ทะเลฝั่งอันดามันตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของประเทศไทยติดกับมหาสมุทรอินเดีย มีพื้นที่ครอบคลุม 6 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

ระนอง มีธรรมชาติบริสุทธิ์ เกาะสวยงาม เงียบสงบ น้ำใส ซึ่งเกาะอันซีน เช่น เกาะพยาม ได้ฉายาว่า ‘มัลดีฟส์เมืองไทย’ มีชายหาดกว้างอย่างอ่าวใหญ่ที่สามารถขับมอเตอร์ไซค์เล่นริมหาดได้ และมีวัดเกาะพยามที่มีโบสถ์กลางทะเล

หมู่เกาะกำ (อ่าวเขาควาย) ลักษณะหาดทรายรูปโค้งคล้ายเขาควาย มีจุดชมวิวบนเขาที่ต้องเดินขึ้นไปประมาณ 100 เมตรเพื่อมองเห็นวิวทะเลไล่เฉดสีฟ้า-น้ำเงิน, เกาะค้างคาว หาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใส เหมาะแก่การพักผ่อนและดำน้ำตื้น, เกาะช้าง เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของระนอง มีวิถีชีวิตชาวบ้านเรียบง่าย ปลูกกาหยู (มะม่วงหิมพานต์) และปั่นจักรยานชมธรรมชาติได้ทั่วเกาะ

พังงา ขึ้นชื่อเรื่องเกาะและอุทยานทางทะเลระดับโลก เช่น หมู่เกาะสิมิลัน, หมู่เกาะสุรินทร์, เกาะยาวน้อยและเกาะยาวใหญ่, เขาตาปูและเขาพิงกัน แลนด์มาร์กสำคัญในอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา, เกาะปันหยี หมู่บ้านชาวประมงมุสลิมที่สร้างอยู่บนเสาไม้กลางน้ำ

ภูเก็ต หรือไข่มุกแห่งอันดามัน มีชายหาดเล่นน้ำ วิวสวยยอดนิยม เช่น หาดป่าตอง, หาดกะรน, หาดกะตะ, หาดกะตะน้อย, หาดในหาน, หาดราไวย์, หาดกมลา, หาดกะหลิม เป็นต้น
กระบี่ โดดเด่นด้วยหน้าผาหินปูน หาดทรายขาว และเกาะชื่อดัง เช่น หมู่เกาะพีพี อ่าวมาหยา ทะเลแหวก และเกาะรอก

ตรัง ทะเลสงบ บรรยากาศโรแมนติก และเกาะสวย เช่น เกาะไหง เกาะมุก เกาะกระดาน
สตูล มีเกาะสวรรค์ขึ้นชื่ออย่าง เกาะหลีเป๊ะ ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา

วันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติทางทะเลฝั่งอันดามันอย่างเป็นทางการ หลังปิดพื้นที่ตามฤดูกาลเพื่อให้ทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศได้ฟื้นตัว
พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติสู่แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งเป็น จุดแข็งสำคัญของประเทศไทยในการสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจ และกระจายประโยชน์สู่ชุมชนท้องถิ่น

สุชาติ ชมกลิ่น
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ได้กำชับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้ยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด ทั้งการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่และทีมกู้ภัย การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง และการกำกับดูแลผู้ประกอบการท่องเที่ยวให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด

โดยต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก ควบคู่กับการดูแลรักษาทรัพยากรทางทะเลไม่ให้ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมการท่องเที่ยว เพื่อให้แหล่งท่องเที่ยวของไทยมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และสามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว

“ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่และกฎระเบียบของอุทยานแห่งชาติอย่างเคร่งครัด ไม่ทิ้งขยะ ไม่ทำลายปะการังหรือสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล และไม่กระทำการใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ เพราะความสวยงามของท้องทะเลไทยเป็นสมบัติส่วนรวมที่ทุกคนต้องร่วมกันดูแล เพื่อให้คนรุ่นหลังได้สัมผัสความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติอย่างยั่งยืน” นายสุชาติกล่าว

ด้าน นายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า กรมอุทยานฯ เตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติทางทะเลฝั่งอันดามัน โดยมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือน อาทิ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ รวมถึงอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จ.พังงา ซึ่งแต่ละแห่งมีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่โดดเด่นและแตกต่างกัน

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน มีจุดเด่นคือหินเรือใบ บริเวณเกาะแปด และแหล่งดำน้ำที่มีชื่อเสียงระดับโลก ขณะที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ มีแนวปะการังอุดมสมบูรณ์และเป็นแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนชาวมอแกน ส่วนอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพีมีอ่าวมาหยาและทะเลแหวก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ขณะที่อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงาโดดเด่นด้วยเขาตาปู และเกาะปันหยี

นอกจากนี้ ยังมีอุทยานแห่งชาติแหลมสน จ.ระนอง และพังงา ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่น่าสนใจ อาทิ เกาะกำตก เกาะญี่ปุ่น และเกาะค้างคาว
กรมอุทยานฯ ให้ความสำคัญกับการควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับขีดความสามารถในการรองรับของพื้นที่ (Carrying Capacity) ควบคุมความเร็วและระดับเสียงของเรือท่องเที่ยว พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ดูแลจุดเสี่ยงและเตรียมทีมกู้ภัยกับอุปกรณ์ช่วยเหลือให้พร้อมปฏิบัติงาน

“การเปิดให้บริการแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่พักแรมบางแห่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพอากาศและสถานการณ์ เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่” นายยงยุทธกล่าว
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช www.portal.dnp.go.th หรือโทรศัพท์ 0-2561-0777
นนทวรรณ มนตรี