จากนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการยกระดับสินค้าเกษตรและเสริมศักยภาพเกษตรกร ผ่านการผลักดันนโยบายสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง ‘1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง’ มอบหมายทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ บูรณาการแผนงานและงบประมาณขับเคลื่อนนโยบาย
กรมส่งเสริมการเกษตรจึงเร่งขับเคลื่อนระดับพื้นที่ตำบล ส่งเสริมเกษตรกรได้ทำเกษตรแบบประณีต หรือเกษตรแม่นยำสูง ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีชีวภาพ และเทคโนโลยีหมุนเวียน ยกระดับการผลิตและสร้างคุณค่าต่อยอดเป็นสินค้าเกษตรโภชนาการมูลค่าสูง

ปัญญา ประดิษฐสาร
นายปัญญา ประดิษฐสาร เกษตรจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานหลักของคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ด้านพืช แมลงเศรษฐกิจและบริการเชิงสร้างสรรค์
กลุ่มสินค้าเกษตรมูลค่าสูง มีกรอบแนวทางขับเคลื่อนคือ การพัฒนากระบวนการผลิตและการแปรรูป โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับห่วงโซ่มูลค่าให้สูงขึ้น

ส่งเสริมการผลิตอาหาร Future Food และ Function Food การบูรณาการความร่วมมือกับสถานศึกษา นำงานวิจัยสู่การถ่ายทอดและส่งเสริมการตลาดภายในประเทศ ทั้งออนไลน์ และออฟไลน์
สำหรับวิสาหกิจชุมชนตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในโครงการสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง ‘1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง’ หนึ่งในนั้นวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่มังคุดคิชฌกูฏ ที่เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมังคุดใน อ.เขาคิชฌกูฏ และอำเภอใกล้เคียงในพื้นที่ จ.จันทบุรี

ปัจจุบันวิสาหกิจฯ แห่งนี้เติบโตอย่างเข้มแข็ง มั่นคง มีสมาชิกกว่า 70 ราย เป็นต้นแบบการสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกรอย่างแท้จริง
นายพิพัฒน์ เต็งเศรษฐศักดิ์ ฝ่ายการตลาด วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่มังคุดคิชฌกูฏ เล่าที่มาการรวมตัวเป็นแปลงใหญ่ ว่า เดิมพื้นที่ชุมชนนี้ปลูกไม้ผลอื่นๆ ผสมผสานกันทั้งทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจทำให้ราคาผลไม้ตกต่ำ

หนึ่งในผลไม้ที่ราคาตกต่ำมากที่สุด คือ มังคุด จึงเป็นสาเหตุสำคัญทำให้มีการรวมกลุ่มกันขึ้น
“พวกเรามีแนวคิดว่าควรรวมกลุ่มในการพัฒนาสินค้า และผนึกกำลังร่วมกันขายมังคุด เพื่อผลักดันราคาและก่อให้เกิดอำนาจต่อรองเจรจาการค้ามากยิ่งขึ้น โดยเราพัฒนาเรื่องตลาดด้วยการใช้ระบบประมูล ไม่ใช่การเหมาสวนหรือขายให้พ่อค้ารายใดรายหนึ่ง โดยวิสาหกิจของเราถือเป็นโมเดลต้นแบบที่สำคัญของการทำแปลงใหญ่มังคุด จ.จันทบุรี” นายพิพัฒน์กล่าว

แปลงใหญ่มังคุดเขาคิชฌกูฏ เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมังคุด ตั้งแต่ปี 2559 ต่อมาปี 2560 ได้สร้างแบรนด์ของกลุ่มภายใต้ชื่อ KMK (Krathing Mangosteen Khaokhitchakut) และดำเนินการจัดประมูลมังคุดขึ้นเป็นแห่งแรกใน จ.จันทบุรี
กล่าวได้ว่าการรวมตัวเป็นวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่มังคุดคิชฌกูฏ เสมือนเป็นจุดเริ่มต้นทำให้เกิดการพัฒนาเกษตรกร และผลผลิตในภาพรวม

ทำให้เกษตรกรพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น สามารถสร้างอำนาจต่อรองด้านราคา สมาชิกในกลุ่มมีรายได้เพิ่ม ขายผลผลิตได้ทุกเกรดคุณภาพ มีกระบวนการทำงานแบบมีส่วนร่วม และแบ่งหน้าที่การทำงานชัดเจน
นอกจากนี้เพื่อต่อยอดและยกระดับผลผลิตเกษตรกรแปลงใหญ่มังคุดคิชฌกูฏ ให้มีมูลค่าสูงขึ้นอย่างยั่งยืน กรมส่งเสริมการเกษตรได้เข้ามาช่วยสนับสนุนและส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตร ผ่านการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง

โดยเสนอแนวทางการจัดทำแผนต่างๆ ทั้งแผนธุรกิจเกษตรรายสินค้า ในการยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรระดับหมู่บ้านให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น แผนการผลิตที่เชื่อมโยงกับความต้องการของตลาด
รวมถึงจัดทำแผนธุรกิจเกษตรในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม

สำหรับแนวทางการเพิ่มมูลค่าผลผลิตของแปลงใหญ่มังคุดคิชฌกูฏ เดิมทีทางกลุ่มมีการเพิ่มมูลค่าผลผลิตจากการประมูลอยู่แล้ว แต่เพื่อให้มูลค่าของผลผลิตสูงขึ้น
เราจึงได้นำผลผลิตที่ไม่ดี หรือตกเกรด นำมาแปรรูปเป็นปุ๋ยและน้ำหมักชีวภาพ ไว้ใช้ในสวนมังคุดและแจกจ่ายชาวบ้าน เพราะโจทย์ของเราคือ จะทำอย่างไรให้สินค้าตกเกรดสามารถสร้างมูลค่าได้
ขณะเดียวกันยังพยายามเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยต่างๆ ในไทย เพื่อค้นคว้าหางานวิจัยนำมาปรับใช้ในการพัฒนาและต่อยอดผลผลิตให้มีมูลค่าสูงขึ้น

สิ่งที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากคือ กลุ่มของเรามีการคัดเกรดมังคุดตามความต้องการของตลาด สามารถจำหน่ายได้ทั้งตลาดส่งออก ตลาดภายในประเทศ ตลาดออนไลน์ ตลาดพรีเมียม รวมถึงตลาดแปรรูป
ที่สำคัญเป้าหมายสูงสุดของวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่มังคุดคิชฌกูฏ คือ ในอนาคตเราอยากจะเป็นล้งสำหรับชุมชน เพราะปัจจุบันเราเป็นเพียงพื้นที่สำหรับใช้ประมูลขาย ซึ่งหากเราได้เป็นล้ง คิดว่าจะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้เป็นอย่างดี

ด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจของวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่มังคุดคิชฌกูฏ ทำให้วันนี้สามารถร่วมกันแก้ไขปัญหาราคามังคุดที่เคยตกต่ำ จนสามารถเดินหน้ายกระดับผลผลิตสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง
ทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง