ใครจะคิดว่า จ.ตรัง จะปลูกองุ่นได้ เพราะองุ่นเป็นผลไม้เมืองหนาว แต่ นายคเนตร มินเนตร หรือ โบ้ อายุ 40 ปี และ นางชลาทิพย์ มินเนตร หรือ ดาว อายุ 36 ปี สองสามีภรรยา ซึ่งอยู่หมู่ที่ 2 ต.ย่านซื่อ อ.กันตัง จ.ตรัง ไม่คิดเช่นนั้น
ได้ทดลองปลูกองุ่นเพราะความชอบกิน โดยลองผิดลองถูกจนกลายเป็นเกษตรกรเจ้าแรกและเจ้าเดียวที่ปลูกองุ่นใน อ.กันตัง บนเนื้อที่ 2 ไร่

โดยคเนตรเล่าว่า ที่มาที่ไปของการปลูกองุ่นเจ้าแรกในกันตัง เนื่องจากเมื่อช่วงสิ้นปีที่ผ่านมาโดนภรรยาคือ นางชลาทิพย์หลอกตนว่าจะพาไปเที่ยวในตัวเมืองตรัง ก่อนจะพาไปชิมองุ่นที่สวนขุนไกร ใน ต.บ้านควน อ.เมืองตรัง
ซึ่งเมื่อตนได้ชิมองุ่นแล้วรู้สึกว้าว ติดใจในรสชาติความหวาน กรอบ อร่อย และสดจากต้น เลยคิดว่าตัวเองก็น่าจะทำได้ เพราะถ้าใน อ.เมืองตรัง ปลูกได้ใน อ.กันตัง ก็น่าจะปลูกได้เช่นกัน

จึงตัดสินใจซื้อต้นองุ่นมาจำนวน 77 ต้น โดยให้เจ้าของสวนองุ่นมาช่วยแนะนำวิธีการปลูก และการดูแล ให้น้ำ ให้ปุ๋ย
เริ่มต้นด้วยลองมาทำโรงเรือนเล็กๆ หน้าบ้านดูก่อน ขนาดความยาว 70 เมตร ความกว้าง 10 เมตร จำนวน 1 หลัง
พอทำปุ๊บมันก็โตเร็ว มีผลผลิตให้เราเห็น ก็เลยตัดสินใจมาสร้างโรงเรือนใหญ่อีกแห่ง ซึ่งอีกไม่กี่วันก็จะให้ผลผลิตออกมาแล้ว
โดยในโรงเรือนนี้มีอยู่ประมาณ 70 ต้น จำนวน 7 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์เอฟ 48, สการ์ลอตต้า, บิวตี้ซีดเลส แบล็กโอปอล, สวีตแซปไฟร์ หรือ นิ้วมือแม่มด, ไบโคนัวร์ และลูสเพอร์เลส

ในช่วงที่ตนและภรรยาเริ่มปลูกองุ่นก็โดนเพื่อนบ้านวิพากษ์วิจารณ์ว่า “บ้า” เพราะไม่มีใครปลูกองุ่นกินกัน เนื่องจากทั้ง 2 คนก็ไม่ได้เรียนจบด้านการเกษตร และไม่มีความรู้เรื่องการปลูกองุ่นมาก่อน
แต่ตนและภรรยาอาศัยใจรักและมั่นใจว่าปลูกได้ โดยเรียนรู้เพิ่มเติมจากโซเชี่ยลและกูรูต่างๆ หลายช่องทาง ใช้เวลาประคบประหงมอยู่ไม่ถึง 7 เดือนองุ่นจึงเริ่มให้ผลิดอกออกผลให้เริ่มได้ชิมกันแล้วทั้งต้นที่ปลูกไว้หน้าบ้านและในสวนหลังบ้าน

สร้างความตื่นเต้นให้กับตนเป็นอย่างมาก
คเนตรเล่าต่อด้วยความปลื้มใจว่า องุ่นรุ่นแรกมีลูกใหญ่ พวงใหญ่ หวาน กรอบกำลังดี และปลอดภัยจากสารเคมี เพราะตนตั้งใจจะปลูกไว้กินเอง ส่วนที่เหลือจึงแบ่งปันให้กับญาติมิตรและบรรดาเพื่อนๆ
แต่ปรากฏว่าหลังจากนั้นไม่นานก็มีชาวบ้านแวะมาเที่ยวชมกันอย่างต่อเนื่อง และมีการสั่งจององุ่นกันล่วงหน้าคนละ 5-10 กิโลกรัม โดยไม่สอบถามราคา
ซึ่งตนตั้งใจจะเปิดสวนองุ่นให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบไร้สารเคมี และเปิดขายองุ่นทั้ง 7 สายพันธุ์ราวเดือนมกราคมปีหน้า


โดยคาดว่าจะขายผลผลิตรุ่นแรกได้ไม่ต่ำกว่า 1 ตัน หรือคิดเป็นเงินกว่า 200,000 บาท เนื่องจากดินดี น้ำดีและให้ปุ๋ยบำรุงดินอย่างสม่ำเสมอ
ซึ่งถ้าไม่เน้นผลผลิตใช้เวลาปลูกแค่ 5-6 เดือนก็จะออกดอก ออกผลแล้ว หรือจะเลี้ยงเป็นบอนไซเล็กๆ ข้างโรงรถก็ได้ หลังเห็นผลผลิตแล้วรู้สึกดีใจและโอเค
คนที่นี่แรกๆ เขาคิดว่าจะปลูกได้ยังไงเพราะเป็นผลไม้เมืองหนาว แต่ถ้าศึกษาจริงๆ แล้วจะรู้ว่ามันปลูกได้ และให้ผลผลิตที่ดี ชิมแล้วรสชาติหวาน กรอบดีกว่าไปซื้อตลาดกินแล้วมันว้าวมาก

ส่วนคนที่สนใจอยากสั่งจององุ่นเอาไปลองชิมหรือเข้าชมสวนสามารถติดตามได้ทางเฟซบุ๊ก คเนตร มินเนตร หรือสอบถามกันได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 09-8010-2793

เพราะจะได้กินองุ่นอย่างสบายใจปลอดภัยไม่มีสารพิษตกค้างเหมือนองุ่นจากประเทศจีนที่กำลังเป็นข่าวโด่งดังในช่วงนี้จนทำให้คนไทยไม่กล้ากิน สร้างความเสียหายให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่นำเข้ามาขายต้องขาดทุนกันเป็นแสนๆ ทีเดียว
ทรงวุฒิ นาคพล