ได้มีโอกาสไปเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวอีกหนึ่งประเทศในยุโรปที่เป็นจุดหมายปลายทางในฝันของคนทั่วโลก

จักรยานที่พบได้ทุกที่
“เนเธอร์แลนด์” ดินแดนแสนโรแมนติก และมีเสน่ห์มากกว่าที่ตาเห็น จึงอยากมาแชร์ประสบการณ์ และสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไม่พลาด จากที่ไปเมื่อช่วงปลายเดือนเม.ย.ถึงต้นพ.ค.ที่ผ่านมา

หมู่บ้านกังหันลมซานส์ สคันส์
ทันทีที่แลนดิ้งลงสนามบินสคิปโฮลอัมสเตอร์ดัม และผ่านการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อย ด้วยสภาพอากาศที่แตกต่างจากไทยอย่างมาก แม้จะเป็นฤดูใบไม้ผลิ แต่อากาศยังหนาวเย็น แถมช่วงนี้ยุโรปอากาศค่อนข้างแปรปรวน จึงต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าทำร่างกายให้อบอุ่น เช็กอุณหภูมิในวันแรกที่ไปถึง 16 องศา แต่ความรู้สึกที่ให้น้อยกว่า 10 องศาอีก

นักท่องเที่ยวหนาแน่นในหมู่บ้านกังหันลม
ยิ่งเราปักหมุดที่เที่ยวแห่งแรก ต้องบอกว่าหนาวมาก บวกกับลมแรงๆ เดินตัวปลิวกันเลยทีเดียว ที่หมู่บ้านกังหันลม “ซานส์ สคันส์” (Zaanse Schans) ซึ่งเป็นหมู่บ้านอนุรักษ์กังหันลมเก่าแก่ และเป็นหมู่บ้านต้นแบบกังหันลม ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองอัมสเตอร์ดัม
มีต้นกำเนิดนับแต่ศตวรรษที่ 16 ชาวดัตช์มีการใช้กังหันลมในการวิดน้ำออกจาก ไร่นา และที่อยู่อาศัยเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล และนำมาใช้เป็นพลังงานในการปั๊มน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มไปยังแม่น้ำ เพื่อให้สามารถทำการเกษตรได้ และปัจจุบัน ชาวดัตช์ยังคงใช้กังหันลม เพื่อทำเกษตรกรรม และผลิตพลังงานอยู่

นักท่องเที่ยวปิกนิกในสวน

กังหันลมในสวน
ขณะเดียวกันหมู่บ้านซานส์ สคันส์แห่งนี้ ได้มีการพัฒนาต่อยอดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ท่ามกลางทุ่งหญ้าสีเขียว ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ และยังโอบล้อมด้วยแม่น้ำ เปิดให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ภายใต้กังหันลมโบราณ และบ้านไม้สไตล์ดัตช์
หมู่บ้านแห่งนี้ยังมีสถานที่เที่ยวอื่นๆ ซึ่ง 2 แห่งที่เราได้ไป คือ โรงงานทำรองเท้าไม้ อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเนเธอร์แลนด์ ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมการสาธิตวิธีการเจาะ และกลึงไม้จนออกมาเป็นผลิตภัณฑ์รองเท้าไม้อันสวยงาม และการจัดแสดงรองเท้าไม้ในแต่ละยุคสมัยให้ได้เยี่ยมชมและทดลองใส่ เพื่อถ่ายภาพที่ระลึกได้อีกด้วย

สาธิตวิธีทำรองเท้าไม้

โชว์รองเท้าไม้ในตำนาน

ด้านหน้าโรงงานทำรองเท้าไม้
อีกแห่งเป็นโรงงานผลิตชีส Catharina Hoeve Cheese ซึ่งมีทั้งขั้นตอนการผลิตอุปกรณ์เครื่องมือการทำ และชีสมากมายที่ให้นักท่องเที่ยวได้ลองชิมชีสหลากหลายประเภท และซื้อกลับได้แบบถูกใจชีสเลิฟเวอร์แน่นอน

โรงงานชีส
รับประกันว่าการมาเยี่ยมเยือนที่นี่จะได้บรรยากาศธรรมชาติที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว ห้ามพลาดจริงๆ
จากนั้นเดินทางไปใจกลางเมืองอัมสเตอร์ดัม จุดหมายปลายทางคือ “จัตุรัสดัมสแควร์” (Dam Square) ซึ่งเป็นจัตุรัสใจกลางเมือง แหล่งพบปะสังสรรค์ของชาวดัตช์ เป็นลานกว้าง ขนาดใหญ่ไว้เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ
หัวใจของลานจัตุรัสดัมสแควร์ คืออนุสาวรีย์แห่งเสรีภาพซึ่งมีรูปทรงเป็น กรวยสีขาว สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงผู้เสียชีวิตในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

จตุรัสดัมสแควร์
หากมีเวลาสามารถปั่นจักรยานรอบเมืองได้ เพราะรายล้อมไปด้วยสถาปัตยกรรม ไม่ว่าจะเป็น โบสถ์เก่าแก่, พระราชวังหลวง Royal Palace of Amsterdam และห้างสรรพสินค้า Magna Plaza ซึ่งปั่นได้สบายๆ ปลอดภัยแน่นอน เพราะถนนแทบสุดสายจะมีเลนจักรยาน สร้างขึ้นเพื่อรองรับวัฒนธรรมการขี่จักรยานของคนที่นี่
เนเธอร์แลนด์ยังขึ้นชื่อว่า “ดินแดนทิวลิปบันลือโลก” ไม่เกินจริง เมื่อวันต่อมาลิสต์แหล่งท่องเที่ยวของเราอยู่ที่ “สวน พฤกษชาติเคอเคนฮอฟ” ตั้งอยู่ที่เมืองลิซเซ่ ห่างจากอัมสเตอร์ดัมแค่ 29 กิโลเมตร ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกทิวลิปที่สำคัญของประเทศ

ดอกทิวลิปบานสะพรั่งรับแดด

เหล่าดอกทิวลิปที่สวนพฤกษชาติเคอเคนฮอฟ
สวนพฤกษชาติเคอเคนฮอฟ เป็นสวนดอกไม้บนพื้นที่กว่า 200 ไร่ และเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลดอกทิวลิปและดอกไม้สุดยิ่งใหญ่ จัดปีละ 1 ครั้ง ซึ่งปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 มี.ค.ถึง 12 พ.ค. และวันที่เราไปเป็นสัปดาห์สุดท้าย ทำให้นักท่องเที่ยวแห่มาชมล้นหลาม
ไฮไลต์สำคัญ คือ ดอกทิวลิปกว่า 800 สายพันธุ์ จำนวนกว่าล้านดอกกำลังบานสะพรั่ง รอต้อนรับ นอกจากนี้ยังมีดอกลิลลี่ ดอกแดฟโฟดิลหรือนาซิสซัส ดอกไฮยาซินธ์ ดอกซากุระ และดอกกล้วยไม้อีกหลากหลายสายพันธุ์ให้เดินชมและสามารถถ่ายภาพได้อย่างเพลิดเพลิน
แถมยังมีอาคารจัดแสดงให้ความรู้เกี่ยวกับดอกทิวลิปลานแสดงจัดกิจกรรม ลานกว้างให้เด็กๆ เล่น พร้อมร้านอาหาร และเครื่องดื่มมากมาย อยู่ได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ
จุดหมายของการท่องเที่ยวที่สุดท้ายของทริปนี้อยู่ที่ “หมู่บ้านกีธูรน์” หรือหมู่บ้านไร้ถนน ตั้งอยู่ที่เมืองกีธูรน์

ล่องเรือชมหมู่บ้านกีธูรน์
เป็นหมู่บ้านของชาวดัตช์ที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นคูคลองเล็กๆ อยู่รอบหมู่บ้าน มีการใช้เรือที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดเป็นพาหนะหลัก และการเดินเท้าในการเดินทางสัญจร ไปยังที่ต่างๆ ในหมู่บ้าน และมีสะพานไม้กว่า 180 สะพาน ไว้เชื่อมระหว่างบ้านเรือนเข้าหากัน

เวนิสของเนเธอร์แลนด์
ทำให้สภาพอากาศในบริเวณหมู่บ้านสะอาด ไม่มีมลพิษ คนในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมบนพื้นที่ของตนเอง โดยทุกคนในชุมชนให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จึงทำให้พื้นที่เต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้สวยงาม
หมู่บ้านกีธูรน์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเนเธอร์แลนด์ที่มีความเป็นมาอย่างยาวนาน และได้รับฉายาจากนักท่องเที่ยวว่าเป็น “เวนิซของเนเธอร์แลนด์” โดยนักท่องเที่ยวจะเยี่ยมชมหมู่บ้านได้ด้วยเรือ และเดินเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่ล่องเรือชมหมู่บ้าน ให้บรรยากาศสุดโรแมนติก เรียกได้ว่าเป็นอีกหมู่บ้านที่มีแรงดึงดูดให้ไปเยือนแห่งหนึ่งของโลก
เป็นอีกหนึ่งหมุดดินแดนรักแรกพบของนักท่องเที่ยวอย่างแท้จริง
ปัทมา ทองสิน