27 กันยายน 2568 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เต็มไปด้วยเสียงประสานที่ไม่เพียงไพเราะ แต่ยังตรงเข้ากระแทกใจผู้ฟัง บนเวที Talk Stage งาน Sustainability Expo 2025 (SX2025) การแสดงที่หลายคนบอกว่าจะไม่มีวันลืม “วงปล่อยแก่” จากมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข ขึ้นมาพิสูจน์ว่า เสียงของวัยเก๋ายังคงทรงพลังและสะกดคนดูได้ทุกวินาที
ปัจจุบันวงปล่อยแก่ มีมากกว่า 13 วงทั่วประเทศ การรวมตัวครั้งนี้เกิดขึ้นด้วยการสนับสนุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่เล็งเห็นคุณค่าและศักยภาพของผู้สูงอายุในสังคมไทย

งานครั้งนี้เชิญตัวแทนสองวงขึ้นเวที วงปล่อยแก่เมืองปากน้ำโพ จากนครสวรรค์ และวงปล่อยแก่ชมรมสายใย (วช.) ซึ่งถือเป็นต้นฉบับของวงปล่อยแก่ การปรากฏตัวครั้งนี้เกิดขึ้นต่อหน้าผู้ชมที่นั่งเต็มฮอลล์และยืนฟังอยู่รายรอบ
ช่วงแรก วงปล่อยแก่เมืองปากน้ำโพเปิดเวทีด้วยเพลงธงชาติ เสียงประสานที่กึกก้องและพร้อมเพรียงดังกระหึ่มออกมาจากหัวใจผู้สูงวัย ทำให้ฮอลล์สะท้อนความฮึกเหิม หลายคนยกโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกภาพ บางคนถึงกับซ่อนน้ำตาไว้ไม่ทัน หลังจากนั้นบรรยากาศเปลี่ยนเป็นความละมุน เมื่อเสียงประสานรุ่นใหญ่ถ่ายทอด เพลงลมรัก อย่างไพเราะนุ่มนวล
ตามด้วยบทเพลงจีนที่คนไทยคุ้นหู พระจันทร์แทนใจฉัน ของเติ้งลี่จวิน ที่ทำให้ทั้งห้องอบอวลไปด้วยความหวานปนอบอุ่น และปิดท้ายด้วยบทเพลงพระราชนิพนธ์ แสงเดือน และ ใกล้รุ่ง ที่ทุกถ้อยคำและท่วงทำนองก้องกังวานเรียกเสียงปรบมือยาวนาน แม้แต่ผู้ที่กำลังเดินชมบูธงานก็ยังหยุดฝีเท้า แล้วขยับเข้ามาใกล้เวทีเพื่อร่วมซึมซับบรรยากาศไปด้วย

ช่วงที่สอง วงปล่อยแก่ชมรมสายใย (วช.) วงต้นฉบับก้าวขึ้นเวทีด้วยลุกส์กางเกงยีนทะมัดทะแมง ถ่ายทอดพลังสดใหม่จากนักร้องประสานเสียงรุ่นใหญ่ เปิดเวทีด้วย วิมานดิน ของ นันทิดา แก้วบัวสาย ก่อนจะพาผู้ชมเคลิ้มไปกับ Close to You เพลงสากลอมตะของวง Carpenter ที่เรียกรอยยิ้มและเสียงปรบมือขึ้นเป็นระยะ บรรยากาศเริ่มคึกคักเมื่อขึ้น วิหคเล่นลม เพลงลูกกรุงอมตะที่ทำให้ผู้ชมหลายคนปรบมือตามจังหวะอย่างสนุกสนาน

ตามด้วย สุขกันเถอะเรา ที่เรียกเสียงหัวเราะและเสียงร้องคลอตามก้องไปทั่วห้อง โดยเฉพาะท่อนฮุกที่หลายคนร้องตามได้โดยไม่ต้องเปิดเนื้อร้อง พร้อมกับการจับคู่เต้นลีลาศอย่างเพลิดเพลิน จนเมื่อขึ้น ผู้ชายในฝัน ห้องทั้งห้องก็ระเบิดเสียงเฮ เสียงหัวเราะ และเสียงร้อง “เฮ้อ…เสียดายจัง” ดังก้อง Stage Talk Hall 4 กลายเป็นโมเมนต์ที่ทั้งผู้แสดงและผู้ชมต่างสนุกและมีความสุขไปพร้อมกัน
ช่วงสุดท้าย เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง วงเมืองปากน้ำโพ กลับขึ้นเวทีอีกครั้ง เปิดด้วย ริมฝั่งน้ำ เพลงจังหวะสนุกที่ชวนผู้ชมหลายคู่ลุกขึ้นออกมาเต้นรำหน้าเวที เสียงหัวเราะและรอยยิ้มเติมเต็มบรรยากาศอย่างอบอุ่น ก่อนปิดการแสดงด้วย รักเจ้าพระยา เพลงประจำวงที่ถ่ายทอดเรื่องราวและเสน่ห์ของจังหวัดนครสวรรค์ บทเพลงขับขานไปพร้อมกับภาพจากมิวสิกวิดีโอซึ่งถ่ายทำ ณ แลนด์มาร์ค “พาสาน” ต้นกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ช่วงปิดเวทีครั้งนี้เต็มไปด้วยความงดงาม ตราตรึง และทิ้งความประทับใจแก่ผู้ชมไปอีกนาน


การแสดงจบลงท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้อง บางคนยังยืนอยู่หน้าเวทีไม่ยอมลุกไปไหน เพราะสิ่งที่ได้รับกลับไปมากกว่าเสียงเพลงคือ ความรู้สึกประทับใจ
“ปล่อยแก่” ไม่ใช่การยอมแพ้ให้กับวัย แต่คือการปล่อยให้หัวใจได้ร้อง ได้เต้น และได้เปล่งประกายอีกครั้ง
สังคมไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมานานแล้ว และกำลังจะมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การแสดงในวันนี้ตอกย้ำว่า แก่ไม่ได้แปลว่าหมดไฟ และยิ่งไม่เคยแปลว่าไร้ค่า เพราะความสามารถยังส่องสว่าง และบางทีแสงนั้นอาจชัดเจนกว่าที่เคยเป็น
พบความสนุกไม่รู้จบ ความรู้ และกิจกรรมดีๆ อีกมากมายได้ที่งาน SX 2025 เข้างานฟรี! ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน – 5 ตุลาคม 2568 เวลา 10:00 – 20:00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์