วันที่ 27 กันยายน 2568 ในงาน Sustainability Expo 2025 (SX2025) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บนเวที Stage Talk มีประเด็นสุขภาพใกล้ตัว ในหัวข้อ “พลิกวิกฤติ Sudden Death สร้างชีวิตยืนยาวด้วยการดูแลหัวใจและการนอน” โดยมี พญ.สุรีย์รัตน์ ปันยารชุน อายุรแพทย์ด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ผศ.นพ.จิรยศ จินตนาดิลก อายุรแพทย์เฉพาะทางด้านโรคจากการนอนหลับ ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลเมดพาร์ค (MedPark Hospital) ร่วมถ่ายทอดความรู้

พญ.สุรีย์รัตน์ ได้อธิบายว่า ภาวะ Sudden Cardiac Death หรือการเสียชีวิตเฉียบพลันจากหัวใจ เป็นเหมือนลูกบอลที่อยู่ในตะกร้าใบใหญ่ สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในคนหนุ่มสาวและผู้สูงอายุ แต่ที่น่ากังวลคือปัจจุบันอายุผู้ป่วยมีแนวโน้มลดลง จากเดิมที่มักพบในผู้ที่อายุต่ำกว่า 45 ปี กลายเป็นต่ำกว่า 35 ปีแล้ว แม้จะไม่อ้วนหรือไม่มีอาการกรนก็ยังเสี่ยงได้ โดยเฉพาะโรคหยุดหายใจขณะหลับหรือ Sleep Apnea ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่มักถูกมองข้าม ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่มาพบแพทย์ด้วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ แม้จะใช้ยาหลายชนิด สุดท้ายกลับตรวจพบว่า เป็น Sleep Apnea ที่ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนเรื้อรังและส่งผลต่อการทำงานของหลอดเลือดและหัวใจโดยตรง
นอกจากการตรวจหาความเสี่ยงแล้ว สิ่งที่สามารถช่วยป้องกัน Sudden Death ได้คือการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม แพทย์ทั่วโลกแนะนำให้เคลื่อนไหวร่างกายในระดับโซน 2 ถึงโซน 3 หรือประมาณร้อยละ 70–75 ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด (คำนวณจาก 220 ลบด้วยอายุ) อย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3–5 ครั้ง หรือประมาณ 150 นาทีต่อสัปดาห์ การออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องหักโหม แต่ควรทำอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่ง ว่ายน้ำ หรือแม้แต่เต้นซุมบ้า สิ่งสำคัญคือการวอร์มอัปก่อน และไม่ทำจนเกินกำลัง เพราะหากหักโหมเกินไปในระยะยาวจะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจหนาและเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ ขณะที่การออกกำลังกายอย่างพอดีจะช่วยให้หัวใจบีบตัวและคลายตัวได้ดี ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่ ผศ.นพ.จิรยศ กล่าวว่า การนอนหลับคือหนึ่งในสามของชีวิตมนุษย์ และมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพหัวใจ ภาวะการตายเฉียบพลันระหว่างการนอนหลับ คิดเป็นร้อยละ 10–15 ของการเสียชีวิตจาก Sudden Death ทั้งหมด โดย Sleep Apnea ถือเป็นตัวการเงียบที่เพิ่มความเสี่ยง แม้จะไม่ใช่โรคใหลตาย หรือ Brugada Syndrome แต่หากมีปัจจัยเสี่ยงร่วม เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ โอกาสเสียชีวิตกลางดึกก็ยิ่งมากขึ้น ดังนั้นหากนอนครบ 6–8 ชั่วโมงแล้วรู้สึกไม่สดชื่น อาจเป็นสัญญาณว่าการนอนหลับยังไม่ได้คุณภาพเท่าที่ควร การใส่ใจเรื่องนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้เราแก้ไขปัญหาได้ทันเวลา
ปัจจุบันการรักษา Sleep Apnea มีความก้าวหน้ามากขึ้น โดยใช้เครื่องช่วยหายใจที่เรียกว่า CPAP ซึ่งช่วยเปิดทางเดินหายใจให้โล่ง แต่ก่อนการใช้จะต้องเข้ารับการตรวจ Sleep Study เพื่อประเมินคลื่นสมองและการหายใจระหว่างนอนหลับ ผู้ที่มีภาวะนี้มักมีอาการร่วม เช่น ความดันสูง ควบคุมยาก และปัสสาวะบ่อยในตอนกลางคืนจากการที่หัวใจต้องทำงานหนัก นอกจากการรักษาด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์แล้ว การดูแลพฤติกรรมประจำวันก็เป็นอีกกุญแจสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงได้เช่นกัน

พญ.สุรีย์รัตน์ กล่าวถึงไลฟ์สไตล์ปัจจุบันโดยเฉพาะคนทำงานว่า นอกจากการนอนและออกกำลังกายแล้ว พฤติกรรมประจำวันก็มีผลต่อหัวใจโดยตรง การนั่งนานเกิน 2 ชั่วโมง อาจทำให้เลือดกองที่ขาจนกลายเป็นลิ่มเลือดและเสี่ยงหลุดไปอุดตันที่ปอด ขณะที่ความเครียดสะสมทำให้ระดับอะดรีนาลีนสูงขึ้น กระตุ้นการอักเสบในหลอดเลือด และเพิ่มการสะสมของไขมัน LDL ซึ่งนำไปสู่ภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้ ดังนั้นการจัดการความเครียด การลุกขยับร่างกาย และการดื่มน้ำอย่างเพียงพอ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
ด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ก็มีบทบาทสำคัญในการช่วยตรวจหาความเสี่ยงล่วงหน้า ปัจจุบันมีการตรวจหลากหลายวิธี ตั้งแต่คลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจหาคราบหินปูนในหลอดเลือด ไปจนถึงการทำ MRI หัวใจและสมอง ในขณะที่การตรวจการนอนหลับก็กำลังพัฒนาไปสู่การทำที่บ้าน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้ในประเทศไทยภายใน 2 ปีข้างหน้า

แพทย์ทั้งสองเห็นพ้องกันว่า สุขภาพหัวใจและการนอนเป็นสองเสาหลักของชีวิตที่ยืนยาว หากดูแลให้สมดุลและใส่ใจตั้งแต่วันนี้ก็สามารถลดความเสี่ยง Sudden Death ได้อย่างมาก
ผศ.นพ.จิรยศ ฝากข้อคิดไว้ว่า หากการนอนตอนกลางคืนดี เวลากลางวันก็จะดี และหากกลางวันดี กลางคืนก็จะดีเช่นกัน สิ่งสำคัญคือการฟังร่างกายของตนเอง หากนอนครบชั่วโมงแล้วร่างกายยังไม่สดชื่น อาจถึงเวลาที่ต้องปรึกษาแพทย์ เพื่อหาคำตอบอย่างตรงจุด
ท้ายที่สุด พญ.สุรีย์รัตน์ ทิ้งประโยคที่น่าจดจำว่า “หัวใจชอบการออกกำลังกาย เหมือนเขายิ้มให้เรา” ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนใส่ใจในสิ่งง่ายๆ ที่ทำได้ทุกวัน เพื่อให้หัวใจแข็งแรง การนอนเต็มคุณภาพ และชีวิตที่ยืนยาวกว่าที่คิด
พบความสนุกไม่รู้จบ ความรู้ และกิจกรรมดีๆ อีกมากมายได้ที่งาน SX2025 เข้างานฟรี! ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน – 5 ตุลาคม 2568 เวลา 10:00 – 20:00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์