แหวกม่านนางโชว์ไทย 20 ปี ในแดนปลาดิบ ญี่ปุ่นจึ้งใจทุกการแสดง เปิดใจหัวหน้าคณะ สาวสองจากโคราช โด่งดังเลื่องลือไปทั่วญี่ปุ่น สุดภุมิใจในอาชีพ

“คนญี่ปุ่นเขายกนิ้วให้สาวสองไทยเลย เชื่อฝีมือคนไทยมากในด้านการโชว์บนเวที”

คุณโต้ง – ประสพโชค สายใหม่ หัวหน้าคณะนางโชว์ไทยแห่งโรงแรม Hotel Kusakabe Armeria Gero onsen Gifu Japan ให้สัมภาษณ์ผ่าน รายการ Thai Story รีวิวชีวิตต่างแดน

เส้นทางผู้บุกเบิกนางโชว์ในญี่ปุ่น

“เวทีเมืองไทยเปิดตลาดนางโชว์มานานแล้ว ตั้งแต่สมัยอัลคาซ่า ทิฟฟานี่ ไซมอนภูเก็ต คาลิปโซ่ เดิมทีพี่ได้ทำงานอยู่ที่คาลิปโซ่ แล้วเออบังเอิญทางญี่ปุ่นเนี่ยเค้าชอบการแสดงแบบนี้ ถ้าเป็นภาษาญี่ปุ่นเขาเรียกว่าโมโนมาเน่ คือเลียนแบบการแสดงดาราแต่ละคนแต่ละท่าน เขาชอบความสนุก คนญี่ปุ่นเค้าเลยอยากได้สาวประเภทสอง แล้วก็ไปแสดงความสามารถที่ญี่ปุ่นด้วยเหมือนกัน”

พลิกโฉมจากชายเล่นเป็นสาว

เดิมทีคุณโต้งจะแสดงบทบาทเป็นผู้ชาย ทว่า อาจารย์ด้านการแสดงจากเยอรมนีเล็งเห็นความสามารถที่หลากหลาย

“อาจารย์ฮั้นท์ เฮอร์ริเกนของคาลิปโซ่ เป็นชาวเยอรมันเป็นคนสอนพี่ เค้าบอกว่า เดี๋ยวผมจะเปลี่ยนคาแรคเตอร์คุณใหม่ จากคุณผู้ชายผมจะให้เล่นเป็นผู้เล่นผู้หญิง เป็นเมื่อก่อนพี่ไม่อ้วนอย่างนี้นะก็คือเมื่อก่อนพี่ตัวเล็กน้ำหนัก 58 กิโลฯ สูง 170 เซนติเมตร แล้วอาจารย์ก็มาเปลี่ยนคาแรกเตอร์พี่ ให้เป็นผู้หญิง

พี่ก็คิดว่าจะทำยังไงล่ะ ทำไม่เป็น เค้าก็สอนตั้งแต่การเดินการวอร์มอัพใหม่หมดเลย แล้วบังเอิญมีช่วง ที่ว่าดาราตลกเขาไม่มา อาจารย์บอกว่าโต้งคุณสามารถเล่นเพลงนี้ได้มั้ย ก็คือเพลงนั้นที่พี่เล่นเพลงแรกออดิชั่นให้อาจารย์ดูคือเกอิชา เพลงญี่ปุ่น ใส่กิโมโนแล้วบังเอิญพี่ได้ภาษาญี่ปุ่น พี่พูดภาษาญี่ปุ่นได้พี่ก็เลยบอกว่าอาจารย์โต้งจะลองดูนะครับ โต้งเคยแค่ได้ยินแต่ไม่เคยแสดง

อาจารย์ก็ให้ลองเดี๋ยวนั้นเลยเปิดเพลงเดี๋ยวนั้นเลย อาจารย์บอกว่าโอเค ถ้าคุณลงโชว์คืนนี้เลย บอก อุ้ย โต้งแต่งหน้าไม่เป็นด้วยนะอาจารย์ ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมเอาเครื่องสำอางให้คุณแล้วก็เดี๋ยวให้คนแต่งหน้าให้คุณ พี่เลยต้องเล่นตอนนั้นเลย

พอเล่นปั๊บอาจารย์ก็เกิดไอเดียขึ้นมาอีก อาจารย์ก็เลยเปลี่ยนพี่ใหม่อีก ให้สามารถเล่นตลกได้ พี่บอกว่าได้ครับอาจารย์ ตลกที่ไม่ใช่อยู่ที่ทำให้คนหัวเราะอย่างเดียวนะอยู่ที่คาแรคเตอร์ของตัวคุณ ตัวคุณข้างใน ตัวคุณเนี่ยจะออกมามันจะออกมาเอง แล้วอาจารย์ท่านจะดูบุคลิกแต่ละคน ว่าคนนี้เหมาะไหมกับเพลงนี้เหมาะมั้ยกับ ใส่ชุดแบบนี้จะเหมาะมั้ย”

สิ่งที่นางโชว์ต้องมี!

