เมนูอีสาน รสชาติพื้นบ้านแท้ๆ 2 หนุ่มเจ้าของร้าน‘เผ็ด เผ็ดหลาย’ เผยที่มารสชาติแซ่บซี๊ด โดนใจ
หากพูดถึง “อาหารอีสาน” เป็นอาหารพื้นบ้านของภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นที่รู้จัก และกลายเป็นอาหารจานโปรดของคนทั่วทุกภาค หรือแม้แต่คนต่างชาติ
หนึ่งในร้านขึ้นชื่อที่มีรางวัลการันตีคือ Phed Phed Lhay (ร้านเผ็ด เผ็ดหลาย) ของ 2 หนุ่มเจ้าของร้าน ต้อม-ณัฐพงศ์ แซ่หู และ โอม-ณัฐกร จิวะรังสินี ล่าสุดเพิ่งคว้ารางวัล “ร้านอาหารสุดยอดซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทย LINE MAN Wongnai Users’ Choice 2024”

ร้านเผ็ดเผ็ด มี 7 สาขา ส่วนร้าน “เผ็ด เผ็ดหลาย” ที่จะพาไปแนะนำตั้งอยู่ในซอยสายลม 1 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร
ขับรถเข้ามากลางซอยจะเห็นป้ายร้านเผ็ดเผ็ดหลาย บรรยากาศร้านให้ความรู้สึกอบอุ่นแบบบ้านเดี่ยวหลังเก่า ให้อารมณ์เหมือนนั่งกินข้าวอยู่ที่บ้าน ชั้นแรกเปิดเป็นร้านอาหาร ส่วนชั้นสองเปิดเป็นคาเฟ่ สามารถมานั่งทำงานเงียบๆ เป็นส่วนตัว ตกแต่งง่ายๆ แบบน่านั่งทุกห้อง

ต้อม กับ โอม สองเพื่อนซี้เจ้าของร้านที่เคยเป็นหนุ่มวิศวะและสถาปัตย์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของร้านเผ็ดเผ็ดที่ดูจะห่างไกลอาชีพเดิมว่า 8 ปีก่อนขายกระเป๋า แต่จู่ก็อยากเปิดหน้าร้าน แต่ถ้าเปิดเป็นร้านกระเป๋าก็คงมีคนเข้าร้านไม่เยอะ ประกอบกับเพจที่เปิดไว้ขายกระเป๋าชอบลงภาพอาหารที่คุณต้อมทำอยู่แล้ว และได้แรงเชียร์ให้เปิดร้านอาหาร จึงนำมาสู่ร้านเผ็ด เผ็ด สาขาแรก

“ชื่อร้านเผ็ด เผ็ด เพราะผมเป็นคนกินเผ็ดมาก ชอบอาหารรสจัด พอจะเปิดร้านก็ไปเสิร์ชดูว่าควรใช้ชื่ออะไร แล้วก็ไปเจอที่คนเขียนแนะนำไว้ว่าถ้าต่างชาติมาทานอาหารไทยต้องสั่งเผ็ดๆ นะ เลยเกิดไอเดียเป็นชื่อเผ็ดเผ็ดขึ้นมา
ร้านนี้ผมจะเป็นคนทำอาหารเอง ก่อนหน้านี้แม่ผมซึ่งเป็นคนนครพนม เปิดร้านอาหารอีสาน เมื่อผมมาเปิดร้านนี้จึงทำเป็นสูตรอาหารอีสาน แม่ผมปรุงน้ำปลาร้าเองอร่อยมาก จึงค่อยๆมาปรับเปลี่ยน คิดสูตรเพิ่มเติม ผมดูเรื่องอาหารทั้งหมด ส่วนคุณโอมดูแลจัดการเรื่องภายในร้าน” ต้อม-ณัฐพงศ์ เล่าถึงที่มาของร้านเผ็ดเผ็ด

โอม-ณัฐกร เสริมว่า สาขาแรกของเราเป็นร้านคาเฟ่ มีเมนูทั่วๆ ไป ส้มตำ ลาบ น้ำตก สาขาต่อมาจึงลองทำเมนูแปลกๆ คอนเซ็ปต์ของแต่ละสาขามีความเป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันไป และเมนูแต่ละสาขาก็แตกต่างกันออกไปด้วย 7 สาขา 1,000 เมนู ไม่ซ้ำ ทั้งอาหารคาวหวานและน้ำ
ต้อมขยายความถึงเมนูอาหารว่า อาหารจะเป็นเมนูที่เราทำกินที่บ้าน เป็นอาหารอีสานพื้นบ้านแท้ๆ หรือไปเที่ยวแล้วเจอมาก็มาลองมาทำ เช่น ส้มตำหลวงพระบาง ตำผลไม้ ไข่เจียวหมูสับที่นำหมูสับไปคั่วก่อนใส่ไข่ลงไป แกงขี้เหล็กใส่หนังควาย นึ่งปลา ป่นปูนา ป่นแมงดา ทำปลาร้าพิเศษที่เรียกว่าปลาร้าโหน่ง มีกลิ่นแรง ซึ่งเมนูนี้เป็นความโดดเด่นของสาขานี้ที่ไม่เหมือนสาขาอื่นๆ เป็นเมนูที่หากินได้ไม่ง่ายนัก

ด้วยเมนูอาหารพื้นบ้านที่ถูกปากคนไทย รวมถึงกำลังเป็นที่สนใจของลูกค้าต่างชาติที่เริ่มมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ร้านเผ็ดๆ จึงได้รับรางวัล “ร้านอาหารสุดยอดซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทย LINE MAN Wongnai Users’ Choice 2024”
ต้อม และ โอม พูดถึงความภูมิใจกับรางวัลนี้ว่า “สิ่งที่ทำให้ร้านได้รางวัลน่าจะเป็นเพราะรสชาติส้มตำที่มีเอกลักษณ์ มีตัวรสที่หลากหลาย น้ำส้มตำมีทั้งน้ำกะปิ ปลาร้า น้ำส้มตำหลวงพระบาง ตำน้ำปลา ตำปลาร้าโหน่ง ให้ลูกค้ามีตัวเลือกที่รับประทานมากมาย”

เมนูแนะนำของทางร้าน เมนูแรก ตำเต็มถาดปลาร้า ตำปลาร้ารสแซ่บแต่กลมกล่อม พร้อมเครื่องแน่นๆ เต็มถาดทั้งปูดองสดๆ หมูยอ กุ้ง ปลาหมึกลวก ไข่ยางมะตูม ไข่เยียวม้า ขนมจีน ผักเคียง
เนื้อไทยโคขุนย่าง หมักแบบไทยๆ ย่างกับเตาถ่านจนได้กลิ่นหอม รสเนื้อดีเลิศ ไม่เหนียว จัดเต็มน้ำจิ้มให้เลือกกินตามชอบหลากหลาย อาทิ น้ำจิ้มแจ่วปลาร้า น้ำจิ้มมะเขือเทศหอมแขก
ยำกุ้งแม่น้ำเต้น ชื่อเหมือนยำกุ้งเต้นตัวเล็กๆ แต่เป็นกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ ใครชอบเนื้อกุ้งสุกมากสุกน้อยแจ้งทางร้านได้ แต่อยากให้ลองชิมตามสูตรย่างพอสะดุ้งไฟของที่ร้าน เนื้อเด้ง หัวกุ้งมันๆ ติ้มกับน้ำจิ้มรสจัดจ้าด เปรี้ยวโดดสะใจ คำเดียวไม่พอจริงๆ

ตามด้วยเมนูที่มีน้ำซุปซดคล่องคอ ต้มยำปลากะพงบ๊วยใส่กากหมู มีกลิ่นกากหมูยั่วน้ำลาย พอชิมได้รสเปรี้ยวนำแต่กลมกล่อมในปาก ปลากระพงชิ้นโตเต็มคำ
ส่วน ข้าวคั่วกากหมู กินคู่กับพริกน้ำปลา น่าจะเป็นเมนูโปรดของลูกค้าประจำและใครอีกหลายคน
ปิดท้ายด้วยขนมหวาน โรลกาแฟครีมสด และอินทนิล พร้อมเครื่องดื่มแนะนำ น้ำมังคุด สมูทตี้มะม่วงเสาวรส ที่สดชื่นสมกับเป็นน้ำผลไม้ไทย
แต่ละเมนูสั่งมาแล้วไม่มีผิดหวังแน่นอน เพราะวัตถุดิบมีคุณภาพ ไม่หวงเครื่องถึงรสอาหารไทย สมกับรางวัล สุดยอดซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทย LINE MAN Wongnai Users’ Choice 2024