อุทยานแห่งชาติกุยบุรี (อช.กุยบุรี) เป็นอุทยานที่มีพื้นที่ครอบคลุม 4 อำเภอในจ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้แก่ อ.ปราณบุรี อ.สามร้อยยอด อ.กุยบุรี และอ.เมืองประจวบคีรีขันธ์

เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ของกลุ่มป่าแก่งกระจานที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ แห่งที่ 3 ของไทย เมื่อปี พ.ศ.2564

หลาก&หลายท่องเที่ยว

อุทยานแห่งนี้มีชื่อเสียงเกี่ยวกับกิจกรรมชมสัตว์ป่ามายาวนาน มีช้างป่ากว่า 250 ตัว กระทิงมีหลักร้อย การชมช้างป่าและกระทิงนั้นต้องอยู่ในบริเวณจุดชมสัตว์ป่าที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมให้เท่านั้น มีจำนวน 4 จุด ได้แก่ จุดชมสัตว์ป่าโป่งสลัดได, จุดชมสัตว์ป่าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กร.1 ป่ายาง, จุดชมสัตว์ป่าพุยายสาย, จุดชมสัตว์ป่าผาชมสัตว์ป่า

เวลาที่เหมาะสมกับการชมสัตว์ป่า อยู่ในช่วงเวลา 16.00-18.00 น.

สำหรับจุดชมสัตว์ป่า ที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีชวนเที่ยวคือ “จุดชมสัตว์ป่าโป่งสลัดได” ที่นักท่องเที่ยวและผู้รักธรรมชาติสามารถสัมผัสประสบการณ์ชมสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิด

หลาก&หลายท่องเที่ยว

“โป่งสลัดได” เป็นโป่งธรรมชาติ เป็นพื้นที่ในป่าที่สัตว์ป่ามักใช้เป็นแหล่งอาหารหลักในการหาแร่ธาตุและสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น แคลเซียม โซเดียม และโพแทสเซียม

พื้นที่โป่งธรรมชาติจะมีลักษณะเป็นดินโคลนหรือดินร่วนซุยที่มีสารอาหารจากแร่ธาตุต่างๆ ทำให้สัตว์ป่าหลากหลายชนิด เช่น ช้าง กวาง กระทิง และหมูป่า มักจะมากินดินโป่งเพื่อเสริมสร้างร่างกาย โดยเฉพาะการเสริมความแข็งแรงของกระดูกและการช่วยในระบบย่อยอาหาร

โป่งธรรมชาติมักกระจายอยู่ในพื้นที่ป่าเขาที่มีความอุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่ามักจะเข้ามาหาอาหารในโป่งเหล่านี้เป็นประจำ ซึ่งโป่งมีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ และเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญสำหรับสัตว์ป่าในทุกฤดูกาล

หลาก&หลายท่องเที่ยว

“โป่งสลัดได” จึงเป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงของอุทยานฯ ด้วยภูมิทัศน์อันงดงามของทุ่งหญ้าเขียวขจีที่ล้อมรอบด้วยผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งรวมตัวของสัตว์ป่านานาชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝูงกระทิง ซึ่งเป็นสัตว์ป่าที่หาชมได้ยาก

นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับบรรยากาศอันเงียบสงบของธรรมชาติ พร้อมโอกาสในการเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของสัตว์ป่าในถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติอย่างปลอดภัย

จนมีการเปรียบเปรยว่าเป็น “ซาฟารีเมืองไทย”

หลาก&หลายท่องเที่ยว

นับเป็นประสบการณ์อันล้ำค่าสำหรับผู้ที่สนใจด้านธรรมชาติวิทยาและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

กิจกรรมนี้เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะมาเป็นครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือคนรักธรรมชาติ

ทางอุทยานฯ เน้นย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ระบบนิเวศและสัตว์ป่า โดยจัดเตรียมจุดชมวิวที่เหมาะสม พร้อมเจ้าหน้าที่คอยให้ข้อมูลและดูแลความปลอดภัย เพื่อให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้และซึมซับความงามของธรรมชาติอย่างเต็มที่

แนะนำให้เตรียมอุปกรณ์สำหรับการชมสัตว์ เช่น กล้องส่องทางไกลหรือกล้องถ่ายรูปที่มีเลนส์ซูมไกล เพื่อการชมและบันทึกภาพที่น่าประทับใจ

หลาก&หลายท่องเที่ยว

ส่วนใครที่อยากศึกษาธรรมชาติต้องลองเดินป่าไปตามเส้นทางตอไม้จันทน์หอม เป็นเส้นทางกึ่งวงกลม ซึ่งน่าสนใจด้วยการได้เรียนรู้เรื่องราวของไม้จันทน์หอม เส้นทางสายนี้มีระยะทางประมาณ 300 เมตร ใช้เวลาเดินศึกษาราวๆ ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

หรือทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ อาทิ การทำโป่งเทียมให้เป็นอาหารสำหรับสัตว์ป่าและอาหารช้าง ค่าใช้จ่ายประมาณ 2,500 บาท การปลูกพืชอาหารสัตว์ การทำฝายชะลอน้ำ ค่าใช้จ่ายประมาณ 2,500 บาทต่อฝาย ปลูกต้นไม้ทำแนวกั้นช้างป่า

หลาก&หลายท่องเที่ยว

นอกจากนี้ยังสามารถไปชมน้ำตกดงมะไฟ น้ำตกผาหมาหอน น้ำตกด่านมะค่า น้ำตกผาสวรรค์ ได้ด้วย

อัตราค่าเข้าชมอุทยานฯ คนไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ค่าเช่ารถชมสัตว์ป่าคันละ 850 บาท รถ 1 คัน นั่งได้ 6-8 คน ค่าเช่ากล้องส่องสัตว์ 100 บาท ทางอุทยานฯ มีบ้านพักและเต็นท์พักแรมให้บริการ

สอบถามข้อมูลและจองการเข้าชมได้ที่สำนักงานอุทยานแห่งชาติกุยบุรี โทร. 08-1776-2410

หลาก&หลายท่องเที่ยว

การเดินทางจากที่ว่าการอำเภอกุยบุรีไปตามถนนเพชรเกษม ระยะทาง 3 กิโลเมตร ถึงหลักกิโลเมตรที่ 290 (แยกยางชุม) แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3217 ผ่านบ้านยางชุม เข้าโครงการเขื่อนเก็บน้ำยางชุม เลี้ยวซ้ายก่อนถึงโครงการไปตามทางเข้าหมู่บ้านย่านซื่อจนสุดหมู่บ้าน เลี้ยวซ้ายอีกประมาณ 2 กิโลเมตรถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ

รวมระยะทางทั้งสิ้น 35 กิโลเมตร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน