ทำความรู้จัก น้องเอสที – วารีรยา สุขเกษม นักสเกตบอร์ดทีมชาติไทย อายุน้อยที่สุดในโอลิมปิก ชอบกีฬานี้เพราะสนุก ท้าทาย ไม่คิดว่าสเกตบอร์ดจะพามาไกลถึงวันนี้
นักสเกตบอร์ดไทย “คนแรก” ใน “โอลิมปิก”
แม่ทักมาหาหนูว่า เอสทีเข้าโอลิมปิกแล้ว ตอนนั้นหนูดีใจมากเลยค่ะ
รู้สึกตื้นตันใจค่ะ ภูมิใจในตัวเองที่ได้เป็นตัวแทนของประเทศไทยไปแข่งโอลิมปิกประเภทสเกตบอร์ด และยังอายุน้อยที่สุดด้วย พอได้เข้าจริงๆ ก็ดีใจ ร้องไห้กันทั้งครอบครัวเลยค่ะ (ยิ้ม)

ถ้าในไทยก็ถือว่าเป็นคนแรกเลยค่ะที่ได้ไปแข่งโอลิมปิก ประเภทสเกตบอร์ด ถามว่าตอนนี้กดดันไหมก็มีความเครียดอยู่บ้าง บวกกับที่ต้องซ้อมเยอะด้วย กดดันหลายๆ เรื่อง
แต่ยังไงก็ต้องผ่านจุดนี้ไปให้ได้ค่ะ เพราะว่าอย่างน้อยก็เป็นประสบการณ์ชีวิต ได้เข้าโอลิมปิกสักครั้งในชีวิตก็ถือว่าคุ้มแล้วค่ะ

กว่าจะคว้าตั๋ว โอลิมปิก ต้องผ่านอะไรมาบ้าง
ก่อนหน้านี้ที่แข่งขันจะมีเฟส 1 และเฟส 2 ค่ะ สำหรับเฟสแรกคือ จะมี 6 สนาม ทุกคนต้องไปแต่ละประเทศเพื่อที่จะเก็บคะแนน
จากนั้นจะคัด Top 44 ของโลกเข้าไปในเฟส 2 ซึ่งมีแข่งอีก 2 สนามคือ เซี่ยงไฮ้ และฮังการีค่ะ เป็นสนามตัดสินแล้วว่า ใครจะได้เป็น Top 22 ของโลกที่ได้ไปโอลิมปิก

อาทิตย์หนูฝึกซ้อม 6 วันค่ะ วันละ 5-6 ชั่วโมง ถ้าเรายังทำท่าไม่ลงก็จะไม่ได้พักเลย ต้องทำท่าให้มั่นใจ และใช้เวลาเยอะจนกว่าจะทำท่าให้มั่นใจขึ้นค่ะ
หนูน้อยนักสเกตฯ ตั้งแต่ 7 ขวบ
หนูเริ่มเล่นสเกตบอร์ดตั้งแต่อายุ 7 ขวบค่ะ ด้วยความที่แม่อยากหากิจกรรมให้หนูเล่น แม่เลยถามหนูว่าอยากลองเล่นสเกตบอร์ดไหม

ตอนแรกหนูก็สงสัยแต่ก็อยากลองไปดู พอมาที่สนาม แม่ก็ซื้อแผ่นให้หนูลองไถเล่น หนูก็ไถเล่นกับแม่ก็กลายเป็นความชอบค่ะ

จากนั้นก็เข้าทีมชาติตอนอายุ 10 ขวบค่ะ ทางสมาคมฯ มีการคัดตัวทีมชาติ หนูไปแข่งได้ที่ 1 มา หนูก็เลยได้รับเลือกให้เป็นนักกีฬาทีมชาติตั้งแต่ตอนนั้นเลยค่ะ
ตอนเล่นแรกๆ มีบาดเจ็บอะไรไหม ช่วงแรกก็ยังเบาๆ ค่ะ (ยิ้ม) แต่หลังจากเริ่มเล่นท่าได้ มีท่าให้เล่น บางทีก็ล้มบ้าง แต่ก็ล้มไปมันส์ไปค่ะ (หัวเราะ)

ถ้าเจ็บที่สุดก็น่าจะเป็นกระดูกข้อเท้าแตกออกมาค่ะ เหตุการณ์คือหนูเห็นรุ่นพี่คนหนึ่งเล่นท่า Frontside แล้วหนูอยากลองทำ
แต่ตอนนั้นเราก็ยังเล่นไม่ได้ชัวร์ แค่พอกระโดดได้ หนูเลยถามพี่เขาว่าท่านี้เล่นยังไง อยากเล่นบ้าง พี่เขาเลยบอกให้ลองเล่นดู

แต่พอหนูลองไปได้ 4-5 รอบ ซึ่งเหมือนจะลงได้แล้ว แต่มีอยู่ช็อตหนึ่ง หนูล้มทับขาตัวเอง ตอนนั้นเจ็บมากเลยค่ะ
พอไปเอกซเรย์ดู กระดูกมันแตกออกมา ฉีกออกมาเลยค่ะ ใส่เฝือกไป 4 เดือน รวมการรักษาทั้งหมดก็ประมาณ 6 เดือนค่ะ
“พ่อแม่” ผู้อยู่เบื้องหลัง “ความสำเร็จ”
ครอบครัวหนูมีการสนับสนุนเยอะมากเลยค่ะ ในการผลักดัน ฝึกซ้อม แข่งขันในทุกสนาม บางทีก็ให้แรงบันดาลใจอย่างให้หนูดูหนังที่สร้างความมั่นใจ ให้กำลังใจกับหนูได้
หนูไม่เคยคิดว่าสเกตบอร์ดจะพาหนูมาไกลถึงทุกวันนี้ พาหนูไปได้ทุกๆ ที่ พาหนูออกนอกทวีป พาหนูไปแข่งขัน ได้รู้ประสบการณ์ว่าข้างนอกเป็นยังไง ได้รู้จักกีฬาที่มันมีความเจ็บปวด และสนุกอยู่ด้วยกัน

หนูฝากขอกำลังใจจากชาวไทยทุกๆ คนด้วยนะคะ ในการแข่งโอลิมปิกในครั้งนี้ของเอสที และก็ขอบคุณในแรงเชียร์ในทุกสนามที่หนูแข่งขันมาทั้งหมด

สำหรับใครที่อยากลองมาสนใจในกีฬานี้นะคะ อย่ากลัวที่จะลองทำมันนะคะ บางทีมันอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาลเลยก็ได้
เพราะถ้าเอสทียืนในจุดนี้ได้ ทุกคนก็ต้องมายืนในจุดของเอสทีได้ค่ะ ถ้าเป็นในเด็กรุ่นใหม่อาจจะไปไกลกว่าเอสทีก็ได้ค่ะ อาจจะคว้าเหรียญมาได้ น่าจะทำได้มากกว่าเอสทีค่ะ (ยิ้ม)
ขอบคุณสถานที่ : Dreg Skateshop & SkatePark