ถ้าพูดถึงสาธารณรัฐประชาชนจีน แหล่งท่องเที่ยวที่คนส่วนใหญ่ คุ้นหูมักจะไปกันที่เมืองหลวงปักกิ่ง เยี่ยมชมพระราชวังต้องห้าม เดินกำแพงเมืองจีน หรือไปเซี่ยงไฮ้ เมืองที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ เป็นย่านเศรษฐกิจที่ถูกขนานนามว่าเป็นนครปารีสแห่งตะวันออก มีทั้งห้างสรรพสินค้าให้ได้เดินช็อปปิ้ง
แต่ในอีกซีกด้านหนึ่งของฝั่งตะวันตกอย่างเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ที่เป็นเขตปกครองใหญ่ที่สุดของจีนไม่ได้โดดเด่นแค่ด้านการเกษตรเท่านั้น แต่มีแหล่งท่องเที่ยวสวยงาม ตลาดจับจ่ายสินค้าขนาดใหญ่ และพิพิธภัณฑ์ให้ได้ศึกษาประวัติศาสตร์

สาวงามซินเจียง
โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้พาเกษตรกรหัวขบวน พร้อมสื่อมวลชนบินลัดฟ้ามาที่เขตปกครองตนเองซินเจียง อุยกูร์เพื่อศึกษาดูงานการทำเกษตรสมัยใหม่ พร้อมกับมีโปรแกรมพาคณะไปแหล่งท่องเที่ยวในทริปนี้ด้วย
ประเดิมกันที่ ‘ตลาดต้าปาจา’ หรือ แกรนด์บาซาร์นานาชาติเขตซินเจียง ตั้งอยู่ในเขตใจกลางเมืองอูลูมู่ฉี หรือ อุรุมชี

ร้านค้าในตลาดต้าปาจา
เป็นตลาดในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก พื้นที่ประมาณ 40,000 ตารางเมตร ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2003 ตลาดนี้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าโบราณที่เชื่อมระหว่างตะวันออกและตะวันตก
สถาปัตยกรรมที่นี่เป็นสไตล์อิสลาม โดยมี มัสยิดเอ้อร์เต้าเฉียว อยู่ภายในพื้นที่ของตลาด และมีหอคอยชมวิว สูงประมาณ 80 เมตร มองเห็นโดดเด่นเป็นสง่า สถานที่นี้ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวมุสลิมอุยกูร์ และเป็นฉากหลังที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพสำหรับผู้มาเยือน

มัสยิดเอ้อร์เต้าเฉียว ในตลาดต้าปาจา
ด้วยความที่ตลาดใหญ่มีเนื้อที่กว้างใหญ่จึงมีร้านค้าอยู่นับพัน เมื่อเดินเข้าไปในอาคารจะพบร้านที่จำหน่ายสินค้าท้องถิ่นมากมาย ทั้งผ้าไหมแพรพรรณ เครื่องแต่งกายชาวอุยกูร์ เครื่องประดับ เครื่องเงิน พรมเปอร์เซีย และเครื่องดนตรีพื้นเมือง เหมาะแก่การซื้อเป็นของที่ระลึก
ส่วนตึกรามบ้านช่องและป้ายบอกทางที่นี่ก็เขียนด้วย 2 ภาษา คือ ภาษาจีนกลาง และภาษาอุยกูร์ ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่หน้าตาออกไปทางชาวอุยกูร์ แต่จะมีชาวจีนฮั่นอยู่บ้าง

ช็อปของฝาก
ของกินที่นี่ก็มีให้เลือกซื้อเลือกชิมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นผลไม้อย่างแคนตาลูป แตงโม หรืออาหารท้องถิ่น เช่น ไอศกรีมนมแพะ นมอูฐ น้ำทับทิม แผ่นแป้งนาน
แต่สิ่งที่ถือเป็นไฮไลต์คือ บรรดาผลไม้อบแห้ง เช่น องุ่น แอปริคอต กีวี อินทผาลัม รวมถึงถั่วชนิดต่างๆ เช่น เมล็ดอัลมอนด์ ถั่วพิสตาชิโอ ซึ่งเม็ดองุ่นแห้งถือเป็นของขึ้นชื่อและเป็นของฝากอันดับหนึ่งที่ไม่ว่าใครมาต้องซื้อติดมือกลับไป เพราะที่นี่เป็นถิ่นกำเนิดขององุ่นพันธุ์ดี
พอเดินผ่านจะเห็นเม็ดองุ่นแห้งถูกวางในกระบะบนแผงขายละลานตาไปหมด ทั้งองุ่นเขียว แดง ดำ เม็ดเล็กเม็ดใหญ่ วิธีเลือกก็ไม่ได้มีอะไรมากแค่ลองหยิบชิมไปทีละกระบะ ถูกใจอันไหนก็ซื้อเลย แต่ข้อควรระวังที่ไกด์บอกมาต้องดูราคาและสอบถามปริมาณให้ดีๆ ไม่เช่นนั้นเราอาจได้ของในปริมาณมากเกินความจำเป็น
และไม่ใช่แค่การค้าเท่านั้น ต้าปาจายังเต็มไปด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต ทั้งการแสดงดนตรีสด การเต้นรำพื้นบ้าน ที่พบเห็นได้ในบรรยากาศรอบมัสยิด
เปลี่ยนบรรยากาศจากตลาดแล้วไปแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติกันที่ ‘ทะเลสาบเทียนฉือ’ หรือสระสวรรค์ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาเทียนซานทั้ง 4 ด้าน พื้นที่ 5 ตารางกิโลเมตร ลึก 10 กิโลเมตร ซึ่งน้ำในทะเลสาบนั้นก็ไหลมาจากน้ำแข็งบนเขาเทียนซาน

