ตัวแทนเยาวชนไทยยื่นข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางสำคัญในการจัดการกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศต่อรัฐบาลไทย โดยข้อเสนอแนะนี้อ้างอิงจากผลสำรวจของสวนดุสิตโพลที่รวบรวมความคิดเห็นจากเยาวชนเกือบ 1,000 คนทั่วประเทศ และการประชุมหารือกับตัวแทนเยาวชน ข้อมูลชี้ว่าร้อยละ 93 ของเยาวชนได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพกายและจิตใจของพวกเขา โดยร้อยละ 85 ของเยาวชนแสดงความพร้อมในการมีส่วนร่วมแก้ไขวิกฤตนี้

เยาวชนยื่นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายนี้ต่อกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หลังการประชุม COP29 ณ สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจานเมื่อเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา เน้นย้ำว่านโยบายด้านสภาพภูมิอากาศควรตอบสนองต่อความต้องการของเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง และจัดให้มีกลไกที่เปิดโอกาสให้เยาวชนมีส่วนร่วมกำหนดแนวทางรับมือวิกฤตในอนาคต

สิปโปทัย เกตุจินดา เยาวชนวัย 23 ปี หนึ่งในคณะผู้แทนไทยในการประชุม COP29 กล่าวว่า “วิกฤตสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อทุกคน แต่เด็กและเยาวชนต้องแบกรับผลกระทบหนักที่สุดในระยะยาว เราจึงต้องมีส่วนร่วมแก้ปัญหา และต้องการให้รัฐบาลแสดงเจตจำนงทางการเมืองที่ชัดเจน พร้อมสนับสนุนให้เยาวชนเป็นผู้นำโครงการด้านสภาพภูมิอากาศ เพื่อปกป้องอนาคตของพวกเรา”

การศึกษาของยูนิเซฟในปี 2566 แสดงให้เห็นว่าเด็กในประเทศไทยต้องเผชิญความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติมากขึ้น เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง และคลื่นความร้อน ในปีนี้เหตุการณ์น้ำท่วมและดินถล่มทั่วประเทศส่งผลกระทบต่อเด็กหลายแสนคนและสร้างความเสียหายแก่โรงเรียนหลายแห่ง สิ่งเหล่านี้สะท้อนความจำเป็นในการกำหนดนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศที่มุ่งปกป้องสุขภาพและคุณภาพชีวิตของเด็กเป็นสำคัญ
นางคยองซอน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “เด็กและเยาวชนส่งสัญญาณชัดเจนว่าพวกเขาต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการแก้วิกฤตสภาพภูมิอากาศ ความมุ่งมั่นและแนวคิดของพวกเขามีพลังมาก แต่พวกเขาต้องการการสนับสนุน ทรัพยากร และพื้นที่ในการลงมือทำจริง ข้อเสนอของเยาวชนเรียกร้องให้รัฐบาล ภาคธุรกิจ และทุกภาคส่วนร่วมมือกับพวกเขา เพื่อสร้างโลกที่ยั่งยืนและพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพราะอนาคตของพวกเขาคือสิ่งที่กำลังอยู่ในความเสี่ยง และเราทุกคนต้องร่วมมือกันสนับสนุน”

อัซมานี เจ๊ะสือแม เยาวชนที่เข้าร่วมงานประชุม COP28 เมื่อปี 2566 กล่าวว่า “เสียงของเราในวันนี้คือพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงของวันพรุ่งนี้ เยาวชนไม่ได้เป็นเพียงผู้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเท่านั้น แต่คือพลังขับเคลื่อนสู่การสร้างอนาคตที่ยั่งยืน”
ยูนิเซฟยังเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเข้าร่วมปฏิญญาว่าด้วยเด็ก เยาวชน และการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นระดับโลกในการให้ความสำคัญกับสิทธิเด็ก ความต้องการ และเสียงของเด็กและเยาวชนในการจัดทำนโยบายและการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ ปฏิญญานี้เปิดตัวครั้งแรกในที่ประชุม COP25 โดยรัฐบาลชิลี และเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของเด็กและเยาวชนในฐานะตัวแทนแห่งการเปลี่ยนแปลง พร้อมเน้นว่าวิกฤตสภาพภูมิอากาศคือวิกฤตสิทธิเด็ก