“ต้องรักในการโชว์ก่อน ถ้าน้องรักในการโชว์ แล้วน้องจะเก่งมันจะออกมาจากข้างในออกมาเลย โดยสายตาคืออายคอนแทค คือเหมือนกับมีชีวิตอยู่แล้วในตัวเรา แต่เราจะทำยังไงให้คนเขาเห็น

รักในการที่อยากจะแกะเพลง รักในการเต้น สิ่งสำคัญคือรู้สเต็ป ถ้านับสเต็ปไม่ถูกนี่คือเต้นเพลงอะไรก็ไม่ได้ เดินก็เดินผิดละ ก็คือทางทางที่ญี่ปุ่นเค้าจะดูเลยว่าคุณมีพื้นฐานยังไงมา

แล้วอย่างหนึ่ง คือใบรับรองการทำงาน ปัจจุบันนี้ถ้าจะทำงานญี่ปุ่นต้องใช้ใบรับรองการทำงาน 2 ปี 2 เดือนอย่างต่ำ ดังนั้นจำเป็นต้องผ่านประสบการณ์จากการแสดง หรืออีกอย่างคือเป็นเด็กนาฏศิลป์”

การออดิชั่นสุดเนี้ยบ

คุณโต้งเล่าว่า เจ้าของโรงแรมคนญี่ปุ่นเป็นคนพิถีพิถันมาก จะมีวิธีการสรรหานักแสดงที่ไม่ได้แค่เก่งอย่างเดียว แต่ต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ดี

“การออดิชั่นนี้คือสำคัญที่สุดแล้วซาโจ้ เค้าจะมีคอนเซ็ปต์ของเขามาเลยเขาใหญ่อยากได้เป็นคอนเซ็ปต์สมมุติว่าเที่ยวนี้อยากเน้นเซ็กซี่ เขาจะต้องหาคาแรคเตอร์ของนักแสดงที่เซ็กซี่แล้วการเซ็กซี่นะคุณก็ต้องหวานเป็นด้วย คุณจะเซ็กซี่อย่างเดียวก็ไม่ได้


นอกจากนี้ การที่คุณไปอยู่ต่างประเทศเขาจะดูด้วยว่าคุณจะทะเลาะเบาะแว้งกันไม่คุณจะมีปัญหาอะไรกันไหมเขาจะดูหมดเลยพี่แค่ไปเป็นซับให้เขา คือคอยแปลให้เขา เจ้าของโรงแรมเขาจะเป็นคนเลือกเอง เขาจะละเอียดมากจริงๆ

เขาบอกเลยว่า การทำงานบริการ เขาไม่อยากให้ลูกค้าคอมเพลน อยากให้เห็นแต่สิ่งดีๆของดีๆ เพราะเขาพูดเลยว่าคนญี่ปุ่นทำแบบพวกเราไม่ได้ เราถึงได้วีซ่าพวกนี้ได้”

คนญี่ปุ่นเป็นนางโชว์ไม่ได้

“ด้วยร่างกายของเขา บุคลิกและคาแรคเตอร์ คือการที่จะเป็นอย่างงนี้ได้ มันต้องมีความอ่อนไหวสักนิดนึง แต่คนญี่ปุ่น ด้วยสรีระเขาไม่เหมือนคนไทย คนไทยสรีระสมบูรณ์ที่สุด คือความสูงเอวหน้าอก เรื่องการศัลยกรรม เพราะทางญี่ปุ่นจะแพงมาก


เพื่อนพี่คนญี่ปุ่นที่เป็นสาวประเภทสอง เขาก็จะเป็นสไตล์ที่แบบว่า กลางวันก็จะคล้ายๆผู้ชายไม่แต่งหน้า ตกกลางคืนถึงจะแต่งผู้หญิง ผมยาวอะไรอย่างงี้ เราก็สงสารเขานะ เพราะว่าเขาก็มีอาชีพที่เขาทำ แต่กลางคืนเขาจะอยู่ในคลับในบาร์เล็กๆ ไม่สามารถที่จะแสดงออกได้อย่างนี้ที่เป็นครอบครัว สามารถมานั่งดูอะไรอย่างนี้

เขาบอกว่าสาวประเภทสองที่มาจากเมืองไทย เค้ายกนิ้วให้เลย เค้าบอกว่าสวยมาก เขายอมรับ บางคนก็เคยไปดูโชว์ตามเธียเตอร์ใหญ่ๆ เขาก็แบบพูดกันปากต่อปาก บอกต่อลองไปดูสิ”

สุดภูมิใจในอาชีพ

“จะทำให้เต็มที่นะอาชีพนี้ ก็คือไม่รู้จะถึงตอนไหน อาจจะเราจะล้มหายตายจากไปก่อนหรือเปล่า อาชีพนี้ทำให้เรามีหลายๆอย่าง อย่างน้อยก็มีเพื่อนเจอในสังคมที่ดีอย่างนี้ฮะ

เป็นอาชีพที่ดี อิสระ เรามีเกียรติในตัวเราเอง แล้วอีกอย่างหนึ่ง คือเวลาที่เราออกไปแสดงให้ลูกค้าดู แล้วเขาชอบ ยิ้มแย้มแจ่มใส เราก็มีความสุขแล้วนะ”

**สามารถติดตามเรื่องราวชีวิตคนไทยในต่างประเทศได้ทางรายการ Thai Story รีวิวชีวิตต่างแดน ทุกช่องทางของข่าวสดค่ะ

 

 

 

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน