ช่วงเดือนพ.ค.ของทุกปีจะมีการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์ระดับโลกอย่าง Cannes Film Festival ที่เมืองคานส์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส
ถือเป็นงานเทศกาลภาพยนตร์ที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุด มีนักธุรกิจในวงการภาพยนตร์เข้าชมมากที่สุดในโลก
ในปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 77 แล้วสำหรับ Cannes Film Festival 2024 ระหว่างวันที่ 14-25 พ.ค.

ตลาดเช้าข้างงาน Cannes Film Festival 2024
โอกาสนี้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ได้นำผู้ประกอบการไทยที่อยู่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ แอนิเมชั่น ซีรีส์วาย และธุรกิจบันเทิงที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้า (Business Matching)ในงาน Marche du Film ที่ Palais des Festivals เมืองคานส์
หวังส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ไทย สร้างโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และบริการที่เกี่ยวข้อง ทำให้ธุรกิจบันเทิงของไทยเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในตลาดต่างประเทศมากขึ้น
โดยงานแสดงสินค้า Marche du Film ถือเป็นตลาดซื้อ-ขายภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป
งานนี้ผู้เขียนได้มีโอกาสร่วมคณะไปกับทีมของรองนายกฯ ภูมิธรรม ด้วย
สำหรับบรรยากาศเมืองคานส์โดยเฉพาะพื้นที่จัดงาน พูดได้เลยว่าคึกคักอย่างยิ่ง เพราะเป็นการรวมตัวของเหล่าบรรดาเซเลบชั้นนำ ดาราฮอลลีวู้ดระดับโลก นักธุรกิจ กองทัพสื่อจากทั่วโลก ไปจนถึงนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ที่ต่างมุ่งตรงมายังพื้นที่จัดงาน ทำเอาการจราจรโดยรอบติดขัดมากพอสมควร
ขณะที่ระบบรักษาความปลอดภัยไม่ต้องพูดถึง เพราะมีการตรวจเข้มรถทุกคันที่เข้างาน ไม่มีบัตร ไม่มีสิทธิ์เข้างานได้เลย
ส่วนบรรยากาศโดยรอบพื้นที่จัดงาน นอกจากจะมีช็อปแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์ ตั้งเรียงรายให้นักช็อปกระเป๋าหนักได้เลือกช็อปปิ้งอย่างจุใจแล้ว

งานศิลปะสวยๆ

โชว์วาดภาพพร้อมจำหน่าย
ที่น่าตื่นตาเห็นจะเป็นตลาดเช้า ซึ่งส่วนใหญ่จะมีงานศิลปะทั้งภาพวาด ภาพถ่ายอาร์ตๆ ไปจนถึงของใช้เซรามิก เครื่องแก้ว ถ้วยโถโอชามต่างๆ ทั้งมือ 1 และมือ 2 ให้กับผู้ที่สนใจงานศิลป์
นอกจากนี้ ยังมีของสดจำพวกผัก ผลไม้ ไปจนถึงเครื่องเทศต่างๆ ให้ได้ซื้อหาอีกด้วย

ผลไม้สดๆ จากสวน

เครื่องเทศนานาชนิด
และด้วยสภาพอากาศประมาณ 19-20 องศาในช่วงเช้า แม้อากาศจะไม่ร้อน มีลมเย็นๆ พัดผ่าน เดินเล่นได้สบายๆ โดยไม่ต้องใส่เสื้อกันหนาวให้เทอะทะ แต่แดดก็จ้าสาดแสงร้อนแรงไม่แพ้กัน ใครที่ไปเที่ยวฝรั่งเศสช่วงนี้ บอกได้เลยว่าต้องโบกกันแดดให้หนาเข้าไว้ ไม่เช่นนั้นผิวจะดำคล้ำแบบไม่ทันตั้งตัว
นอกจากจะได้ไปเดินเที่ยวเล่นเมืองคานส์แล้ว ผู้เขียนมีโอกาสไปพักที่เมืองนีซ (nice) ด้วย

เมืองนีซแสนสดใส
‘นีซ’ เป็นเมืองหลวงของแคว้น Cote D’ Azur เป็นเมืองตากอากาศที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของฝรั่งเศส มีชายหาดและน้ำทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสีฟ้า แบบฟ้าตะโกนเป็นไฮไลต์
เศรษฐกิจหลักของเมือง คือรายได้ที่มาจากธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต และร้านอาหาร จึงได้เห็นร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขายเสื้อผ้า รองเท้า ของกินของใช้และของที่ระลึกเรียงรายไปตลอดสองข้างทางในเมือง
เรียกได้ว่าสายช็อปที่ว่าแน่ ยังต้องมีเหนื่อยกันบ้าง

เจลาโตหลากหลายรสชาติในเมืองนีซ
เมืองนีซเป็นเมืองที่มีสีสันสดใสมาก ห้างสรรพสินค้า อาคารบ้านเรือนจะเป็นสีอิฐแดงส้ม ไม่ว่ามุมไหนก็ชวนให้ต้องหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพเก็บเป็นที่ระลึก
ไฮไลต์ของเมืองนีซ คือจัตุรัสกลางเมืองมาเซนา (Place Massena) ซึ่งจะมีรูปปั้นของเทพอพอลโล ยืนตระหง่านอยู่บนน้ำพุ Fontaine du Soleil
เทพอพอลโล ถือเป็นเทพแห่งดวงอาทิตย์สไตล์กรีกโรมัน บนหัวรูปปั้นมีม้า 4 ตัว ในตำนานเทพอพอลโลเป็นผู้นำพาพระอาทิตย์ข้ามมหาสมุทร เพื่อให้เกิดพระอาทิตย์ขึ้นและตก

