พิพิธภัณฑ์ทหารบ้านป่องนัก ตั้งอยู่ภายในมณฑลทหารบก (มทบ.) ที่ 32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี อ.เมือง จ.ลำปาง
ถึงแม้จะผ่านกาลเวลามานาน บ้านป่องนักในปัจจุบันยังคงมีสภาพงดงามสมบูรณ์ โดยได้รับการบูรณะและรักษาเป็นอย่างดี
ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว เข้าชมและศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาของบ้านโบราณอย่างต่อเนื่อง
บ้านป่องนัก เป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรปผสมศิลปะไทย ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ.2468 โดยกรมยุทธการทหารบก และควบคุมการก่อสร้างโดยพันโทพระมหาณรงค์เรืองเดช (แปลก จุลกัณท์) ผู้บังคับกองทัพที่ 1 กรมทหารราบที่ 17 ใช้งบประมาณในสมัยนั้นกว่า 16,000 บาท

การสร้างบ้านบ้านป่องนักขึ้นมา เพื่อใช้เป็นพลับพลาที่ประทับของรัชกาลที่ 7 เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินมณฑลพายัพ เมื่อวันที่ 6 มกราคม-6 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2469
ต่อมาเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.2501 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรภาคเหนือ ได้ทรงประทับที่บ้านป่องนักเช่นเดียวกัน
ครั้นเมื่อเสด็จกลับจึงได้มีการปรับเป็นกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 7 จนถึง พ.ศ.2513

คำว่า “ป่องนัก” เป็นภาษาคำเมือง “ป่อง” หมายถึง “หน้าต่าง” ส่วน “นัก” แปลว่า “มาก” เมื่อรวมความหมายของ “บ้านป่องนัก” คือบ้านที่มีหน้าต่างจำนวนมาก
ลักษณะบ้านป่องนัก เป็นอาคารไม้สักทั้งหลัง 2 ชั้น ขนาดตัวบ้านกว้าง 19 เมตร ยาว 25 เมตร ชั้นล่างยกพื้นสูง 80 เซนติเมตร มีหน้ามุขแบบ 5 เหลี่ยม จำนวน 5 มุข มีช่องลมลายฉลุที่เรียกว่าขนมปังขิง
(gingerbread)

หน้าต่าง เป็นบานเกล็ดไม้อยู่รายล้อมรอบบ้าน มีจำนวนมากถึง 250 บาน และมีช่องหน้าต่างกว่า 469 ช่อง มีบันไดจำนวน 2 บันได ได้แก่ บันไดด้านหน้าสำหรับเจ้านาย ส่วนบันไดด้านหลัง สำหรับข้าราชบริพาร

“บ้านป่องนัก” ได้ขึ้นทะเบียนเป็นพิพิธภัณฑ์ทหาร โดยมอบหมายให้มณฑลทหารบกที่ 32 ดูแลสมบัติล้ำค่านี้ ร่วมกับชาวลำปางและชาวไทย เป็นสถานที่ที่รวบรวมข้อมูล และเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ อันเกี่ยวเนื่องกับความเป็นเอกราชและความเป็นไทย ไว้ให้ลูกหลานสืบไป
ภายในตัวบ้าน จัดแสดงห้องต่างๆ ไว้มากมาย แต่ละห้องจะมีการจัดข้าวของจัดแสดงไว้


ห้องด้านล่าง จัดเป็นที่แสดงอาวุธยุทโธปกรณ์บางส่วนที่ใช้ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และสิ่งของเครื่องใช้ของทหารญี่ปุ่น เครื่องแต่งกายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อาทิ ปืนกลหนักชนิดระบายความร้อนด้วยน้ำ ผลิตในประเทศอังกฤษ ปี 2455 แบบ/ขนาด .303 นิ้ว 7.7 ม.ม. ริกเกอร์ส หมวกของทหาร เตียงนอนทหาร เครื่องเล่นแผ่นเสียงยุคเก่า ถ้วย ชามสมัยโบราณ


ส่วนอีกห้องจัดแสดงเรื่องราวประวัติของจอมพลและมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต) ซึ่งเป็นแม่ทัพสำคัญที่ได้ยกพลไปปราบกบฏเงี้ยว และได้มาพัก บริเวณค่ายสุรศักดิ์มนตรีแห่งนี้ ต่อมาค่ายสุรศักดิ์มนตรี จ.ลำปาง ได้สร้างอนุสาวรีย์ขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ โดยได้ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2504


ชั้นบน จำลองห้องต่างๆ อาทิ ห้องโถงที่ประทับแรมครั้งเสด็จ, ห้องทรงงาน จัดให้เป็นห้องเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช, ห้องบรรทม, ห้องสรง

ยังมีห้องจัดแสดงเกี่ยวกับภาพเขียนสีประตูผา ที่เป็นแหล่งโบราณคดีที่น่าสนใจของจ.ลำปาง และแสดงภาพถ่ายโบราณอีกมากมาย เช่น ภาพการแต่งกายของหญิงชาวล้านนาเมื่อปี พ.ศ.2445 เป็นต้น

ทั้งหมดเชื่อมโยงให้เห็นถึงความสำคัญ และบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์บ้านเมือง การต่อสู้ การป้องกันรักษาประเทศของเหล่าทหาร และความผูกพันของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีกับกองทัพ และประชาชนในมณฑลพายัพ ภาคเหนือ ได้เป็นอย่างดี

สำหรับจุดเช็กอินภายในบริเวณบ้านป่องนัก มี 5 จุด คือ 1.เรือนรัก บ้านป่องนัก 2.มองผ่านป่อง ส่องหารัก 3.ร่มรื่น ชื่นหัวใจ 4.รถถีบน้อย คอยอ้าย 5.สวนเพาะรัก และกราบไหว้ขอพรศาลจอมพลและมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต) โดยท่านได้ขอรับพระราชทานให้จัดตั้งหน่วยทหารขึ้นในพื้นที่จ.ลำปาง ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 17 และมณฑลทหารบกที่ 32 ในปัจจุบัน


ภายในบริเวณบ้านมีร้านกาแฟสด มีทั้งเค้ก ขนม ไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย
มาเที่ยวลำปางอย่าลืมมาเช็กอินที่บ้านป่องนัก สถานท่องเที่ยวที่สำคัญในมณฑลทหารบกที่ 32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-5422-5941-3 ต่อ 72318 หรือเพจ : บ้านป่องนัก พลับพลาที่ประทับแรม โรงทหารนครลำปาง 2469 https://www.facebook.com/103947535563754/
ทุกวันเสาร์ มีการแสดงดนตรีในสวน เวลา 10.00-11.30 น.
เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น