หมดยุคบูลลี่ ‘เอฎา ปุณศิรา’ คนรุ่นใหม่ ผลักดันเด็กไทยปกป้องความรู้สึกตัวเอง
การบูลลี่ เป็นสิ่งที่ทำร้ายความรู้สึกและส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้ถูกกระทำ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำโดยเจตนาหรือไม่เจตนา ทั้งจากการทำร้ายร่างกาย รวมไปถึงการใช้วาจา สังคมไทยยังคงเผชิญกับปัญหาเรื่องการบูลลี่ที่ต้องหาทางแก้ไขโดยด่วน
จากสถิติของกรมสุขภาพจิตเด็กไทยมีพฤติกรรมการบูลลี่ จนเคยอยู่อันดับ 2 ของโลก โดยพบว่า 91% ของเด็กไทยเคยถูกกลั่นแกล้ง ถูกล้อเลียนต่างๆ เป็นเหมือนการสร้างแผลภายในใจที่ไม่มีวันเลือนหาย หากไม่ได้สร้างการตระหนักรู้ถึงการเคารพความรู้สึกของผู้อื่น

ไม่เพียงแค่ในช่วงเด็กวัยเรียน คนไทยหลายคนที่ต้องเจอกับคำบูลลี่ด้วยเหตุผลไม่กล้าแสดงออก หรือตอบโต้อย่างชัดเจน จากพื้นฐานนิสัยคนไทยที่มีความเกรงใจ หรือกลัวว่าอีกฝ่ายจะมีความไม่พอใจ
จึงเป็นเป้าหมายสำคัญที่ทำให้คนรุ่นใหม่อย่าง เอฎา- ปุณศิรา เธียรวร คนรุ่นใหม่ในวัย 16 ปี ที่กล้าคิด กล้าทำ กล้าลุย อย่างไม่รีรอ ลุกขึ้นมาเป็นกระบอกเสียงในการเคารพสิทธิผู้อื่นและกล้าปกป้องความรู้สึกของตัวเอง ด้วยนวัตกรรม “เกมการยินยอม” (Consent Game)

จากการได้เรียนไฮสคูลที่ Choate Rosemary Hall สหรัฐอเมริกา เธอได้เรียนเกี่ยวกับการตระหนักรู้และเคารพถึงสิทธิของตนเองและสิทธิของผู้อื่น อีกทั้งยังได้รับตำแหน่ง ผู้นำนักเรียน (Student Leadership Position) เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
โดยมีบทบาทสำคัญในโครงการ Bystander Education Program ด้วยหน้าที่ในการสังเกตการณ์ และให้ความรู้แก่นักเรียน รวมถึงพูดคุยกับคณะครูเพื่อป้องกันการกระทำความผิด
ประสบการณ์ในการเป็นผู้นำในไฮสคูล
ทำให้ ‘เอฎา’ มองเห็นถึงประโยชน์ในการสร้างความตระหนักรู้ถึงการปกป้องสิทธิของตัวเอง จึงมีแรงบันดาลใจอยากตอกย้ำถึงสิทธิขั้นพื้นฐานในความเป็นมนุษย์ของทุกคน ให้เด็กไทยกล้าเผชิญกับสิ่งที่ถูกต้อง

เกมการยินยอม (Consent Game) คืออะไร?
คือ เกมแห่งความเมตตา การเคารพ และความเห็นอกเห็นใจ เกมการยินยอมออกแบบมาเพื่อสอนถึงความสำคัญของการสื่อสารที่ชัดเจน ความเคารพซึ่งกันและกัน และการเข้าใจขอบเขตในความสัมพันธ์ ผ่านการแสดงบทบาทสมมติ การเล่าเรื่อง และกิจกรรมแบบโต้ตอบ
โดยจะจำลองสถานการณ์ต่างๆ และฝึกการโต้ตอบกัน อาทิ การยืมของของเพื่อน การถูกล้อเลียนด้วยชื่อที่ไม่ชอบ การกดดันจากเพื่อน รวมถึงการต้องเผชิญกับความท้าทายทางสังคมอื่นๆ การถูกผู้ใหญ่หรือเพื่อนชักชวนไปในสถานที่ที่มีความเสี่ยง หรือการโดนชักชวนให้กระทำผิดกฎโรงเรียนหรือกฎหมาย
หากต้องเจอกับสถานการณ์จำลองต่างๆ จะเลือกแสดงออกอย่างไรโดยที่ไม่ใช้คำพูด เช่น การแสดงออกทางสีหน้า เพื่อเข้าใจระดับความสบายใจของผู้อื่น

หลักสำคัญในการเล่นเกมนี้ต้องมี “การขอและให้การยินยอม” ก่อนเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวของใคร หรือก่อนตัดสินใจใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อผู้อื่น เป็นการสอนผ่านเกมให้นักเรียนได้ฝึกการตีความ และฝึกการแสดงออกทางสีหน้าและภาษากาย ที่สามารถตอบสนองได้ทั้งการใช้วาจาและไม่ใช้วาจา
เพื่อเป็นบทเรียนเกี่ยวกับการยินยอม ความเคารพและการสื่อสารที่เหมาะสมกับวัย โดยทุกครั้งที่จัดกิจกรรมจะมีการปรับแต่งเกมเพื่อให้เหมาะสมกับช่วงวัยของนักเรียนที่มาร่วมกิจกรรม
ความมุ่งมั่นที่อยากให้สังคมไทยไร้การบูลลี่
การริเริ่มสร้างเกมการยินยอม เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างความเข้าใจถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ เอฎา กล่าวว่า การเคารพรวมทั้งมีความเข้าใจในสิทธิและความต้องการของผู้อื่นและของตนเองจะช่วยสร้างรากฐานของชุมชนที่แข็งแกร่งมากขึ้น จึงอยากสร้างสิ่งที่จะช่วยให้นักเรียนเข้าใจวิธีการเคารพขอบเขตของกันและกัน จึงเป็นจุดเริ่มต้นของเกมการยินยอม

หวังว่าเกมนี้จะมอบทักษะที่จำเป็นให้คนรุ่นใหม่ อยากให้เด็กและเยาวชนไทยมีความมั่นใจในการสื่อสารถึงความต้องการของตนเองอย่างชัดเจนและให้เกียรติซึ่งกันและกัน
แม้ปัจจุบันเอฎาจะอยู่ในวัยเรียนไฮสคูลที่อเมริกา แต่เวลาว่างและบินกลับมาบ้านเกิดที่เมืองไทยได้ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์เพื่อสังคม โดยได้จัดกิจกรรมภายในโรงเรียน 7 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนวัดบุคคโล, โรงเรียนวัดมงคลวนาราม, โรงเรียนวัดนาคนิมิต โรงเรียนบางปะกอกวิทยาคม (ฝ่ายมัธยม), โรงเรียนวัดไทร, โรงเรียนวัดประเสริฐสุทธาวาส และโรงเรียนแจงร้อนวิทยา
โดยมีนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 700 คน พร้อมนำเกมการยินยอมมาร่วมการสร้างความตระหนักรู้ถึงการเคารพตัวเองและผู้อื่น ซึ่งได้รับความร่วมมือจากนักเรียนเป็นอย่างดี
เอฎาเชื่อว่าการคิดเกมนี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงในสังคมได้ และเป็นก้าวสำคัญสู่การสร้างวัฒนธรรมของความเมตตา การเคารพ ความเห็นอกเห็นใจ และความเข้าใจซึ่งกันและกัน เริ่มต้นจากการปลูกฝังเด็กและเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติ
เอฎา ยังพร้อมเดินหน้าต่อเพื่อสร้างสังคมที่ดี และมองถึงการพัฒนาเกมการยินยอมในเวอร์ชันออนไลน์ เพื่อให้เข้าถึงนักเรียนได้ทั่วประเทศ รวมถึงขยายไปในประเทศต่างๆ