กูเกิ้ล ผู้นำด้านนวัตกรรมเสิร์ชเอ็นจิ้นและบิ๊กดาต้าจากสหรัฐอเมริกาที่คนไทยคุ้นเคยกันดี เปิดตัวความก้าวหน้าและนวัตกรรมใหม่ของค่ายในงาน Google I/O 2025 ระหว่างวันที่ 20 ถึง 21 พ.ค.ที่ผ่านมา
ทางเว็บไซต์ intelegain ผู้ติดตามความก้าวหน้าเทคโนโลยีดิจิตอลนำความก้าวหน้าดังกล่าวที่ทุกคนควรรู้มากที่สุดจากทางกูเกิ้ลมาให้รับทราบกันจะได้ไม่ตกเทรนด์
Gemini 2.5
เริ่มกันที่นวัตกรรมชิ้นแรกอย่างปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ Gemini (เจมิไน) ที่ได้รับการอัพเดตล่าสุดเป็นเวอร์ชั่น 2.5 ทำให้เอไอ Gemini 2.5 Pro ของกูเกิ้ลก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น โดยฟีเจอร์ใหม่เป็น Deep Think เหมาะสำหรับการแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อนสูงและการเขียนโค้ด

Gemini 2.5
ขณะที่เอไอ Gemini 2.5 Flash มีความสามารถต่ำกว่ารุ่นพี่เพียงร้อยละ 20 ถึง 30 เท่านั้น เหมาะสำหรับผู้พัฒนาที่ต้องการเอไอประสิทธิภาพรอบด้านแต่มีงบจำกัด
Google Beam
เดิมชื่อว่า Project Starline สมัยที่ยังเป็นคอนเซ็ปต์ ล่าสุดทางกูเกิ้ลนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อใช้จริงแล้ว เรียกว่า Google Beam แอปพลิเคชั่นการสื่อสารผ่านวิดีโอคอลที่แสดงภาพแบบ 3 มิติ เพื่อให้คู่สนทนาปรากฏอยู่ราวกับอยู่ตรงหน้าจริงๆ

Google Beam
ด้วยเทคนิคการประมวลภาพ 3 มิติจากกล้อง 6 ตัว ผสานการทำงานของเอไอ ทำให้ได้ภาพวิดีโอ 3 มิติสมจริงผ่านหน้าจอแบบ Light Field (จอ 3 มิติรุ่นใหม่) ความคลาดเคลื่อนต่ำระดับไม่กี่มิลลิเมตร และให้ภาพลื่นไหลได้สูงสุดถึง 60 เฟรมต่อวินาที (fps) โดยค่าย HP จะเป็นเจ้าแรกที่จะนำมาจำหน่ายสำหรับลูกค้าชั้นธุรกิจ
AI Ultra
แพ็กเกจรายเดือนสำหรับผู้ต้องการใช้เอไอทรงพลังจากกูเกิ้ลเรียกว่า AI Ultra ราคา 250 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 8,000 บาทต่อเดือน โดยผู้ลงทะเบียนจะสามารถเข้าถึงทุกฟีเจอร์ด้านเอไอที่กูเกิ้ลมีให้บริการ ในจำนวนนี้รวมถึง Deep Research สำหรับประมวลข้อมูลเพื่อสร้างงานวิจัย

AI Ultra
แน่นอนว่าราคาระดับนี้ทางกูเกิ้ลแถมบริการอื่นมาให้อีกเพียบ ได้แก่ พื้นที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ผ่าน Google Photos, Google Drive และ Gmail ขนาด 30 เทร่าไบต์ (TB) รวมถึงบริการ Youtube Premium ตลอดจนโปรเจ็กต์เอไอที่ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาอย่าง Project Mariner เอไอที่จะทำหน้าที่เสมือนเป็นเลขานุการส่วนตัว
Google Search : AI Mode
รูปแบบการค้นหาข้อมูลแบบใหม่ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมกันมากขึ้นต่อเนื่องคือ การสร้างคำถามเสมือนกับการสนทนากับเอไอ ทางกูเกิ้ลจะมีปุ่ม AI Mode เพิ่มเข้ามาใน Google Search เพื่อให้ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลในรูปแบบดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ (คล้ายเวลาคุยกับ chatGPT)

