ในชุมชนชนบทบางแห่งได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ ถูกต้อนเข้าตาจน ต่อสู้ ล้มเหลว ความพ่ายแพ้ เผชิญความเป็นจริง เจ็บปวดจากความทรงจำ เสียดายอดีตที่ล่วงเลย แต่โลกยังหมุน ชีวิตต้องเดินหน้าต่อไป

มีเรื่องราวผ่านการบอกเล่าของเด็กคนหนึ่งที่บันทึกไว้ในการถ่ายทำรายการทุ่งแสงตะวัน ปี 2548 และกลับมาบอกเล่าอีกครั้งในปัจจุบัน ปี 2568

สดจากเยาวชน - ฝันที่หลุดลอย ลูกแม่น้ำมูน

หลิน เด็กน้อยในวันวาน

 

ริมแม่น้ำมูนที่บ้านค้อใต้ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เคยเป็นหมู่บ้านพรานปลา

“ทุกวันนี้ แม่น้ำมูนของเราไม่เหมือนเดิมแล้ว วิวทิวทัศน์ที่เคยถ่ายทำหายไปแล้ว สภาพคนหาปูหาปลา พรานปลา เรียกได้ว่านับถอยหลัง จะหมดแล้ว ในหมู่บ้านเรา แค่จะหาที่ยืนชมวิวมองน้ำมูนก็ยากแล้ว”

สดจากเยาวชน - ฝันที่หลุดลอย ลูกแม่น้ำมูน

พี่นกกับหลิน 20 ปีเจอกันอีกครั้ง

 

หลิน ธงชัย เหล่าตุ่นแก้ว กับ พี่นก นิรมล เมธีสุวกุล เดินแหวกพงหญ้ามายืนคุยกันท่ามกลางป่าไมยราบรกๆ ริมแม่น้ำมูน แสงตะวันยามบ่ายฉาบทั่วบริเวณที่เคยเป็นท่าจอดพักเรือประมงพื้นบ้าน บัดนี้มีซากเรือร้างระเกะระกะ แพท่องเที่ยวครึ่งลอยครึ่งจมอยู่ริมตลิ่ง

นิรมล “เมื่อก่อนจำได้ว่าริมแม่น้ำจะมีหาดทรายกว้างค่อยๆ ลาดลงไป อย่างสวย”

หลิน “แม่นค่ะ ตอนนี้มีแต่ป่าไมยราบ เถาวัลย์กระจัดกระจาย คนไม่ค่อยลงแม่น้ำมูน คนแก่ก็ตายไป ลูกหลานไม่ได้มาหากิน พรานปลาสูงวัยสามสี่คน ลงน้ำพอได้กิน บางวันไม่คุ้มเวลา”

สดจากเยาวชน - ฝันที่หลุดลอย ลูกแม่น้ำมูน

มองอดีตที่ล่วงเลย

 

หลิน ธงชัย หรือ จิหลอน จำเรื่องราวเมื่อปี 2548 ได้ ปีนั้นเป็นปีที่มีความหมายและเต็มไปด้วยความหวังของคนบ้านค้อใต้ หมู่บ้านปลายแม่น้ำมูน มีหาดและตลิ่งลาดลงไป ทั้งสวยงามและเป็นที่จอดเรือ เอาตุ้มขนาดใหญ่เกือบเท่ารถตู้ยกขึ้นจากน้ำ บรรทุกใส่เรือลำน้อยค่อยๆ พายมาริมฝั่ง

ตั้งแต่เกิดมา ปีนั้น หลิน ธงชัย เพิ่งเคยเห็นตุ้มขนาดใหญ่ซึ่งเป็นภูมิปัญญาอันวิเศษของชุมชนฟื้นคืนชีพหลังจากหายไปสิบกว่าปี ตุ้มอันแรกที่ได้ลงน้ำหลังจากการสร้างเขื่อนปากมูลเป็นตุ้มที่นำไปร่วมจัดนิทรรศการวิชาการ พอขนกลับหมู่บ้าน พ่อทองปน คุณลุงของหลินก็เลยลองเอาลงแม่น้ำมูนดักปลายอน หรือปลาสังกะวาด ทดลองอยู่ประมาณสามเดือน เริ่มทำความรู้จักธรรมชาติในท้องน้ำที่เปลี่ยนแปลง จับทางได้ว่าควรวางตุ้มตรงไหนจึงได้ปลา

สดจากเยาวชน - ฝันที่หลุดลอย ลูกแม่น้ำมูน

ริมฝั่งมูนวันนี้

 

หลังจากการสร้างเขื่อนปากมูลสิบกว่าปี สภาพแม่น้ำและปลาเปลี่ยนแปลง ชาวบ้านและองค์กรต่างๆ ด้านสิ่งแวดล้อม สิทธิชุมชนและวิถีชีวิต เสนอให้มีการเปิดเขื่อนปากมูลเพื่อให้สรรพชีวิตในแม่น้ำมูนกับแม่น้ำโขงเชื่อมโยงกัน ปลาหลายชนิดเริ่มหวนคืน ชาวบ้านค้อใต้มีความหวังและความฝันว่าจะยังชีพและกลับมาหารายได้จากการดักจับปลา ตุ้มยักษ์ เอกลักษณ์สำคัญของหมู่บ้านที่สาบสูญไปนับสิบปี กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ตุ้มยักษ์อันใหญ่ลงน้ำแต่ละครั้ง บางวันหมานๆ จับปลาได้นับร้อยๆ กิโลกรัมเลยทีเดียว

สดจากเยาวชน - ฝันที่หลุดลอย ลูกแม่น้ำมูน

ตุ้มที่หวนคืน

 

ชาวบ้านมีความหวัง ความฝัน และความสุข พากันระดมทรัพยากร ลงแรง สานตุ้ม เตรียมทำมาหากิน

จิหลอนรู้สึกภูมิใจดีใจที่ได้เห็นการสานตุ้ม เห็นตุ้มเรียงรายริมแม่น้ำตลอดสามเดือนในฤดูจับปลา พอหมดฤดูกาลพากันเก็บไว้ใต้ถุนเรือน บางคนก็เอาไปเก็บไว้ในเรือนนอนเพราะหวงมาก

แต่การเปิดเขื่อนปากมูลเป็นไปอย่างลุ่มๆ ดอนๆ วังเวินท้องน้ำ ระดับน้ำ เปลี่ยนแปลง ตลิ่งพัง ตุ้มยักษ์ได้ลงน้ำบ้าง ไม่ได้ลงน้ำบ้าง เหมือนความหวังที่เกิดๆ ดับๆ ในที่สุด ตุ้มยักษ์และความหวังของชาวบ้านล้มเหลว สาบสูญไปเป็นฝันที่หลุดลอยในเวลาไม่กี่ปี พิธีกรรมบวงสรวงเจ้าที่เจ้าลวงพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ดูแลแม่น้ำมูนก็เสื่อมสลายไปพร้อมกัน

สดจากเยาวชน - ฝันที่หลุดลอย ลูกแม่น้ำมูน

พ่อทองปน ชัยคำ

 

พ่อทองปน ชัยคำ กล่าวว่า “ทุกอย่างกลายเป็นอดีตไปหมดแล้ว เรียกได้ว่าเกือบจะสูญสิ้น พรานปลาส่วนน้อยที่ยังทำประมง คนส่วนใหญ่ไม่สามารถยึดแม่น้ำมูนเลี้ยงชีพเหมือนแต่ก่อน แต่ก่อนยึดถือลำน้ำเป็นต้นทุนของชีวิตได้ ปัจจุบันต้องหันเหไปทำมาหากินที่อื่น ค้าขาย ขายแรงงาน ไปกรุงเทพฯ ถ้ามีอายุต้องดูแลครอบครัวด้วยก็ทำงานก่อสร้างรับจ้าง”

“เห็นบ้านร้างไหม ไม่มีใครอยากจะอยู่แล้ว มาปลูกไว้ เจ้าของก็ไปทำงานอยู่ที่อยุธยา หลังนี้ก็เจ้าของบ้านตายหมดแล้วก็เหลือลูก ลูกก็ไม่ได้อยู่ หลังถัดไปเขาแก่แล้วไม่มีที่จะทำกิน ก็ไปอยู่ไร่อยู่นา หลังถัดไปแกอยู่เหงาๆ คนเดียว ลูกอยู่กรุงเทพฯ หมด ไม่มีสิ่งที่เราจะไปประกอบอาชีพได้”

