สวยและเก่งมาก แอร์โฮสเตสสาวทรานส์ ในสายการบินอเมริกา เปิดใจ “ปีใหม่ – ศรุดา ปัญญาคำ” เริ่มต้นจากศูนย์ ฝึกภาษา โกอินเตอร์เป็นนางแบบ ก่อนติดปีกฝันเป็นจริง
ความฝันตั้งแต่วัยเด็ก
ปีใหม่มีความฝันตั้งแต่เด็กแล้วว่าเราอยากใช้ชีวิตอยู่บนเครื่องบิน ตอนที่เราเห็นเครื่องบินผ่านเราไปตอนเราเล็กๆ เราก็คิดว่าทำยังไง เราถึงจะได้ไปทำงานที่นั่น

จากนั้นก็มีพี่ๆ ในกลุ่ม We Believe We Can Fly ช่วยเราเตรียมตัวว่าเวลาไปสัมภาษณ์ต้องทำยังไง ทำให้เราผ่านในทุกๆ โปรเจกต์ของสายการบินก็ขอขอบคุณพี่ๆ เขาด้วยค่ะ
พอความฝันของเราเป็นจริง เราได้อยู่ในที่ที่เราอยากจะอยู่ เราอยู่ในที่ที่เราอยากจะเป็นแล้วเรารู้สึกว่าเรามีความสุขมาก

สอบผ่าน 3 สายการบิน
ปีใหม่สมัครมาทั้งหมด 3 สายการบิน ซึ่งเป็นสายการบินสายหลักของสหรัฐอเมริกาเลย คือ เดลต้าแอร์ไลน์, ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ และ อเมริกันแอร์ไลน์ ซึ่งเราประสบความสำเร็จทั้ง 3 แอร์ไลน์

สายการบินส่วนใหญ่ในอเมริกาค่อนข้างจะเปิดรับ เขาไม่ได้ตัดสินเราว่าเพศอะไร อายุเท่าไหร่ น้ำหนัก ส่วนสูงเท่าไหร่
แต่ถ้าเรามีศักยภาพในการทำงาน สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เราก็สามารถเข้าไปทำงานในองค์กรนั้นๆ ได้ค่ะ
ทุกคนเท่าเทียม
จริงๆ แล้วมันไม่ได้ยากไปกว่ากันเลย เพราะที่นั่นทุกคนเท่าเทียมกันหมด
เริ่มจากศูนย์เหมือนกันหมด ไม่มีว่าถ้าเป็นผู้หญิงให้ 5 คะแนน ถ้าเป็นผู้ชายให้ 10 คะแนน ถ้าเป็นทรานส์เจนเดอร์ติดลบ 5 แบบนี้ไม่เกี่ยว

แต่ความยากจริงๆ สำหรับปีใหม่คือช่วงสัปดาห์แรกค่ะ เราร้องไห้ทุกวันเลย เพราะคนที่เข้าไปในปีนั้นมี 100 กว่าคนในเทอมนั้น แต่จบแค่ 70 คน จำนวน 30 คนต้องถูกส่งกลับบ้าน
มีการสอบทุกๆ อาทิตย์ มีทั้งหมด 11 บท ยังไม่รวมกับสอบปฏิบัติ ซึ่งเรารู้สึกว่าเส้นทางมันยาวไกลจัง และเราต้องสอบให้ได้ 90 เปอร์เซ็นในทุกๆ ข้อสอบ
ถ้าเราสอบไม่ได้ตามที่เกณฑ์คะแนนของเขา เขาส่งเรากลับบ้านเลย

แต่ระหว่างที่เราฝึกอยู่ที่นั่น เขาก็จะมีที่อยู่ มีอพาร์ตเมนต์ให้ เรียนฟรี มีเงินค่าขนมให้วันละ 30 เหรียญ ตกวันละ 1,000 บาทค่ะ
สำหรับรายได้หลังจากที่ได้เป็นแอร์โฮสเตสแล้ว ถือว่าดีมากค่ะ ประมาณ 6 หลักต่อเดือนค่ะ ถ้าคนขยันๆ เลยนะ มากกว่า 2 แสนบาทต่อเดือน

เส้นทางความสวย
เราเริ่มรู้ตัวตั้งแต่จำความได้เลยค่ะ ที่บ้านจะมีคุณแม่ และก็พี่สาวเรา 2 คน ก็ได้เห็นการใช้ชีวิตของผู้หญิงมาโดยตลอด
ในบ้านจะมีคุณพ่อคนเดียวที่เป็นผู้ชาย เราก็ดูแบบอย่างความเข้มแข็ง ความเป็นผู้นำจากพ่อ
แต่เราจะซึมซับความหวาน ความเป็นผู้หญิงจากพี่สาวกับคุณแม่เราโดยตรง เราก็เลยรู้ตัวและเปลี่ยนแปลงตัวเองไวมาก

ทุกคนในบ้านไม่มีใครห้ามเราเลยก็เลยรู้สึกว่าสบายใจ และได้เป็นตัวเองเต็มที่ ได้ดึงศักยภาพตัวเองออกมาตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก
ช่วงวัยเด็กก็ไว้ทรงผมสั้นรองทรงเลยค่ะ (หัวเราะ) จากนั้นก็ค่อยๆ เริ่มเป็นทรงบ็อบ ตอนนั้นก็เริ่มรู้จักวงการประกวดนางงาม

เราก็เลยเข้าไปประกวดก็ได้รู้จักกับการทำศัลยกรรม ทำหน้าอกก็เริ่มจากตรงนั้น
ส่วนการผ่าตัดแปลงเพศคิดนานมากค่ะ เพราะมันเรื่องใหญ่ก็ต้องดูหมอที่ไว้ใจได้ ซึ่งก่อนที่เราจะเปลี่ยนแปลงมาเป็นผู้หญิงแบบนี้

พ่อถามว่าอยากจะเป็นผู้ชายหรือเป็นผู้หญิง พ่อบอกว่าไม่อยากให้เป็นกึ่งๆ กลางๆ
ถ้าอยากจะเป็นผู้หญิงให้เป็นผู้หญิงไปเลย ถ้าอยากเป็นผู้ชายให้เป็นผู้ชายไปเลย เราก็บอกพ่อว่าอยากเป็นผู้หญิง พ่อก็สนับสนุนให้เป็นผู้หญิงเต็มที่เลย
ประกวดมิสทิฟฟานี
ปีนี้นะคะ ปีใหม่ก็เข้าประกวดมิสทิฟฟานีครั้งที่ 25 ด้วย กลับมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 แล้วนะคะก็จะทำให้ดีที่สุด และฝากเป็นกำลังใจให้กับปีใหม่ หมายเลข 13 และเพื่อนๆ ผู้เข้าประกวดทั้ง 30 คนด้วยนะคะ

ภูมิใจในตัวเอง
การที่เราภูมิใจในตัวเอง เราไม่ได้ภูมิใจตรงที่ว่าได้ไปเป็นแอร์โฮสเตส ได้ไปเป็นนางแบบ ได้ไปอยู่อเมริกา เราไม่ได้ภูมิใจในตัวเองในจุดนั้น
แต่เราภูมิใจในตัวเองที่เราได้เห็นภาพของเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่วิ่งอยู่ในป่าข้าวโพด แล้วใครจะไปรู้ว่าอยู่ดีๆ เราจะได้มาเดินอยู่บนเครื่องบิน เราไม่เคยเห็นภาพตัวเองที่เดินอยู่บนเครื่องบินเลย

แต่เรามีแค่ความคิดว่าสักวันหนึ่ง เราจะต้องทำให้ได้ ซึ่งเราก็ยังไม่รู้ว่าเราจะไปถึงตรงนั้นได้ยังไง แต่เรารู้ว่าเราต้องไปให้ได้