ทะเลสาบเทียนฉือ
ทะเลสาบแห่งนี้มีความเชื่อว่าเป็นประตูสวรรค์ มีสระเล็กๆ เป็นที่ล้างเท้าเจ้าแม่เทียนหมู่เหนียงก่อนจะเดินทางกลับขึ้นสวรรค์ ส่วนทะเลสาบเทียนฉือคือที่อาบน้ำ และบางครั้งก็ใช้เป็นกระจก
สำหรับการเข้าไปที่อุทยานเทียนซานเทียนฉือจะต้องต่อรถบัสของอุทยานเท่านั้นเพื่อที่จะเข้าไปชมทะเลสาบด้านใน แต่ด้วยช่วงที่เดินทางมานั้นเป็นฤดูร้อน ถ้าอยู่ที่อื่นคงสัมผัสกับแดดเปรี้ยงในตอนกลางวัน แต่สำหรับทะเลสาบเทียนฉือนั้นต่างออกไป
เพราะทะเลสาบนี้ตั้งอยู่ในเทือกเขาเทียนซาน บนระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,900 เมตร จึงได้สัมผัสกับอากาศที่แสนจะเย็นสบาย แถมวันไปที่นั่นก็มีสายฝนโปรยลงมาแบบเบาๆ อีกด้วย

อุทยานเทียนซานเทียนฉือ
ตลอดช่วงการมาล่องเรือที่นี่เราได้พบกับทัศนียภาพที่งดงามมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำในทะเลสาบที่ใสสะอาด โอบล้อมรอบด้วยภูเขาสูงตั้งตระหง่าน มองเห็นป่าสนอันเขียวชอุ่ม ไม่ว่าจะยกกล้องมาถ่ายมุมไหน ก็พบแต่ความสวยงาม จึงไม่แปลกใจ เลยที่สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ถึงคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติ

สินค้าท้องถิ่นมากมาย
สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะสมในการมาเที่ยวเขาเทียนซานคือ ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่ดีที่สุด เนื่องจากอากาศเย็นสบายและทิวทัศน์งดงาม แต่ฤดูหนาวก็น่าสนใจมากสำหรับผู้ที่ชื่นชอบหิมะและต้องการสัมผัสบรรยากาศของภูเขาหิมะและทะเลสาบที่ปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาว

สระสวรรค์ ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาเทียนซาน
เขาเทียนซานเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความงดงามตั้งแต่ทะเลสาบใสสะอาดและป่าเขียวขจี ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางที่เข้าถึงได้ง่ายและมีเสน่ห์ในทุกฤดูกาล
กลับเข้าเมืองอูลูมู่ฉีกันต่อ มาแวะชม ‘ศูนย์วัฒนธรรมอุรุมชี’ ตั้งอยู่ในพื้นที่ศูนย์การประชุมและนิทรรศการในเขตสุยโม่โกว ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 195,700 ตารางเมตร จุดที่เห็นโดดเด่นเป็นสง่าคือ อาคารขนาดใหญ่รูปทรงสุดแปลกที่ใครๆ ต่างก็แวะมาถ่ายรูป

ศูนย์วัฒนธรรมอุรุมชี
ตึกนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก “ดอกบัวหิมะ” ของเขาเทียนซาน ภายในประกอบด้วยสถานที่จัดงานหลัก 6 แห่ง ได้แก่ โรงละครใหญ่ ห้องแสดงคอนเสิร์ต พิพิธภัณฑ์ ห้องวางแผน ห้องจัดนิทรรศการ และศูนย์วัฒนธรรม โดยล้อมรอบหอคอยวัฒนธรรมกลาง สื่อสัญลักษณ์ของความสามัคคีและความเจริญรุ่งเรืองของชาติ ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ ‘หกห้องโถงใจเดียว’ เปิดตัวไปเมื่อปี 2021
ครั้งนี้ทางไกด์ได้พาคณะเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของอุรุมชี รวมถึงโบราณวัตถุทางวัฒนธรรมและการค้นพบทางโบราณคดี

พร้อมบอกเล่าเรื่องราว ความเป็นมาของมณฑลซินเจียง เริ่มต้นที่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ยุคหิน ยุคสำริด สู่ยุคเหล็ก การเข้ามาควบคุมพื้นที่ซินเจียงของราชวงศ์ฮั่นเมื่อ 60 ปีก่อนคริสตกาล จนถึงสถานการณ์ของซินเจียงช่วงการเปลี่ยนผ่านหลังราชวงศ์ชิงถูกโค่นล้ม จนมาสู่การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน

โบราณวัตถุของอุรุมชี
ทิ้งท้ายกันที่ ‘อุทยานนิทรรศการเกษตรกรรมซินเจียง’ แม้ว่าจุดหมายคือให้เกษตรกรหัวขบวนที่มากับคณะได้ศึกษาดูงาน แต่ที่นี่ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ AAAA

อุทยานนิทรรศการเกษตรกรรมซินเจียง
เพราะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักผ่อนหย่อนใจ พร้อมชมเทคโนโลยีการทำเกษตรสมัยใหม่ โดยเฉพาะแปลงผักแนวตั้ง ปลูกผักโดยไม่ใช้ดิน ด้วยระบบไฮโดรโปนิกส์ในโรงเรือนระบบปิด มีการใช้ AI ควบคุมความชื้น อุณหภูมิ ที่นี่จึงไม่ใช่แค่สวนเกษตร แต่เป็นที่ให้ผู้คนมาเรียนรู้
อย่างที่บอกไป เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์แห่งนี้ไม่ได้เป็นแค่แหล่งการทำการเกษตรเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนและสัมผัสธรรมชาติ หรือจะมาสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวซินเจียงก็ได้ด้วยเช่นกัน
พิสิฐ ภูตินันท์