หลินเสริมว่า “เลยกลายเป็นว่าคนรุ่นใหม่ขาดห่างไปจากแม่น้ำมูน คนรุ่นสมัยนี้ก็ไม่มีโอกาสได้เล่นน้ำมูนแล้วมันอันตราย พ่อแม่ก็กลัว เขาก็ไม่ให้ลง เพราะว่าน้ำมูนไม่เหมือนเดิม”

สดจากเยาวชน - ฝันที่หลุดลอย ลูกแม่น้ำมูน

ชีวิตริมน้ำมูน พ.ศ.2548

 

“แม่มูนเคยเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเรามาจนเราใหญ่ ปีกกล้าขาแข็งจนปัจจุบัน ยังเคารพในแม่น้ำมูนเหมือนเดิม คนรุ่นเราเติบโตมากับแม่น้ำมูน เสียดายหลายที่คนรุ่นใหม่ไม่ได้มีความสุขแบบที่เราเคยมี เด็กน้อยรุ่นใหม่ไม่ได้สัมผัสเลย”

ตุ้มยักษ์เป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือดักจับสัตว์น้ำที่เคยหลากหลายชนิดจนนับไม่หมด ลูกแม่น้ำมูนไม่เคยอดอยาก การทำตุ้มขนาดใหญ่ต้องมีลานกว้าง มีคนช่วยกัน เอาตุ้มยักษ์ลงน้ำอาศัยน้ำใจ ความสามัคคี ความช่วยเหลือกันในกลุ่มชาวบ้าน เวลาวางตุ้มก็ทำในละแวกเดียวกัน ล้อมเป็นวงนั่งเฝ้าตุ้มอ่อยเหยื่อ ปรับทุกข์สุข แลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่างๆ ในขณะเดียวกัน เด็กไปหัดวางตุ้ม ได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่าง เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของตนเองจากผู้หลักผู้ใหญ่ในชุมชน เรื่องราวนับจากนี้ย่อมเป็นเพียงตำนาน หรืออาจจะกลายเป็นนิทานแห่งความหลังที่คนรุ่นใหม่เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่าเคยมีอยู่จริง โชคดีที่บันทึกภาพไว้เป็นประวัติศาสตร์แห่งแม่น้ำมูน

สดจากเยาวชน - ฝันที่หลุดลอย ลูกแม่น้ำมูน

บ้านค้อใต้ อุบลราชธานี

 

ทุกวันนี้คนริมน้ำมูนหลายพื้นที่อาจจะยังคงพึ่งพาธรรมชาติได้ ฝากชีวิตและความหวังไว้ได้ แต่ไม่ใช่ที่บ้านค้อใต้ กระจายพลัดพราก ดิ้นรนไปอยู่ที่อื่น บ้างก็เป็นแรงงาน หาอาชีพใหม่ๆ อย่างเช่นหลิน ธงชัย จากลูกหลานพรานปลา ยังอยากอยู่กับครอบครัวในชุมชน ก็ต้องหาอาชีพหาความรู้ใหม่ กลายเป็นคนเลี้ยงวัว ทำปศุสัตว์ เป็นต้น

บางสิ่งบางอย่างที่ทรงคุณค่าก็อยากจะรั้งเอาไว้ให้นานที่สุด แต่บ่อยครั้งความฝันกับความจริงไม่สามารถบรรจบกันได้ ทิ้งไว้เพียงร่องรอยให้เล่าขาน เป็นบทเรียนถึงความฝันหลุดลอย

สดจากเยาวชน - ฝันที่หลุดลอย ลูกแม่น้ำมูน

พรานปลาแห่งบ้านค้อใต้

 

เปิดจอรับชมทุ่งแสงตะวัน ชะตากรรมของลูกแม่น้ำมูน เสาร์นี้ 15 มีนาคม Ep. 2 ฝันที่หลุดลอย หนึ่งในซีรีส์ทุ่งแสงตะวันสัญจร ชุดอุบลราชธานี ที่ช่อง 3 HD 05.05 น. และหน้าจอเฟซบุ๊กพร้อมยูทูบ PayaiTV ในเวลา 07.30 น.

อาทร ริมทาง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน