เมืองศรีลำดวน “ศรีสะเกษ” จังหวัดที่น้อยคนนักจะพูดถึงหรือนึกขึ้นมาได้ในชั่วพริบตาว่ามีอะไรบ้าง ทั้งที่ดินแดนแห่งนี้เต็มไปด้วยแหล่งอันซีนหลายที่ เตรียมเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์
นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดศรีสะเกษ เผยแนวคิดในการจัดทำนิทรรศการภาพถ่าย “100 ภาพพันเรื่องเมืองศรีสะเกษ” เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดโดยจัดโรดโชว์ในกรุงเทพฯ และหอประชุมใหญ่ของจังหวัดว่า น่าจะเป็นประสบการณ์ตรงของหลายๆ คน สมัยก่อนเวลาท่องวิชาสังคม จะรู้จัก “ศรีสะเกษ” ว่าเป็นจังหวัดยากจนสุดในประเทศไทย จนต่อมามีโครงการอีสานเขียว เอาน้ำไปให้ เอาผลไม้จากภาคใต้ไปให้ปลูก

เนื่องจากภาคใต้อุดมสมบูรณ์ ปลูกได้ทุกอย่าง แล้วก็ขายได้ ขณะที่ศรีสะเกษในตอนนั้นปลูกอะไรก็ยาก ผลผลิตไม่ดี ไม่ได้ราคา เนื่องจากดินล้วนๆ เพราะแต่ก่อนดินดีคือดินร่วนสีดำ ขณะที่ดินศรีสะเกษเป็นดินสีแดง แต่ใครเลยจะคิดว่าวันหนึ่งจังหวัดนี้ปลูกอะไรก็ได้ ณ วันนี้ผลผลิตออกมาไม่แพ้ที่ไหน อร่อย หอม แห้ง ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน ลองกอง หัวหอม กระเทียม ฯลฯ ใครๆ ก็ต้องยกนิ้วให้ โดยเฉพาะทุเรียนภูเขาไฟ จ.ศรีสะเกษ เมื่อเร็วๆ นี้ทำลายสถิติสูงสุดกิโลกรัมละ 1,500 บาท
“เรื่องดินเป็นตัวอย่างวิกฤตที่พลิกเป็นโอกาสมาก เนื่องจากมีข้อบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์คือเป็นดินจากเทือกเขาพนมดงรัก จึงมีแร่ธาตุกำมะถันอยู่เยอะ ทำให้ผลไม้ที่ปลูกมีรสชาติดีและคุณสมบัติเฉพาะแปลกออกไป เช่น ร่อน แห้ง เม็ดเล็ก แม้กระทั่งสะตอศรีสะเกษ กลิ่นไม่ฉุน ส่วนทุเรียน เรามีสโลแกนที่ทางผู้ว่าฯ ตั้งให้ คือ เนื้อเนียน กลิ่นไม่ฉุน ละมุนลิ้น ก่อนเป็นที่นิยม อีกอย่างที่นี่มีสี่ชนเผ่า คือ เขมร ฮุยหรือส่วย เยอ ลาว ความหลากหลายรวมอยู่ได้ด้วยกัน พื้นที่ทางธรรมชาติก็ยังสวยงามร้อยเปอร์เซ็นต์ เมื่อเรามีของดีตั้งหลายอย่างเลยคิดว่าน่าจะบอกออกไป บวกกับนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยว ทำให้เกิดเป็นนิทรรศการ 100 ภาพพันเรื่องเมืองศรีสะเกษ พูดอย่างไรก็พูดไม่หมด” นางรณิดากล่าว

ด้าน จิระนันท์ พิตรปรีชา กวีซีไรต์ ผู้ประพันธ์บทกลอนที่ได้แรงบันดาลใจจากการพาทีมช่างภาพและกวีเลาะล่องท่องเที่ยวเมืองศรีลำดวน “ศรีสะเกษ” เผยขั้นตอนการทำงานกับกลุ่มสห+ภาพ ในการร้อยเรื่องราวผ่านเลนส์จนกลายเป็นความประทับใจของผู้ชมว่า เป็นความฝันตั้งแต่เด็ก อยากจะเป็นช่างภาพสารคดี แต่ชะตาชีวิตไปเข้าป่า เรียนนอก กลับมาอีกทีเมื่อไม่ได้เป็นช่างภาพก็มาขลุกอยู่ในวงการช่างภาพ ภาพที่สวยกับภาพที่ดีนั้นต่างกัน ภาพที่สวยคือนางงาม ยิ้มประทับใจ สัดส่วนสวยไปหมด แต่ภาพที่ดีต้องมีเรื่องราว บางภาพไม่ใช่ภาพสวยแต่เป็นภาพสะท้านโลก

“ศรีสะเกษเป็นจังหวัดเล็กๆ ที่ถูกมองข้าม คนนึกถึงเขาพระวิหาร เมื่อเร็วๆ นี้เพิ่งจะมีทุเรียนภูเขาไฟ ทั้งที่จริงๆ แล้วมีอะไรอีกเยอะแยะมากมายรอให้มาสัมผัส จากที่เรามาทำงานให้ศรีสะเกษในฐานะช่างภาพกลุ่มสห+ภาพและช่างภาพท้องถิ่น จังหวัดมี 22 อำเภอ ไปไม่หมดค่ะ เสียดายมาก จึงใช้แค่เส้นทางหลักรวมทั้งอันซีนมาประกอบกันเป็นนิทรรศการครั้งนี้ เห็นแล้วมีแต่คนบอกอยากมาเที่ยว ส่วนรูปที่ประทับใจที่สุดคือคนถ่ายเป็นคนภาคกลาง ความที่ไม่เคยเห็นศรีสะเกษ เลยถ่ายหัตถกรรม แต่แทนที่จะถ่ายกระบุง ตะกร้า วางเรียงกัน กลับเชิญชาวบ้านมาเป็นแบบและใช้แบ๊กกราวด์สมัยใหม่สีเขียว สีชมพู เป็นภาพที่ได้อารมณ์มาก เห็นแล้วคิดได้เลยว่าคือวิถีเดิมๆ คือเสน่ห์ศรีสะเกษ” จิระนันท์กล่าว
แม้งานนิทรรศการภาพจะจบลงแล้ว แต่เชื่อว่าการออกเดินทางตีตั๋วไปจ.ศรีสะเกษ เพื่อมองทุกอย่างด้วยตาเปล่า…น่าจะฟินกว่ามาก