เสียงเพลง “ล่องแม่ปิง” แว่วแผ่วเบาจากเรือนไม้ล้านนาท่ามกลางร่มเงาไม้ใหญ่ พลันเสียงกลองสะบัดชัยดังกึกก้องจากเรือนโล่งอีกด้าน เสียงฆ้องเร่งจังหวะประสานกับกลองยาวจากเรือนแถวไม้ยกพื้น เสมือนเร้าให้นกกิงกะหร่าร่ายรำ แผ่ปีกและหางอย่างร่าเริง
สำเนียงล้านนากับเสียงจั๊กจั่นที่ระงม ทั่วบริเวณ เด็กเยาวชนหลากวัยต่างจดจ่ออยู่เบื้องหน้าพ่อครูแม่ครู ล้วนมีสมาธิแยกแยะสรรพเสียงที่แข่งกันได้อย่างน่าทึ่ง ที่นี่คือ “โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา” ในฤดูร้อน ณ จังหวัดเชียงใหม่

โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา
โฮงเฮียนแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2543 ช่วงเริ่มต้นมีพ่อครูแม่ครูภูมิปัญญาราว 30 ท่าน อาสามาถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เด็ก เยาวชน และผู้สนใจ นับแต่นั้นภารกิจแห่งการสืบสานภูมิปัญญาก็ดำเนินต่อเนื่องยาวนานกว่า 25 ปี โดยมีการประสานพ่อครูแม่ครู ผู้รู้ในแต่ละแขนงมาร่วมจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภูมิปัญญาพื้นบ้านล้านนา ถือเป็นพื้นที่วัฒนธรรมสำคัญของเชียงใหม่
เมื่อเราฝ่าคลื่นเสียงนานา ขึ้นบันไดสู่ชั้นสองของเรือนไม้ใหญ่ “เฮือนผญา” ได้ยินเสียงดนตรีพื้นเมืองดังชัดขึ้นเรื่อยๆ ในห้องมีเด็กๆ กำลังหัดเล่นดนตรี มีเครื่องดนตรีห้อย แขวน วางเรียงราย หิ้งบูชาครูเด่นอยู่ไม่ไกล

ห้องเรียนครูเบสท์
ครูเบสท์ ธนกร สาระจันทร์ กำลังตีกลองให้จังหวะ ขณะ เด็กชายอรรถพล จงเจริญ น้องออม และ เด็กหญิงกัญญณัช สุวรรณภูมิ หรือ ใบบัว ต่างบรรเลงซึงและสะล้ออย่างมุ่งมั่นตั้งใจ ผู้เรียนแต่ละคนมีระดับความสามารถต่างกัน บ้างยังไม่เคยเล่น บ้างพอมีพื้นฐาน และบางคนก็มาต่อยอดพัฒนาทักษะให้สูงขึ้น

เรียนฟ้อนนกกิงกะหร่า
เด็กหญิงใบบัวเคยเรียนดนตรีในโรงเรียนและได้รับการสนับสนุนจากคุณพ่อจนมาพบสถานที่แห่งนี้ เธอกำลังหัดเล่นสะล้อ เรียนไปทีละเพลง ขณะนี้ฝึกล่องแม่ปิงและเพลงสร้อยเวียงพิงค์ ด้านเด็กชายออมก็มีพื้นฐานดนตรีพอสมควร ครอบครัวรักและสนใจดนตรีพื้นบ้าน คุณแม่เองก็เล่นดนตรีและอยากให้ลูกพัฒนาฝีมือเพิ่มเติม

เด็กหญิงใบบัว
ครูเบสท์ทำหน้าที่ทั้งสอนดนตรีและประสานงานการเรียนการสอนในฐานะเจ้าหน้าที่ของโฮงเฮียนสืบสานฯ เขาเล่าว่า “โฮงเฮียนจัดสอนในวันเสาร์-อาทิตย์ บางวิชาเรียนวันเสาร์ บางวิชาเรียนวันอาทิตย์ ต่อเนื่องกัน 8 สัปดาห์ หรือประมาณ 2 เดือน รวมเวลาเรียน 16 ชั่วโมง เมื่อเรียนจบจะได้รับใบป่าว หรือประกาศนียบัตร วิชาที่เปิดสอนขึ้นอยู่กับพ่อครูแม่ครูและความสนใจของผู้เรียน สามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเพจของโฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา”

ฟ้อนไต มีหลายวัย
ทุกวันนี้มีการเรียนทั้งแบบ On-site และ Online สำหรับบางวิชาที่เหมาะสม เช่น วิชาอักษรล้านนา และในยุคที่มีการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เคยมีชาวต่างชาติมาร่วมเรียนรู้ด้วย หลักสูตรประจำของโฮงเฮียน เช่น ดนตรีพื้นเมือง ฟ้อนพื้นเมือง อักษรล้านนา ฟ้อนสาวไหม ฟ้อนนกกิงกะหร่า ฟ้อนโต ฟ้อนดาบ ฟ้อนเจิง และกลองสะบัดชัย เป็นต้น

ฟ้อนดาบ
กิจกรรมการเรียนรู้ของโฮงเฮียนในระยะหลังได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานและสถานศึกษาต่างๆ ที่เด็กๆ ได้มาร่วมเรียนรู้ ทดลอง ลงมือทำในรูปแบบเวิร์กช็อป ครึ่งวัน หนึ่งวัน ได้ประสบการณ์ตรง อาจจะนำไปสู่การสร้างความสนใจและแรงบันดาลใจต่อไป

งานบูชาครู คุรุบูชา 2568
โฮงเฮียนแห่งนี้สืบสานองค์ความรู้ภูมิปัญญาล้านนาอย่างต่อเนื่อง มีผู้ผ่านเข้ามาแล้วหลายพันคนในรูปแบบและผลการเรียนรู้ต่างกัน ทั้งผู้ที่สนใจหรือรับวิชา บ้างก็พบความสามารถและความพึงใจ เรียนเชิงลึกฝึกเข้มข้นพัฒนาต่อยอดเป็นอาชีพ หลายคนผ่านการบ่มเพาะจากพ่อครูแม่ครูประกอบกับความสุขความรักความชอบกลายเป็นความสามารถ เป็นผู้ช่วยสอน และเป็นครูรุ่นใหม่ในเวลาต่อมา กระบวนการถ่ายทอดวิชาจากพ่อครูแม่ครูเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานภูมิปัญญาล้านนาที่สำคัญและน่าสนใจ

ห้องเรียนกลองสะบัดชัย
ปัจจุบันมีเครือข่ายพ่อครูแม่ครู เครือข่ายเยาวชน เครือข่ายสล่า และศิลปินล้านนา รวมกว่า 300 คน ครอบคลุมทั้งด้านภาษา วรรณกรรม พิธีกรรม หัตถกรรม ศิลปะการแสดง ทัศนศิลป์ ตลอดจนภูมิปัญญาการดูแลสุขภาพ แบบพื้นบ้าน หรือที่เรียกว่า “หมอเมือง” มีการพัฒนาที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการเปิดบ้านพ่อครูแม่ครูเป็นศูนย์การเรียนรู้ในเครือข่ายครูภูมิปัญญาอีกกว่า 10 แห่งในพื้นที่อย่างหลากหลาย
ภูมิปัญญาที่บรรพชนสั่งสมผ่านกาลเวลาหลายชั่วอายุคนจะดำรงอยู่ได้ เพียงใดย่อมเป็นพันธกิจสำคัญของผู้ใหญ่ในวันนี้ เพื่อให้เยาวชนคนรุ่นใหม่มีโอกาสรับรู้เรียนรู้ด้วยวิธีการและรูปแบบที่หลากหลาย

ฟ้อนเจิง
โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา ณ เชียงใหม่ ดำรงอยู่มากว่า 25 ปี เป็นองค์กรที่ควรส่งเสริม ให้แหล่งเรียนรู้ทางเลือกและพื้นที่ทางวัฒนธรรม ที่ทรงคุณค่าทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
ทุ่งแสงตะวันสัญจร เดอะซีรีส์ ชุดสืบสานล้านนา เชียงใหม่ สัปดาห์นี้ เดินทางถึง Ep.3 ห้องเรียนสืบสาน พบกันเช้าวันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน เวลา 05.05 น. ทางช่อง 3 กด 33 และเวลา 07.30 น. ทาง facebook ทุ่งแสงตะวัน
อาทร ริมทาง