โชว์มัลติมีเดีย วัดร่องขุ่นไลต์เฟส
โดย นิชานันท์ นิวาศะบุตร
วัดร่องขุ่นไลต์เฟส – หน้าหนาวนี้ การเดินทางขึ้นภาคเหนือสัมผัสอากาศหนาวเป็น เป้าหมายของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ แต่นอกจากจะได้ฟินกับทะเลหมอก ลมหนาวยามเช้าบนยอดดอยแล้ว ที่ จ.เชียงราย ยังมีความฟินกับบรรยากาศยามค่ำคืนของเมืองเหนือ ด้วยแสงสีเสียงสุดอลังการครั้งแรกในประเทศไทย
อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ และนายเกรียงไกร กาญจนะโภคิณ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) จับมือสร้างโปรเจ็กต์ยักษ์แห่งปีกับงาน “วัดร่องขุ่น ไลต์เฟส ตอน ปฐมบท” เปิดฉากรับลมหนาวด้วย แสง สี เสียง ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดเชียงราย

ชมความงดงามของสถาปัตยกรรมพุทธศิลป์ของ “วัดขาว” ที่ติด 1 ใน 10 วัดสวยที่สุดในโลก ประกาศศักยภาพความสามารถของคนไทยเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เนรมิต 6 จุดแลนด์มาร์ก วัดร่องขุ่นให้มีชีวิต

ชวนให้นักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างชาติมาสัมผัสกับความมหัศจรรย์ ให้ได้ชมกันในยามค่ำคืน จัดการแสดงถึงวันที่ 22 ธ.ค.นี้
อาจารย์เฉลิมชัยกล่าวว่า ปกติเป็นคนสนใจเรื่องงานไลต์เฟส อยากจะทำตั้งแต่เริ่มสร้างวัดแล้ว ถึงวันนี้วัดร่องขุ่นครบ 22 ปี บังเอิญได้คุยกับคุณเกรียงไกร บอกอยากทำตั้งใจให้เป็นงานระดับโลก จึงร่วมงานกัน งานนี้สั่งเทคโนโลยีใหม่ๆ ของโลกเข้ามา เรียกว่าจัดเต็มทุกอย่าง เพื่อที่จะสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ต้องการอย่างเดียวคือแข่งกับโลก เพื่อโลกจะได้เห็นความงดงามของวัดร่องขุ่นในช่วงเวลาต่างๆ

อย่างในตอนกลางวันวัดของเราสีขาวประดับด้วยกระจก เมื่อโดนแสงสะท้อนจากพระอาทิตย์จะสวยงามชนะเลิศอยู่แล้ว และเวลาที่แสงมันเปลี่ยนตั้งแต่เช้า กลางวัน เย็น จะสวยงามต่างกัน
ส่วนตอนกลางคืนเมื่อจัดงานไลต์เฟส ยิงแสงสาดไฟเข้าไปมันจะยิ่งสวยงามมากขึ้น ทำให้เกิดอารมณ์ที่แตกต่าง หากท่านเคยเห็นงานไลต์เฟสในต่างประเทศแล้ว เราก็อยากเชิญชวนให้มาชมงานไลต์เฟสจากฝีมือคนไทยดูบ้าง เป็นการประกาศศักยภาพว่าคนไทยเก่ง

ขณะที่นายเกรียงไกร ผู้นำด้านการตลาดเชิงสร้างสรรค์อย่างครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน และผู้อำนวยการสร้างสรรค์วัดร่องขุ่น ไลต์เฟส เปิดเผยว่า สุดยอดโชว์มัลติมีเดียระดับโลกนี้ได้เนรมิต 6 จุดแลนด์มาร์กวัดร่องขุ่นให้มีชีวิต ด้วยการใช้เทคนิค 3 ดี แม็ปปิ้ง เลเซอร์โชว์มัลติมีเดีย และปรากฏการณ์อิมเมอร์ซีฟ เอ็กซ์พีเรียนซ์ และการแสดงม่านน้ำ
โดยเฉพาะเทคนิค 3 ดี แม็ปปิ้ง ที่ใช้ฉายแสงไฟเหล่านี้ คือการนำโปรเจ็กเตอร์ที่รองรับการแสดงผล 3 ดี และให้ความสว่างสูงถึง 50,000 ลูเมน มาฉายกับวัตถุพื้นเรียบเพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหว ซึ่งนำมาใช้ในการแสดงมากถึง 20 ตัว เนื่องจากการจัดแสดงเต็มไปด้วยความละเอียดซับซ้อนมาก

“หนทางสู่สรวงสวรรค์”
นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมได้ทั้งหมด 5 จุด เริ่มจากจุดที่ 1 “หนทางสู่สรวงสวรรค์” จิตที่ละได้ซึ่งกิเลสตัณหาจะเจริญสู่แดนทิพย์วิมาน ประหนึ่งบัวหลุดพ้นน้ำเบิกบานจิต

จุดที่ 2 “ปากพญามาร–ขุมนรก” ความ น่ากลัว ณ ขุมนรกจุดเชื่อมต่อสู่สรวงสวรรค์ มีเพียงจิตบรรลุธรรมเท่านั้นถึงจะได้เดิน ทางสู่พุทธภูมิเบื้องหน้า จุดที่ 3 “บ่อน้ำอธิษฐานจิต” ให้แสงแห่งแรงอธิษฐานนำแสงสว่างมาสู่ภายในจิตใจ

จุดที่ 4 “ต้นโพธิ์แห่งการตรัสรู้” การเล่าขานตำนานพระพุทธเจ้า จุดที่ 5 “สังสารวัฏ” สัจธรรมแห่งชีวิต การเกิด แก่ เจ็บ ตาย การหลุดพ้นจะต้องพึ่งอริยสัจ 4 ได้แก่ ทุกข์ ความจริงว่าด้วยทุกข์ สมุทัย ความจริงว่าด้วยเหตุแห่งทุกข์ นิโรธ ความจริงว่าด้วยความดับทุกข์ มรรค ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์

และจุดที่เป็นไฮไลต์ของงาน คือการแสดงจุดที่ 6 “ปฐมบทแห่งวัดร่องขุ่น” ที่หอ พระพิฆเนศ เป็นการจัดที่นั่งให้ชมการแสดง เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ด้วยดนตรีโหมโรงครบเครื่องไฟเรืองรองส่องสว่างจับตาที่องค์พระพิฆเนศ ในรูปแแบบของการแสดงละครเวที ที่จะพาผู้ชมย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของอาจารย์เฉลิมชัยในหมู่บ้านเล็กๆ จ.เชียงราย

กับเรื่องราวการเดินทางต่อสู้โชคชะตา อุปสรรค และความเชื่อสู่การเป็นศิลปินที่ ทั่วโลกรู้จัก ทั้งการสร้างสรรค์ในแต่ละฉากมีความสวยงามเต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวของ วัฒนธรรม วิถีชีวิต ของคนไทยชาวภาคเหนือ
สำหรับผู้ที่ซื้อบัตรเข้าชมงาน “วัดร่องขุ่น ไลต์เฟส ตอน ปฐมบท” นอกจากได้ชื่นชมศิลปะแล้ว ยังได้ร่วมทำบุญโดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายบัตรเข้าชมมอบให้กับโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์อีกด้วย เปิดแสดงถึงวันที่ 22 ธ.ค.นี้เท่านั้น สนใจซื้อบัตรที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ โทร. 0-2262-3456 หรือ www.thaiticketmajor.com ยังพอมีเวลา