เมื่อไม่นานนี้ ที่สวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย ต.ทุ่งค่าย อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง นายกอบศักดิ์ เพ็ญนุกูล หัวหน้าสวนพฤกษศาสตร์ฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ พาผู้สื่อข่าวไปชมฝูงค้างคาวขอบหูขาวเล็ก หรือค้างคาวหน้าหมา เนื่องจากมีหน้าตาเหมือนหมาหรือสุนัขมาก เดิมมีอยู่ไม่กี่ตัว บินมาทำรังใกล้ทางเดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติภายในสวนพฤกษศาสตร์ก่อนขยายพันธุ์เพิ่มมากขึ้น เพราะพื้นที่ป่ากว้างถึง 2,483 ไร่ จึงอุดมสมบูรณ์ มีผลไม้ป่าหลากหลายชนิดและปราศจากการถูกรบกวน ทำให้ขยายพันธุ์รวดเร็ว
โดยมาอาศัยอยู่ใต้ใบพืชตระกูลปาล์ม เช่น ปาล์มจีบ ปาล์มชวา ปาล์มเจ้าเมืองตรัง และปาล์มชนิดอื่นๆ ใช้วิธีกัดใบปาล์มให้หุบลงคล้ายร่มเพื่อช่วยบังแดดบังฝน แต่ละใบจะพบค้างคาวหน้าหมา 1-6 ตัว ในบริเวณใกล้เคียงกัน นักเรียน นักศึกษา และนักท่องเที่ยวที่เดินชมป่าสองข้างทางต่างไม่พลาดแวะชม

เชื่อว่าถ้ำตามธรรมชาติถูกมนุษย์รบกวนหรือขาดแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ ทำให้ค้างคาวหน้าหมาอพยพย้ายถิ่น แต่ไม่พบอาศัยอยู่ที่อื่นนอกจากใต้ใบปาล์มที่สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้มานานกว่า 3-4 ปีแล้ว ข้อดีคือมีต้นไม้นานาชนิดที่หายากและใกล้สูญพันธุ์เกิดขึ้นจากมูลค้างคาวที่ถ่ายไว้ใต้โคนต้น ทำให้เจ้าหน้าที่เก็บกล้าไม้เหล่านี้ไปเพาะชำต่อโดยไม่ต้องไปหาจากแหล่งอื่น
นอกจากพบค้างคาวหน้าหมาแล้ว ยังมีพรรณไม้พื้นถิ่นและไม้เบญจพรรณหลากชนิด หากโชคดีจะได้พบนกหายาก พญากระรอกดำและสัตว์อื่นๆ ด้วย

นายกอบศักดิ์กล่าวว่าจุดไฮไลต์ที่น้องๆ นักเรียนตัวเล็กๆ ชอบคือค้างคาวขอบหูขาวเล็กหรือค้างคาวหน้าหมา พบมากในช่วงผลไม้ติดผล เพราะกินผลไม้เป็นอาหาร โดยปกติค้างคาวหน้าหมาจะมีอยู่ทั่วไป แต่ในสวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่ายจะมาทำรังที่ใบปาล์มโดยการกัดใบปาล์มให้งุ้มลงเพื่อทำเป็นถ้ำสำหรับอยู่อาศัย ข้อดีของค้างคาวคือสัตว์ที่สร้างป่า กินผลไม้แล้วจะถ่ายมูลลงมางอกเติบโตขึ้นในอนาคต
พื้นที่ของสวนพฤกษศาสตร์มีทั้งหมด 2,483 ไร่ แบ่งออกเป็นป่าดิบชื้นและป่าพรุ เป็นแหล่งฟอกอากาศที่ดีของเมืองตรังเพราะเป็นป่าผืนใหญ่ใกล้เมือง ส่วนสัตว์ที่หาชมยากและพบเห็นไม่บ่อยนักคือพญากระรอกดำและนกแซงแซวสวรรค์
ทรงวุฒิ นาคพล