เทพอพอลโลบนน้ำพุ Fontaine du Soleil
ม้าทั้ง 4 ใต้รูปปั้นจะมีเทพเมอร์คิวรี (Mercury) เทพแห่งการค้าขาย วีนัส (Venus)เทพแห่งความงาม โลก (Earth) เทพแห่งธรณี ผู้สร้างโลกหรือแซตเทิร์น (Saturn) เทพแห่งเกษตรกรรม มาร์ส (Mars) เทพแห่งสงครามตั้งรายล้อมอยู่
ถือเป็นสถาปัตยกรรมที่งดงามมาก หากใครที่ได้มาเห็นรูปปั้นของเทพอพอลโล ถือว่าคุณมาถึงเมืองนีซแล้วล่ะ
หากเดินเล่นบริเวณจัตุรัสมาเซนาในตอนกลางคืน จะได้พบกับเสาที่มีหุ่นรูปร่างคล้ายมนุษย์ในอิริยาบถต่างๆ และเรืองแสงแตกต่างกันทั้งหมด 7 ต้น มีชื่อว่า “Conversation in Nice” ออกแบบโดย Jaume Plensa ศิลปินชาวสเปน

Conversation in Nice
ใกล้ๆ กันจะมีชายหาดอ่าว Cote d’Azur ให้พลเมืองและนักท่องเที่ยวสามารถนั่งพักผ่อนหย่อนใจริมหาดสีฟ้าน้ำทะเล นั่งชมวิวนอนเล่นได้ทั้งวัน ไม่รู้สึกเบื่อ

สัญลักษณ์ของเมืองชายฝั่งทั้ง 9 เมือง
ริมหาดจะมีแท่ง Neuf Lignes Obliques สัญลักษณ์ของเมืองชายฝั่งทั้ง 9 เมือง ประกอบด้วย 1.Cannes et les tresors de sa baie 2.Saint-Tropez, la reine incontest e 3.Saint-Raphael et Frejus, les s’urs varoises 4.Massif de l’Estrel, curiosite coloree 5.Les Gorges du Verdon, merveille naturelle 6.Grasse, la cite du parfum
7.Menton, ville du citron 8.Nice, la capitale de la Cote d’Azur และ 9.Saint-Paul de Vence, tresor perche sur son rocher
ต่อกันที่เมืองเล็กๆ ที่เหมาะกับการพักผ่อนและนอนอาบแดดอย่าง ม็องตง (Menton) เป็นอีกเมืองทางใต้ของฝรั่งเศส
นอกจากจะปลูกลาเวนเดอร์เพื่อการทำเครื่องหอม ครีมทาผิวแล้ว โรงงานผลิตน้ำหอมแบรนด์ดังๆ ระดับโลกก็ตั้งอยู่ที่เมืองนี้
ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือเมืองนี้เป็นผู้ผลิตมะนาวรายใหญ่ที่สุดของยุโรป ส่งขายทั่วฝรั่งเศส ถึงขั้นมีเทศกาลมะนาวที่จัดขึ้นทุกเดือนก.พ.ของทุกปี โดยจะปิดถนนเพื่อเฉลิมฉลอง มีขบวนแห่มะนาวด้วยรูปทรงต่างๆ ชาวเมืองจะแต่งกายด้วยมะนาว




ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากมะนาว
เข้าไปเดินเล่นในย่านโอลด์ทาวน์ ไม่แปลกใจเลยที่ร้านค้าส่วนใหญ่จะจำหน่ายมะนาวสดไปจนถึงผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากมะนาว
มีตั้งแต่มะนาวดอง แยม บิสกิต คราฟต์เบียร์ สบู่ ไปจนถึงมะนาวสดๆ ตั้งกองอยู่ในกระบะให้ได้เลือกซื้อกันแบบจุใจ
ใกล้ๆ กันจะมีท่าเรือเก่า Plage des Sablettes ตั้งอยู่ระหว่างท่าเรือทั้งสอง (ท่าเรือเก่าและ Garavan) มีทั้งสปีดโบ๊ต เรือยอชต์และเรือขนส่งสินค้าจอดเทียบท่าเป็นจำนวนมาก
บริเวณนี้จะมีหาดที่มีกรวดละเอียด ถือเป็นหาดที่สวยที่สุดของเมืองม็องตง
ชาวเมืองจึงพากันออกมาปูผ้านอนอาบแดดกันเรียงรายตลอดชายหาด บางส่วนก็เล่นวอลเลย์บอลริมชายหาด ริมท่าเรือก็จะเป็นถนนคนเดิน มีร้านค้า ร้านอาหารรวมถึงบาร์ที่พร้อมต้อนรับแขกผู้มาเยือน

เมืองแห่งกีฬาทางน้ำและการอาบแดด
เมืองตอนใต้ของฝรั่งเศส นับเป็นสวรรค์ของการพักผ่อนอย่างแท้จริง
อภิรตี เขาพลอยแหวน