล เผยว่า”จำไว้ว่าการสิ้นสุดวันหยุดไม่ได้หมายถึงการสิ้นสุดความสนุก เราสามารถหาวิธีที่จะได้สัมผัสกับการเดินทางมากขึ้นอีกเล็กน้อยหากเรานำความคิดแบบนักท่องเที่ยวมาใช้ในชีวิตที่บ้าน อาจจะลองร้านอาหารใหม่หรือเดินเล่นผ่านย่านใหม่”

ดร. เทรซี โธมัสนักจิตวิทยาและนักวิทยาศาสตร์ด้านอารมณ์งแนะนำให้ทำอาหารบางอย่างที่คุณชอบในขณะที่ไปท่องเที่ยว เช่น “เมื่อฉันไปอิตาลีและกินพาสต้าโพโมโดโร อาจจะเป็นเดือนที่ดีหลังจากนั้นเมื่อฉันกลับถึงบ้าน ฉันจะทำมันหรือสั่งมันไปเรื่อยๆ แทนที่จะปล่อยให้ความทรงจำหายไป”

3. นึกถึงแต่ความทรงจำดี ๆ โดยดร.ลอรี่ กล่าวว่า “คุณอาจเคยได้ยินคำแนะนำว่า คุณควรลงทุนในประสบการณ์ไม่ใช่สิ่งของ กลายเป็นว่าหนึ่งในเหตุผลก็คือว่าประสบการณ์สร้างความทรงจำที่น่าจดจำมากกว่าการซื้อวัตถุ เราสามารถได้รับความสุขเพิ่มขึ้นไม่ใช่แค่ประสบการณ์ในวันหยุด แต่จากการจดจำมัน” แน่นอนว่ารวมถึงการวางแผนเที่ยวครั้งต่อไป โดยอาจจะเป็นทริปสั้น ๆ เพื่อให้มีอะไรให้คาดหวังเมื่อรู้ว่ามีความสนุกรออยู่

4. พูดคุยกับผู้อื่น โดยการติดต่อกับเพื่อน ครอบครัว และคนที่คุณรักเป็นสิ่งสำคัญ โดยเร.เผยว่า “การวิจัยแสดงให้เห็นว่า การที่เราสามารถพูดได้ว่าเรามีอารมณ์บางอย่าง ทำให้อารมณ์นั้นรู้สึกน่ากลัวน้อยลง และเรารู้สึกว่าควบคุมได้มากขึ้น เราสามารถมีหลายอารมณ์ในเวลาเดียวกัน เช่น เศร้าแต่ตื่นเต้น” ซึ่งหากใครยังมีอาการ Post-Vacation Blues ติดต่อกันมากกว่า 3 สัปดาห์สามารถปรึกษาปรึกษาแพทย์หรือนักจิตวิทยาได้

5. ทานอาหารจำพวกโปรตีนปราศจากไขมัน โดยนพ. โยธิน วิเชษฐวิชัย สาขาจิตเวชศาสตร์ เขียนบทความในเว็บไซต์โรงพยาบาลสมิติเวชว่า ควรมองหาอาหารจำพวกโปรตีนปราศจากไขมัน เช่น เนื้อสัตว์ ไก่ ปลา ผลไม้และผักสดที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ในปริมาณสูง รวมทั้งไขมันที่ดีต่อสุขภาพจากแหล่งต่างๆ เช่น น้ำมันมะกอกและถั่วในปริมาณที่เหมาะสม

ส่วนอาหารเสริมที่จะช่วยให้คุณปรับตัวได้เร็วยิ่งขึ้น ได้แก่ วิตามินบีรวม วิตามินซี วิตามินอี สารแคโรทีน สารไลโคพีน โคเอนไซม์ Q10 และ N-acetylcysteine (NAC) เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างพลังงานภายในเซลล์ร่างกายและกล้ามเนื้อ

ขอบคุณที่มาจาก CNN ประชาชาติ โรงพยาบาลสมิติเวช

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน