“รู้ไหมว่าเมืองไทยของเรา นอกจากปลูกข้าวในนา บนดอยแล้ว ยังปลูกข้าวริมแม่น้ำโขงด้วย เรียกว่า นาแซง” พี่นก นิรมล เมธีสุวกุล ทุ่งแสงตะวัน เล่าให้พวกเราฟังในวันหนึ่งกลางฤดูร้อน

“นึกๆ ดู เรื่องราวเหมือนเล่าเป็นนิทานได้เลย”

สดจากเยาวชน - วิถีคนริมโขง นาแซงสู่นาทราย

“ผืนดินริมแม่น้ำโขงบางแห่งปรากฏขึ้นเมื่อน้ำโขงลดลงในฤดูแล้ง มันกลายเป็นผืนนาที่ชาวนาไม่ต้องเหนื่อยเลย ไม่ต้องไถ ไม่ต้องทำแปลง เราแค่หาที่หว่านกล้า แล้วก็ไปดำนาริมน้ำ ดินดีอุดม ต้นข้าวค่อยๆ เติบโต แล้วก็เก็บเกี่ยวข้าวมากิน จากนั้นน้ำโขงก็จะค่อยๆ สูงขึ้น ผืนดินตรงนั้นก็จะหายไป ปีหน้าจึงจะกลับมาปรากฏอีกครั้งหนึ่ง”

พี่นกเพิ่งเดินทางกลับมาจากการเยือนหมู่บ้านที่เคยถ่ายทำรายการริมแม่น้ำโขง ในอนาคตรุ่นลูกรุ่นหลานคงไม่รู้จักนาแซงเพราะกลายเป็นอดีตไปแล้ว แม่น้ำโขงพัดพาเอาทรายกลบทุกสิ่งทุกอย่าง ทรายถมไปหมด

ทีมงานทุ่งแสงตะวันเคยบันทึกเรื่องราวที่บ้านตามุย เมื่อปี 2555 หรือ 12 ปีก่อน การกลับไปเยือนหมู่บ้าน พบกับเด็กๆ และแหล่งข่าวนักกิจกรรมสังคม คำปิ่น อักษร ผู้ก่อตั้งโฮงเฮียนฮักน้ำของ ซึ่งยังคงขับเคลื่อนกิจกรรมการเรียนรู้ชุมชนและสิ่งแวดล้อม

เฮือนยกพื้นหลังน้อยบรรยากาศร่มรื่น มีชิงช้าที่ผูกโยงกับต้นไม้ใหญ่ ชานเรือน และลานดิน เป็นพื้นที่สำหรับเด็กน้อยวัยซนของตามุยในปัจจุบัน

บ้านตามุยเป็นพื้นที่ติดต่อกับเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ติดกับแม่น้ำโขง ในเขตอำเภอโขงเจียม อุบลราชธานี เรียกได้ว่าอยู่สุดปลายน้ำโขงในเขตประเทศไทย ก่อนจะไหลล่องเข้าไปในลาว กัมพูชา เวียดนาม ลงสู่ทะเลในที่สุด หมู่บ้านเล็กๆ นี้มีชาวบ้านหลายคนพยายามรวมกลุ่มปกป้องแม่น้ำและวิถีชีวิตคนแม่น้ำโขง เรื่องราวที่ตามุยเป็นตัวแทนสถานการณ์และผู้คนริมแม่น้ำโขงอีกหลายสิบล้านคนในทุกข์สุขเดียวกัน

สดจากเยาวชน - วิถีคนริมโขง นาแซงสู่นาทราย

แม่น้ำโขง แม่น้ำนานาชาติจากเทือกเขาหิมาลัย ไหลผ่านพื้นที่ 8 จังหวัดของไทย ได้แก่ เชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี หลายชุมชนที่อาศัยอยู่ริมโขง มีแก่งหิน เกาะ ดอน วัง เวิน บุ่ง เป็นระบบนิเวศที่เกื้อกูลผู้คนสองฟากฝั่ง

โฮงเฮียนฮักน้ำของ บ้านตามุย ทำกิจกรรมเรียนรู้ทักษะชีวิตและเรื่องราวแม่น้ำโขงต่อเนื่อง 15 ปี เด็กๆ เติบโต บางคนไปเรียนต่อ มีครอบครัว ไปทำงานต่างจังหวัด บางคนเป็นนักศึกษา หลายคนยังแวะเวียนมาช่วยกิจกรรมเป็นระยะ

ทุ่งแสงตะวันเคยถ่ายทำความผูกพันของคนกับแม่น้ำโขงหลายจังหวัดที่ตามุย บันทึกเรื่องศิลปะริมแม่น้ำโขง ตอน รื่นรมย์ริมโขง และการทำนาแซงริมแม่น้ำโขงในฤดูน้ำลด

สดจากเยาวชน - วิถีคนริมโขง นาแซงสู่นาทราย

แม่น้ำโขงคือชีวิตคนริมโขง น้ำหลากพาตะกอนดิน ทราย ปุ๋ยธรรมชาติ มาด้วย ทำให้ริมโขงอุดมสมบูรณ์ พืชหลายชนิดขึ้นเองและเป็นแหล่งอาหารในธรรมชาติ ชาวบ้านทำการเกษตรหมุนเวียนเปลี่ยนตามฤดูน้ำ ในฤดูน้ำหลากน้ำค่อยๆ สูงแล้วเอ่อท่วม ท้องน้ำไม่ได้ราบเรียบเสมอกัน เมื่อน้ำลด บางแห่งกลายเป็นแอ่งน้ำชุ่มชื้น เรียกบุ่ง แผ่นดินริมบุ่งชุ่มชื้น มาหว่านข้าวดำนากัน นาแซง นาแล้ง นาทาม ปลูกข้าวหลายพันธุ์ แต่เมื่อมีการสร้างเขื่อนขึ้นมา สิ่งที่มาถึงก็คือทราย ผืนนากลายเป็นผืนทราย

สดจากเยาวชน - วิถีคนริมโขง นาแซงสู่นาทราย

ที่บุ่งพาด พี่นกกับคำปิ่นนั่งคุยกันใต้แสงแดดยามบ่าย ริมแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่เคยมีนาแซง ตอนนี้กลายเป็นผืนทรายกว้างใหญ่ ทรายละเอียดที่แทบไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ จะเติบโตได้

สดจากเยาวชน - วิถีคนริมโขง นาแซงสู่นาทราย

คำปิ่น อักษร “เมื่อก่อนตรงนี้จะเป็นที่ทำนาแซง ชาวบ้านรู้ว่าช่วงไหนน้ำหลาก ช่วงไหนน้ำลด วางแผนได้ว่าควรปลูกยาสูบ ข้าวโพด มันแกว ถั่ว ฯลฯ ตรงไหนให้เหมาะสมกับระดับน้ำ พอน้ำลดและเริ่มนิ่งก็ปลูกข้าวรอบๆ บุ่ง เราได้กลิ่นความหอมของต้นข้าว ดอกข้าว พวกปลาก็คงยิ่งหอม พืชพรรณ สิ่งมีชีวิต ปลาที่อยู่ใต้น้ำจะเข้ามาบุ่ง เขาก็จะเข้ามาวางไข่ อุดมสมบูรณ์มาก มีต้นข้าว มีต้นถั่ว มีต้นผัก มีดอกดาวกระจายสารพัด มีปลาตัวเล็กๆ กุ้งฝอย หอยหลายชนิด คนก็มาหาอาหาร เป็นแหล่งอาหาร”

สดจากเยาวชน - วิถีคนริมโขง นาแซงสู่นาทราย

สดจากเยาวชน - วิถีคนริมโขง นาแซงสู่นาทราย

แถวนี้เคยมีบุ่ง พื้นที่ชุ่มน้ำ มีดินทราย แก่งหินซับซ้อนทะลุเชื่อมโยงถึงกัน บุ่งใหญ่ที่ปลาวางไข่ มีบุ่งย่อยๆ เป็นช่องทางของปลา ปลาจะรู้ว่าจะอยู่บุ่งไหนตามความเหมาะสมของสายพันธุ์ปลาและจังหวะเวลาน้ำขึ้นลง

สดจากเยาวชน - วิถีคนริมโขง นาแซงสู่นาทราย

ผักท้องถิ่นในธรรมชาติริมน้ำเคยประกอบอาหารกลับหายากขึ้น การเกษตรบนเกาะ ริมบุ่งริมน้ำของชาวบ้านตามุยยังพอมีอยู่บ้างแต่ลดลงมาก เป็นการประคองความหวังและวิถีชีวิตเดิมๆ ไว้ สันทรายริมตลิ่งรอบบุ่งไม่ค่อยมีอินทรียวัตถุ ดินทรายแห้งกรังเป็นแผ่นๆ ร้อนระยับ

สดจากเยาวชน - วิถีคนริมโขง นาแซงสู่นาทราย

“ตอนนี้ในบุ่งมีแค่น้ำที่เด็กๆ เล่น แต่ความอุดมสมบูรณ์หายไปแล้ว ปลาก็หายไป รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นนาแซงอีกแล้ว ทุกอย่างใต้น้ำเหลือแต่น้ำ ปู หอย ไว้เล่น ไม่พอให้กิน เมื่อน้ำหลากพัดทรายมาถมมากขึ้นเรื่อยๆ”

พี่นก “ช่วงที่มีข่าวจะขึ้นโครงการเขื่อนที่นั่นที่นี่ เขื่อนไชยะบุรีประกาศสร้าง ในปี 2555 แม่น้ำโขงเริ่มเปลี่ยนแปลงแล้ว ลดๆ ขึ้นๆ น้ำท่วมต้นกล้าตาย จนต้องปลูกใหม่เป็นครั้งที่สอง เลยตัดสินใจว่าทุ่งแสงตะวันควรบันทึกเรื่องราวที่สำคัญนี้ไว้ ตอนนั้นเริ่มเห็นชะตากรรมนาแซงแล้ว ในที่สุดนาแซงต้องเลิกจริงๆ”

ทุกวันนี้ปัญหาความขัดแย้งเรื่องเขื่อนในแม่น้ำโขงยังคงดำเนินไป มีโครงการจะสร้างเขื่อนใหญ่ๆ อีกหลายแห่ง ทั้งใกล้และไกลจากบ้านตามุย ท่ามกลางเสียงคัดค้านของเครือข่ายองค์กรที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชน ระหว่างนี้กิจกรรมการเรียนรู้เรื่องราวแม่น้ำโขง ความผูกพันของคนกับแม่น้ำ ยังควรได้รับความใส่ใจ

คำปิ่น อักษร “ถ้าวัยเด็กทอดทิ้งไม่สนใจเรียนรู้ผ่านนิเวศ ผ่านการเล่น ความรู้สึกเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ความตระหนัก ปกป้อง ก็จะลดลง เราปลูกฝังจิตสำนักดีๆ ให้ ผ่านความรู้สึกสนุกสนานเฮฮาปาร์ตี้ ชวนเขาเล่นให้รู้ ชวนเขาเกิดทักษะต่างๆ เรื่องการเกื้อกูลดูแลกัน แข็งแกร่งภายในตัวเอง มีทักษะรอบคอบ รอบด้าน ฝึกชวนคิดชวนมอง ไม่ให้คำตอบสำเร็จรูป ในอนาคตที่เขาโตไปเขาก็จะไปต่อยอดของเขาเอง อยากอยู่บ้านก็ต้องมาสร้างงาน ให้มีพื้นที่ กลับบ้านได้ ปลาไม่มี ก็ต้องเรื่องท่องเที่ยว สร้างชุมชนให้ดีงาม ความดีงามอยู่ที่ไหน คนก็เข้าหา ก๋วยเตี๋ยวแซ่บอยู่หม่องไหน คนก็นำไปกิน ต้องอยู่ให้ได้ ให้รอด สู้เพื่อสร้าง สร้างพร้อมสู้ ถ้าต้องอยู่ก็ต้องปักหลัก”

สดจากเยาวชน - วิถีคนริมโขง นาแซงสู่นาทราย

บ้านตามุยมีบทเรียนหลายอย่าง แม่น้ำโขงเคยเป็นที่พึ่งพาอาศัย แต่ตอนนี้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง ท่ามกลางวิกฤตที่เปลี่ยนแปลงนี้ยังมีความวิกฤตกว่ารออยู่ข้างหน้า อยากให้หลายคนเข้าใจว่าวิถีแม่น้ำโขงที่ชาวบ้านพึ่งพานั้นมีความสำคัญอย่างไร

พบกับทุ่งแสงตะวันสัญจร เดอะซีรีส์ ชุดอุบลราชธานี EP.5 นาแซงเป็นนาทราย 05.05 น. ทางช่อง 3 HD หมายเลข 33 และในวันเดียวกัน 07.30 น. ทางเพจเฟซบุ๊กทุ่งแสงตะวัน และยูทูบ PayaiTV

อาทร ริมทาง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน