งานคาร์โชว์ช่วงปลายปีที่ผ่านมา มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2024 มีค่ายรถอีวีหน้าใหม่จากแดนมังกร เปิดตัวกันแทบจะนับไม่ถ้วน และบางแบรนด์หลายคนอาจจะไม่คุ้นหูมากนัก
อย่างค่าย จูนเหยา (JUNEYAO) ที่เลือกเวทีนี้เปิดตัว 2 รุ่นย่อย JY AIR Standard ที่มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 51 กิโลวัตต์ ให้กำลังสูงสุด 201 แรงม้า วิ่งได้ไกล 430 ก.ม. และ JY AIR Plus แบตเตอรี่ขนาด 64 กิโลวัตต์ ให้กำลังสูงสุด 214 แรงม้า วิ่งได้ไกล 520 ก.ม.

เพื่อพิสูจน์สมรรถนะการใช้งาน พร้อมสร้างการรับรู้แบรนด์ ทีมงานจูนเหยา จัดทริปทดสอบแบบวันเดย์ทริป เส้นทางกรุงเทพฯ-จ.ชลบุรี
ก่อนออกเดินทาง เล่าถึงที่มาที่ไปของเจ้า JY AIR รถสไตล์แฮตช์แบ๊ก 5 ประตู ว่าต้นกำเนิดมาจากบริษัทแม่ที่ประเทศจีน ทำธุรกิจสายการบินที่กำลังเติบโต มองว่ารถอีวีคืออีกหนึ่งการเดินทางที่ลูกค้ามองหาในปัจจุบัน

จึงเริ่มพัฒนารถอีวีรุ่นแรก JY AIR ภายใต้แนวคิด ONE BOX แรงบันดาลใจจากอากาศยาน ไม่ว่าจะช่องดักอากาศกันชนหน้า สปอยเลอร์ หรือล้ออัลลอยลาย Turbo Fan
ภายในหน้าจอข้อมูลขนาด 8.8 นิ้ว หน้าจอกลางขนาด 15.6 นิ้ว Sunflowe ปรับทิศทางหน้าจอไปหาทั้งผู้ขับ และผู้นั่งด้านข้างตามการใช้งาน รองรับแอปเปิ้ล คาร์เพลย์ และแอนดรอยด์ ออโต้ แบบไร้สาย ใช้งานได้ง่าย และรวดเร็ว เพราะได้พัฒนาระบบปฏิบัติการของตัวเอง Crystal OS อัพเดตได้ตลอดอายุการใช้งาน

‘ข่าวสด ยานยนต์’ ได้ทดสอบจูนเหยา รุ่น JY Plus ร่วมกับน้องหัวหน้าข่าวโต๊ะรถยนต์ แห่งสำนักประชาชาติธุรกิจ วุฒิณี ทับทอง ที่อาสาเป็นผู้ทดสอบก่อน แบบนี้ก็ต้องขอทำตัวเป็นผู้บริหารหนุ่ม ไปนั่งเต๊ะจุ๊ยที่เบาะหลัง
ด้วยความที่ดีไซน์ลาดเอียงลงด้านหลัง ทำให้พื้นที่เหนือศีรษะเหลือน้อยไปหน่อย ดีว่าหลังคากระจกพาโนรามิกบานใหญ่ตั้งแต่ด้านหน้าจดด้านท้าย คลายความอึดอัดไปได้อย่างมาก นั่งเหงาๆ เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าได้เต็มตา
เบาะนั่งแน่นนุ่ม พื้นที่วางขาน้อยไปนิด แต่ไม่ถึงกับอึดอัด จะมีก็พนักพิงหลังที่ค่อนข้างตั้งฉากไปหน่อย ตรงนี้ถ้าทำให้เอนอีกสักหน่อย ช่วยผ่อนคลายได้เยอะ
ได้เวลาเป็นผู้ทดสอบ กระจกหน้าบานใหญ่ เพิ่มทัศนวิสัย และช่วยผ่อนคลาย เพราะสามารถมองการณ์ได้ไกล

เบาะนั่งหนัง PU ปรับเบาะให้เข้าตำแหน่งได้อย่างง่าย เพราะปรับด้วยไฟฟ้าได้ 6 ทิศทาง ทั้งฝั่งคนขับ และผู้โดยสารตอนหน้า
ปรับกระจกมองข้าง ด้วยการเข้าไปเปิดโหมดที่หน้าจอกลาง จากนั้นควบคุมทิศทางกระจก บนปุ่มมัลติฟังก์ชันที่พวงมาลัยแยกซ้าย-ขวา
พร้อมออกเดินทาง ช่วงออกตัวจี๊ดจ๊าดตามบุคลิกรถอีวี ที่ไม่ต้องรอรอบ ไต่ความเร็วขึ้นไปต่อเนื่อง เลือกวิ่งเส้นบายพาสชลบุรี ที่แม่จะมีรถจำนวนมาก แต่ดีตรงไม่มีไฟแดง วิ่งตามกันได้เรื่อยๆ
ขับมาได้สักพักต้องหาปั๊มน้ำมันจอด เพื่อปิดระบบขับขี่อัตโนมัติ Level 2+ มีทั้งหมด 16 ฟังก์ชัน ที่คอยส่งเสียงเตือนอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเมื่อรถออกนอกเลน เข้าใกล้คันหน้ามากเกินไป และอื่นๆ อีกมากมาย
พร้อมทั้งปิดระบบหน่วงตัวรถเมื่อถอนคันเร่ง ทำให้การขับขี่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น คนขับไม่ต้องกังวลว่าระบบจะเข้ามาช่วยเบรก เมื่อเข้าใกล้คันหน้า หรือรั้งพวงมาลัยเมื่อออกนอกเลน ขณะที่ไม่เปิดไฟเลี้ยว คนนั่งเบาะหลังสบายตัวมากขึ้น

คราวนี้เลยไล่แซงทีละคันสองคัน เก็บแต้มได้ไม่ยากเย็น เพราะกำลังของมอเตอร์ที่เรียกมาใช้งานได้ทันอกทันใจ ประกอบกับรูปร่างที่กะทัดรัด ช่วยให้การเปลี่ยนเลนเร่งแซง ทำได้กระชับฉับไว
ขึ้นทางด่วนบูรพาวิถี ทำความเร็วได้พอประมาณ 100-110-120 ก.ม.ต่อช.ม. ไปแบบชิลชิล ช่วงล่างยังนิ่งกริบ จังหวะเร่งแซงเปลี่ยนเลนบนความเร็วสูง อาการโคลงมีอยู่บ้างเบาๆ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากลมที่ค่อนข้างแรง เพราะอยู่สูงจากพื้นดินค่อนข้างมาก แต่ถึงกระนั้นการควบคุมตัวรถ ยังทำได้แบบสบายมือ
จูนเหยา JY AIR Plus คันที่ทดสอบนี้ ค่าตัวอยู่ที่ 869,000 บาท ส่วน JY AIR Standard ราคา 759,000 บาท มีทีเด็ดคือรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery) 8 ปี หรือ 800,000 ก.ม. ขับให้สบายใจยาวๆ กันไปเลย
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