“เซินเจิ้น” เมืองที่มีขนาดพื้นที่ 2,050 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ในมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน
ในอดีตพอได้ยินชื่อเมืองเซินเจิ้น ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้นแหล่งช็อปปิ้งยอดนิยมเรื่องสินค้าเกรดบี แต่วันนี้ “เซินเจิ้น” ได้พัฒนายกระดับเมืองอย่างก้าวกระโดด

เมืองสะอาด-ทันสมัย
หลังจากปีพ.ศ.2523 เมืองเซินเจิ้นได้รับการจัดตั้งเป็น “เขตเศรษฐกิจพิเศษเซินเจิ้น” ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งแรกของจีน เมืองได้เปลี่ยนจากเมืองขนาดเล็กเป็นมหานครที่เจริญรุ่งเรือง มีนวัตกรรมที่ทันสมัย มีความกลมกลืนกับสถาปัตยกรรมดั้งเดิม ทำให้ปัจจุบันเซินเจิ้นเป็นเมืองที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

มหานครที่เจริญรุ่งเรือง
ขณะที่อุณหภูมิโดยทั่วไปจะเปลี่ยนแปลงในช่วง 13-32 องศาเซลเซียส และน้อยมากที่อุณหภูมิจะต่ำกว่า 8 องศาเซลเซียส หรือสูงกว่า 34 องศาเซลเซียส ช่วงที่อากาศอบอุ่นกำลังสบายที่สุดคือช่วงกลางเดือนตุลาคม-กลางเดือนธันวาคม
การไปเซินเจิ้นครั้งนี้เป็นการเดินทางช่วงต้นเดือนสิงหาคม เป็นช่วงฤดูร้อนพอดี จากท่าอากาศยานดอนเมืองมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติเซินเจิ้นเป่าอัน กับอุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียสในเวลากลางคืน เรียกได้ว่าเป็นการต้อนรับกันแบบอบอุ่นค่อนไปทางร้อนเลยทีเดียว

อ่าวเฉียนไห่
จากท่าอากาศยานดอนเมืองอันใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมง เราก็มาถึงท่าอากาศยานนานาชาติเซินเจิ้นเป่าอัน และจากท่าอากาศยานเซินเจิ้นเป่าอัน หากใช้บริการแท็กซี่จะใช้เวลาประมาณ 40 นาที เนื่องจากท่าอากาศยานอยู่ห่างจากตัวเมือง 27 กิโลเมตร แต่ถ้ามาถึงเซินเจิ้นช่วงกลางวันการใช้บริการรถไฟใต้ดินจะสะดวกรวดเร็วกว่า
บรรยากาศของเมืองเซินเจิ้นช่วงค่ำคืนการจราจรบนท้องถนนค่อนข้างคล่องตัว แตกต่างจากช่วงกลางวันที่การจราจรจะค่อนข้างหนาแน่นติดขัด ซึ่งเป็นปกติของเมืองใหญ่ แต่สิ่งที่เมืองเซินเจิ้นเปลี่ยนไปคือความเงียบสงบบนท้องถนนกับสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น เพราะปัจจุบันยานพาหนะของคนเซินเจิ้นแทบจะ 100% เป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งช่วยในเรื่องการลดมลพิษทางอากาศด้วย
ได้มาสัมผัสเซินเจิ้นด้วยตัวเอง พบว่าเป็นเมืองสะอาด เป็นเมืองที่มีความใหญ่โตทันสมัยมาก มีตึกสูงมากมายตั้งเรียงรายทั่วทั้งเมือง วันนี้เซินเจิ้นเปลี่ยนแปลงไปมากแล้วจริงๆ
ที่สำคัญจะลืมประโยคที่ชอบพูดแซวเซินเจิ้นว่าเป็นแหล่งช็อปปิ้งสินค้าเกรดบี แต่จะเกิดภาพจำใหม่ความรู้สึกใหม่ว่าวันนี้เซินเจิ้นคือเมืองแห่งนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ถึงขนาดได้รับการขนานนามว่า “Silicon Valley of China” หรือเมืองแห่งนวัตกรรมของจีน เนื่องจากเป็นที่ตั้งของบริษัทชั้นนำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับสูงของจีนจำนวนมาก

ทางเข้าเมืองโบราณหนานโถว
นอกจากความทันสมัย ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากทั้งเรื่องแหล่งช็อปปิ้ง การไหว้พระขอพร และการเดินชมเมืองโบราณ
เป้าหมายหนึ่งที่ไม่ควรพลาดคือ การไหว้พระขอพรที่ ‘วัดกวนอู’ เป็นวัดอันศักดิ์สิทธิ์ที่คนเซินเจิ้น หรือแม้แต่นักท่องเที่ยวนิยมมาไหว้ขอพรเรื่องหน้าที่การงาน โดยเฉพาะข้าราชการ ซึ่งเทพเจ้ากวนอูเป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์ ความจงรักภักดี ความกล้าหาญ โชคลาภ และยังเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของความเด็ดเดี่ยว และเป็นธรรม

สถาปัตยกรรมในเมืองโบราณหนานโถว

รอบเมืองโบราณหนานโถว
ใกล้วัดกวนอู เป็นที่ตั้งของ ‘เมืองโบราณหนานโถว’ ซึ่งก่อตั้งยาวนานมากว่า 1,700 ปี ชมสถาปัตยกรรมโบราณที่ผสมผสานความสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว
เมืองโบราณหนานโถวมีการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตของสังคมหลายพันปี ที่นี่จึงเป็นทั้งย่านชุมชน และเป็นหมู่บ้านในเมืองที่ถูกล้อมรอบด้วยเมืองอีกชั้น ด้วยเหตุนี้ทำให้เมืองโบราณหนานโถวมีบรรยากาศของชีวิตประจำวันที่หาได้ยากในเซินเจิ้น

