ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดบ้านต้อนรับคณาจารย์ และนักเรียนมัธยม ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมโรงเรียนวิทยาศาสตร์การแพทย์ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาฉุกเฉินการแพทย์ คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ โดย ศ.พญ.จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ ต้อนรับ พร้อมด้วย นพ.สุขสันต์ กนกศิลป์ อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาฉุกเฉินการแพทย์ โรงเรียนวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวแนะนำการเรียนการสอน ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ อาชีพหลังสำเร็จการศึกษา ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ศ.พญ.ยุวเรศมคฐ์ สิทธิชาญบัญชา รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นแขกรับเชิญพิเศษในช่วงแชร์ประสบการณ์กับแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน รวมทั้งพูดคุยกับนักฉุกเฉินการแพทย์รุ่นพี่แนะแนวการเตรียมตัวและเปิดโอกาสให้ซักถามกับอาจารย์ประจำวิชา

โดยทางหลักสูตรจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปให้น้องนักเรียนมัธยมฝึกทดลองและเรียนรู้ทั้งหมด 4 ฐาน ประกอบด้วย 1.ฐาน BLS : Basic Life Support เพื่อเรียนรู้วิธีการกู้ชีพขั้นพื้นฐานสำหรับประชาชน และลองปฏิบัติกับหุ่นจำลองด้วยตัวเอง 2.ฐาน Choking เพื่อเรียนรู้การประเมินและช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ป่วยทางเดินหายใจอุดกั้นทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก 3. ฐาน Airway สาธิตการจัดทางเดินหายใจและใส่ท่อช่วยหายใจในหุ่นจำลอง หนึ่งในหัตถการที่นักฉุกเฉินการแพทย์กระทำในการกู้ชีพขั้นสูง 4. ฐาน Ambulance สัมผัสบรรยากาศบนรถพยาบาลรวมทั้งอุปกรณ์รักษาพยาบาล ณ จุดเกิดเหตุจริง นอกจากนี้ ทางหลักสูตรยังจัดแสดงเครื่องมือ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยซึ่งใช้ในการเรียนการสอนในสาขาวิชาฉุกเฉินการแพทย์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาฉุกเฉินการแพทย์มุ่งเน้นผลิตบัณฑิตให้มีความรู้ความชำนาญและทักษะด้านฉุกเฉินการแพทย์ เพื่อให้ผู้ป่วยฉุกเฉินโดยเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตได้รับการผดุงชีวิต รวมทั้งป้องกันการเสียชีวิตหรือการรุนแรงขึ้นของการบาดเจ็บหรืออาการป่วยนั้นได้อย่างถูกต้อง


ในส่วนการเรียนการสอน นอกเหนือจากเนื้อหาวิชาการ นักศึกษาจะได้ประสบการณ์ฝึกปฏิบัติกับหุ่นจำลอง ฝึกซ้อมการบริบาล ผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บนอกโรงพยาบาลเสมือนจริงในศูนย์จำลองสถานการณ์เพื่อการเรียนรู้ รวมทั้งฝึกประสบการณ์จริงในช่วงฝึกภาคสนามที่โรงพยาบาลแหล่งฝึกทั่วประเทศไทย เพื่อพัฒนาทั้งความรู้และทักษะพร้อมดูแลประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ทางหลักสูตรยังเล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในการตอบโต้ภัยพิบัติให้มีมาตรฐานสากล ซึ่งจะมีการสอดแทรกองค์ความรู้และทักษะการบริหารสาธารณภัยให้นักศึกษาทั้งในรูปแบบกิจกรรมการเรียนการสอน กิจกรรมนอกหลักสูตร และโอกาสในการศึกษาเฉพาะทางต่อในต่างประเทศ