เป็นรถรุ่นที่เข้ามาพลิกฟื้น คืนชีพให้กับนิสสันอย่างแท้ทรู เพราะพลันที่เปิดตัว นิสสัน เซเรน่า รถ MPV ขนาดกลาง แบบ 7 ที่นั่ง ตั้งแต่รุ่น C27 หรือรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดแล้ว ด้วยความเป็นรถอเนกประสงค์ ประตูสไลด์ 2 ด้าน ซึ่งหาได้น้อยนักในบ้านเรา

แต่ที่สร้างความฮือฮาและโกยยอดขายไม่หยุด คือรุ่น C28 ที่ใช้เทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ คือมีเครื่องยนต์ไว้ปั่นไฟ ไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ แล้วส่งต่อไปมอเตอร์เพื่อขับเคลื่อนตัวรถด้วยไฟฟ้า 100%
และเพื่อให้รับรู้สมรรถนะการขับขี่ว่ามีดีไม่ต่างจากความอเนกประสงค์ ว่าแล้ว ทาคาอากิ ยานางิ รองประธานอาวุโส สายงานการตลาด การขาย และบริการหลังการขาย พร้อมด้วยประชาสัมพันธ์หนุ่มอารมณ์ดี กมลชนก เจริญจินดารัตน์ ผู้จัดการส่วนสายงานสื่อสารองค์กร นิสสัน ประเทศไทย จัดทริปทดสอบแบบต่อเนื่อง เส้นทางภาคใต้ ส่งต่อกันเป็นทอดๆ เริ่มกันตั้งแต่จ.ชุมพร ไปจนถึงอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

‘ข่าวสด ยานยนต์’ ได้ร่วมทริปเส้นทางจากจ.สุราษฎร์ธานี ไปจนถึงจ.นครศรีธรรมราช ทั้งคันรวม 5 คน พร้อมกระเป๋าเดินทางคนละ 1 ใบ พับเบาะจัดวางจนได้ตำแหน่งที่เหมาะสม ยังมีพื้นที่เหลือให้ใส่ของได้อีกเพียบ ซึ่งรถคันนี้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ด้วยการพับเบาะได้ 13 รูปแบบกันเลยทีเดียว
ช่วงแรกให้เพื่อนร่วมคันขับไปก่อน ต่อจากนั้นค่อยว่ากันแบบรวดเดียวจบ เพราะที่เหลืออีก 3 คน อาสาโดยสารอย่างเดียว ขึ้นนั่งตำแหน่งผู้โดยสารแถว 2 เพราะเบาะแถว 3 น้องผู้สื่อข่าวสาวร่างสันทัด เข้าไปจองเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งดูแล้วสามารถนั่งได้สบายๆ ไม่ได้อึดอัดแต่อย่างใด

เบาะนั่งแถว 2 เป็นแบบกัปตัน ซีต โปร่งโล่งสบาย ทั้งพื้นที่เหนือศีรษะ พื้นที่วางขา ตรงกลางเว้นเป็นช่องทางเดิน สามารถเลื่อนได้ทั้งหน้า-หลัง ซ้าย-ขวา มาชิดกันได้ มีถาดวางของแบบพับได้ ให้เบาะนั่งแถว 2 เปิดขึ้นใช้งานเหมือนกับที่นั่งบนเครื่องบิน กระจกไฟฟ้าบานใหญ่ที่ประตูเลื่อนขึ้น-ลงเหมือนรถเก๋งทั่วไป และมีม่านบังแดดแบบแมนวล
แรงเหวี่ยงและแรงสั่นสะเทือนที่เข้ามาในห้องโดยสารค่อนข้างน้อย แม้น้องนักทดสอบจะทำความเร็วพอสมควร ไม่มีอาการหวิวให้ได้รู้สึก ผ่านถนนขรุขระ หรือหลุม บ่อ คอสะพาน รับรู้ได้แต่ไม่ได้ถึงกับกระเด้งกระดอน

ได้เวลาขึ้นทดสอบ ที่นั่งคนขับค่อนข้างสูง กระจกหน้าบานใหญ่ เพิ่มทัศนวิสัยการขับขี่ได้เป็นอย่างดี การตกแต่งภายในเรียบง่าย หน้าจอสีขนาด 12.3 นิ้ว มองเห็นเด่นชัด ถัดลงมาเป็นปุ่มควบคุมแอร์ แยกอิสระซ้าย-ขวา ปุ่มเลือกใช้งานเฉพาะอีวี ข้างกันเป็นปุ่มเลือกใช้อี-แพดเดิล โหมดการทำงานด้วยแป้นคันเร่งเพียงอย่างเดียว คือเมื่อถอนคันเร่งรถจะชะลอจนหยุดนิ่ง อารมณ์เหมือนใช้รถอีวี ติดกันเป็นเกียร์แบบกดปุ่ม พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน
ช่วงออกตัวแม้จะไม่จี๊ดจ๊าดสะใจเหมือนรถไฟฟ้าทั่วไป แต่ด้วยกำลังที่เรียกจากมอเตอร์มาใช้งานได้สูงสุด 163 แรงม้า 315 นิวตันเมตร นำพารถขนาด 7 ที่นั่ง ที่ทั้งสูงและหนัก อีกทั้งยังบรรทุกคนบรรทุกของเต็มลำ เคลื่อนตัวไปข้างหน้าได้ค่อนข้างกระฉับกระเฉงเลยทีเดียว

เส้นทางส่วนใหญ่เป็นถนนนอกเมือง มีทั้งที่ต้องขึ้นทางชันและลัดเลาะทางโค้งต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความคล่องตัว แม้จะเป็นรถสไตล์ MPV แต่ก็สามารถควบคุมตัวรถให้ไปได้ดั่งใจ ไม่มีสั่นไหวหรือดื้อดึง
ถึงจุดหมายปลายทางระยะทางที่ทดสอบกันไปทั้งหมด 253.1 ก.ม. อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 15.1 ก.ม.ต่อลิตร น้ำมันในถังวิ่งได้อีก 510 ก.ม. โหลงโจ้งแล้วถ้าขับแบบชาวบ้านร้านตลาด ไม่ได้ดุดันสไตล์ทดสอบ น้ำมันถังเดียว กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ถึงแบบเหลือๆ

ลงจากรถไปหยิบกระเป๋าที่ด้านท้าย ตรงนี้ชอบเป็นการส่วนตัว ฝาท้ายเปิดได้ 2 ระดับ คือเปิดแบบครึ่งบาน เพื่อหยิบของได้โดยไม่ต้องเปิดทั้งบาน ป้องกันสัมภาระตกหล่นเสียหายและยังไม่หนักมือจนเกินไป
สรุปว่าเจ้านิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ คันนี้จะขับใช้งานแบบชิลชิล พาพ่อแม่ ลูกเด็กเล็กแดง ไปเที่ยวเล่นต่างจังหวัด หรือจะจอดรอรับลูกหน้าโรงเรียน โดยใช้แต่ไฟฟ้าอย่างเดียวได้นานสูงสุด 30 นาที ตรงนี้ถือว่าตอบโจทย์
ส่วนจะคุ้มราคากับค่าตัว 1.69 ล้านบาท และตรงกับพฤติกรรมการใช้งานของแต่ละคนหรือไม่ต้องไปพิสูจน์ด้วยตัวเองที่โชว์รูมนิสสันทั่วประเทศ
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