ทางเข้าเมืองโบราณหนานโถว

เมืองโบราณหนานโถว
ขณะที่ ‘วัดฮงฟา’ เป็นอีกสถานที่ที่ควรไปไหว้พระและท่องเที่ยว เป็นวัดพุทธที่ตั้งอยู่ในสวนพฤกษศาสตร์เชียงหูหรือทะเลสาบนางฟ้า โอบล้อมด้วยภูเขาอันกว้างใหญ่ ชาวเซินเจิ้นนิยมมากราบไหว้ขอพรเกี่ยวกับธุรกิจการงาน โดยมีพระศรีศากยมุนี และเจ้าแม่กวนอิมพันมือ ให้ท่านได้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล

วัดฮงฟา

กราบไหว้ขอพรในวัดฮงฟา
นอกจากนี้ ยังมีอาคารนิทรรศการวัฒนธรรมพุทธศาสนา อาคารพระคัมภีร์ และสวนพุทธศิลป์ ให้ผู้มาเยือนได้เยี่ยมชมอีกด้วย

เยี่ยมชมวัดฮงฟา
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ถูกใจขาช็อปแน่นอน คือ ‘ตลาดตงเหมิน’ ถนนคนเดินช็อปปิ้งยาวเกือบ 2 กิโลเมตร เป็นแหล่งช็อปปิ้งยอดนิยมของเซินเจิ้น เป็นที่ตั้งของศูนย์การค้าทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ มีสินค้า ของอาร์ต ของกิน ให้ได้จับจ่ายกันอย่างเพลิดเพลินจนลืมเวลาได้เลย พร้อมเช็กอินถ่ายรูปกับจอภาพ 3 มิติใจกลางตลาด

ตลาดตงเหมิน
ที่ไม่ควรพลาดมาอีกแห่งคือ ‘การนั่งชิงช้าสวรรค์ Bay Glory’ อยู่ในอ่าว OH ในเขต Bao’an โดยชิงช้าสวรรค์มีความสูง 128 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 113.3 เมตร เปรียบเหมือนสัญลักษณ์แห่ง “มหานครใหม่ของผู้คน”

ถนนคนเดินช็อปปิ้งยาวเกือบ 2 กิโลเมตร
การนั่งชิงช้าสวรรค์ Bay Glory หนึ่งรอบจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที รับรองว่าท่านจะเพลิดเพลินกับทัศนียภาพของอ่าวเฉียนไห่แน่นอน

ชิงช้าสวรรค์ Bay Glory
ส่วนการใช้จ่ายในเมืองเซินเจิ้นถือว่ามีความสะดวกสบาย เพราะปัจจุบันประเทศจีนแทบจะเป็นสังคมไร้เงินสด การใช้จ่ายทำได้โดยการสแกนจ่ายผ่าน Alipay รวมถึง Wechat Pay
รูปแบบการใช้งานนั้นง่ายมาก เพียงแค่เปิดแอปฯ สแกน QR Code ก็ชำระเงินได้ทันที สามารถใช้ได้ทั้งการสั่งอาหาร เรียกแท็กซี่ จ่ายค่ารถไฟใต้ดิน ค่าทางด่วน ค่าจอดรถ จองโรงแรม หรือใช้จ่ายผ่านร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ Alipay

บัตรกรุงไทยทราเวลฯ
ครั้งนี้ธนาคารกรุงไทยพาสำรวจความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของมหานครเซินเจิ้น เราจึงพกบัตร Krungthai Travel UnionPay Debit Card บัตรเดียวเที่ยวคุ้มทั่วจีน ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลต่างประเทศที่ดีที่สุด สกุลเงิน CNY, ไม่เสียค่าธรรมเนียม ใช้จ่ายสบาย ไม่เสียค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.5%, ใช้งานง่าย แลกเงินและจัดการบัตรง่ายๆ ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านแอปพลิเคชั่น KrungthaiNEXT, สะดวกสบายกับบริการชำระเงิน QR Code ได้ที่ร้านค้ารับบัตร UnionPay ทั่วโลก ผ่านแอปพลิเคชั่น Krungthai NEXT
นอกจากนี้ ยังรองรับการใช้งานในประเทศไทย สามารถใช้บัตรในประเทศไทยได้เหมือนกับบัตรเดบิตทั่วไปด้วยสกุลเงินบาท โดยหักบัญชีเงินฝากที่ผูกไว้กับบัตร สามารถสมัครบัตร Krungthai Travel Card ได้ที่แอปพลิเคชั่น Krungthai NEXT และธนาคารกรุงไทยทุกสาขาทั่วประเทศ
หากลูกค้าต้องการใช้บัตรด่วน ธนาคารเปิดให้บริการออกบัตรด่วนแบบพิมพ์ชื่อและรอรับบัตรได้เลย ที่สาขานานาเหนือ และสาขาสยามพารากอน
‘คิดจะออกเดินทางอย่าลืมนึกถึงเซินเจิ้น เปิดใจแล้วไปลองสนุกแน่นอน’
เกศศินีย์ นุชประมูล