Google Search AI Mode
ด้วยขุมพลังจากเอไอ Gemini 2.5 ซึ่งทางกูเกิ้ลถือว่าเป็นเทรนด์การค้นหาข้อมูลแบบใหม่ที่จะกลายเป็นมาตรฐานในอนาคตอันใกล้ ถือเป็นการอัพเดต Google Search ที่มีผลใหญ่หลวงที่สุดต่อคนทั่วโลกในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา (เริ่มที่สหรัฐอเมริกาก่อน)
Smart Glasses | Android XR
อนาคตมาถึงแล้ว Android XR คือ ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์สำหรับแว่นตาอัจฉริยะที่อาศัยหลักการของเทคโนโลยีหลอมมิติ (Augmented Reality) และเทคโนโลยีจำลองสภาพแวดล้อมใหม่อย่าง Virtual Reality ภายใต้ Project Aura โดยกูเกิ้ลจะทำงานร่วมกับแบรนด์ชั้นนำ เช่น Samsung, Gentle Monster, Warby Parker และ Ray-Ban เพื่อสร้างแว่นตาทุกแนวออกมาตอบรับความต้องการของผู้ใช้

Android XR
เมื่อผู้ใช้สวมใส่แว่นสายตาต่อไปก็สามารถแตะที่แว่นเพื่อให้เอไอ Gemini 2.5 ของกูเกิ้ลช่วยเหลือได้ทุกเรื่อง ตั้งแต่การหาข้อมูล เปรียบเทียบข้อมูลวัตถุตรงหน้า เป็นภาพกราฟิกลอยไปลอยมาอยู่ทั่วไปในสายตา
Gmail | Smart Replies
ฟีเจอร์ที่หากผู้ใช้อนุญาตก็จะส่งผลให้ Gmail สามารถพิมพ์ข้อความในอีเมลเพื่อตอบกลับแบบอัตโนมัติได้ โดยมีสำนวนและรูปแบบการเขียนที่เหมือนกันกับผู้ใช้

Gmail – Smart Replies
ซึ่งทาง Gmail จะใช้ข้อมูลเรียนรู้ลักษณะการเขียนของผู้ใช้จากอีเมลที่ผู้ใช้เคยเขียนส่งให้คนนั้นคนนี้ ใครไม่สบายใจก็ปิดใช้งานได้ แต่ใช้ได้เฉพาะภาษาอังกฤษบนแพลตฟอร์ม Windows, iOS และ Andriod เท่านั้น
Google Meet | Real-Time AI Translation
Google Meet แอปฯ วิดีโอคอลจากกูเกิ้ลได้รับอัพเดตใหม่เป็นฟีเจอร์แปลงภาษาขณะสนทนาแบบไปพร้อมๆ กับการสนทนา แต่จะเปลี่ยนให้เป็นภาษาที่คู่สนทนาเข้าใจ

Google Meet – Real-Time Translation
โดยยังคงน้ำเสียงและเสียงของผู้พูดไว้ให้เหมือนเดิมทุกประการ โดยช่วงแรกจะรองรับภาษาอังกฤษกับสเปนก่อน ส่วนภาษาอื่นจะตามออกมาเรื่อยๆ
Project Astra
เอไอผู้ช่วยใหม่ที่ทำได้มากกว่าการตั้งเวลาและการตั้งค่าปฏิทิน ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยทุกเรื่องที่เข้าใจทั้งบริบทและรับรู้ข้อมูลเพิ่มเติมอื่นได้ด้วยตัวเอง

Project Astra
เช่น ผ่านกล้องของสมาร์ตโฟน ช่วยเหลือเวลาซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า ค้นคว้าวิจัยข้อมูล และเป็นเพื่อนคุยที่แสนรู้ใจ กำลังเริ่มให้ใช้ผ่าน Gemini Live สำหรับผู้ใช้ Andriod สำหรับ iOS กำลังจะมา
Google’s Veo | Imagen
Veo เอไอสำหรับสร้างคลิปวิดีโอ และ Imagen เอไอสำหรับสร้างภาพจากกูเกิ้ลมีความก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น

Veo-Imagen-Flow
เริ่มที่ Veo 3 ที่สร้างเสียงได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเสียงประกอบไปจนถึงเสียงพากย์ ขณะที่ Imagen 4 เอไอสร้างภาพจากคำบรรยาย นอกจากสามารถให้ภาพที่สมจริงมากขึ้นได้แล้ว แถมยังสร้างภาพได้ละเอียดถึง 2K

นอกจากนี้ กูเกิ้ลยังเปิดตัว Flow ที่เป็นการรวมความสามารถจาก Veo และ Imagen เข้าด้วยกันเป็นเอไอสร้างคลิปสั้นความยาวสูงสุด 8 วินาที จากคำบรรยาย ให้ผู้ใช้นำแต่ละท่อนไปตัดต่อเป็นภาพยนตร์ยาวๆ ได้
ทีมข่าวสดไอที
ภาพ – Google