ได้เฮกันทั้งประเทศไทย ภายหลัง องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ยกย่องให้ ‘ภูพระบาท’ เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม โดยใช้ชื่อว่า “ภูพระบาท ประจักษ์พยานแห่งวัฒนธรรมสีมาสมัยทวารวดี” (Phu Phrabat, a testimony to the Sima stone tradition of the Dvaravati period) ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 46 ที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 27 ก.ค.2567

นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน กล่าวถ้อยแถลง หลังยูเนสโกขึ้นทะเบียนภูพระบาท
“ภูพระบาท” ได้รับการประกาศเป็นแหล่งมรดกวัฒนธรรมแบบต่อเนื่อง 2 แหล่ง คือ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท และแหล่งวัฒนธรรมสีมา วัดพระพุทธบาทบัวบาน
แต่กว่าจะถูกดันขึ้นเป็นแหล่งมรดกโลก ไทยต้องใช้ความพยายามถึง 20 ปี นับตั้งแต่ปี 2547 ที่ประเทศไทยได้ยื่นขอขึ้นทะเบียนอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม จนประสบความสำเร็จในปี 2567 นี้
ถือเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 2 ในพื้นที่จ.อุดรธานี ต่อจากแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี และถือเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 8 ของไทย และเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 5

บรรยากาศที่ประชุมยูเนสโก

อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท อยู่ภายใต้การดูแลของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาภูพาน เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขือน้ำ บ้านติ้ว ต.เมืองพาน อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ครอบคลุมพื้นที่ 3,430 ไร่
เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูพาน ซึ่งเป็นเทือกเขาหินทราย อยู่ทางทิศตะวันตกของจ.อุดรธานี มีความสูงจากระดับน้ำทะเลเฉลี่ยปานกลางประมาณ 320-350 เมตร สภาพโดยทั่วไปเป็นป่าโปร่ง มีพืชพันธุ์ธรรมชาติประเภทไม้เนื้อแข็งขึ้นปกคลุม

จากการสำรวจทางโบราณคดีที่ผ่านมา พบว่าบนภูพระบาทแห่งนี้ปรากฏร่องรอยกิจกรรมของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ กำหนดอายุได้ราว 3,000-2,500 ปีมาแล้ว ซึ่งผู้คนให้ความเคารพภูเขาลูกนี้ในฐานะที่เป็น ‘ภูเขาศักดิ์สิทธิ์’
อารยธรรมที่พบบนอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ในช่วงยุคก่อนประวัติศาสตร์ มีการค้นพบภาพเขียนสีอยู่มากกว่า 54 แห่ง มีทั้งภาพการดำรงชีวิตด้วยการหาของป่าล่าสัตว์เเละภาพการทำเกษตรกรรม อาทิ ถ้ำวัว ที่มีการเขียนสีเป็นรูปวัว แสดงให้เห็นว่าเป็นสมัยที่มนุษย์รู้จักการทำการปศุสัตว์แล้ว ยังมีรอยพระบาทหลังเต่า ใจกลางพระบาทสลักเป็นรูปดอกบัวกลีบแหลมนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

ภาพเขียนสี
ภาพเขียนสีที่พบบนภูพระบาทมีทั้งเเบบเขียนด้วยสีเดียว คือสีเเดง เเละหลายสี คือสีเเดง ขาว เหลือง ส่วนสีที่นำมาใช้เขียนนั้น คาดว่าเป็นสีจากธรรมชาติ เช่น ดินเทศ แร่เฮมาไทต์ โดยอาจนำสีที่ได้นี้ไปผสมกับของเหลวที่มีคุณสมบัติเป็นกาว เช่น ยางไม้ เเล้วจึงนำมาเขียน เพื่อให้สีติดกับเพิงหินทนนาน


ในส่วนของยุคประวัติศาสตร์บนภูพระบาท เมื่อพุทธศตวรรษที่ 12-16 หรือราว 1,400-1,000 ปีมาแล้ว ได้รับวัฒนธรรมทวารวดีที่แพร่มาจากภาคกลางของไทย พร้อมกับคติความเชื่อทางพุทธศาสนา ทำให้เกิดการก่อสร้างสิ่งต่างๆ เนื่องในพุทธศาสนาขึ้น ได้แก่ การตกแต่งหรือดัดแปลงเพิงหินให้เป็นศาสนสถาน โดยมีรูปแบบการติดตั้งใบเสมาหินทรายล้อมรอบเอาไว้

ภูพระบาท มรดกล้ำค่า
ต่อมาราวพุทธศตวรรษที่ 15-18 อิทธิพลศิลปกรรมแบบเขมร ซึ่งแพร่หลายอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ได้เข้ามามีบทบาทในแถบนี้ ที่ถ้ำพระมีการตกแต่งสกัดหินเป็นรูปพระโพธิสัตว์และรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบเขมร ที่วัดพระพุทธบาทบัวบาน และที่วัดโนนศิลาอาสน์ ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับภูพระบาท มีการสลักลวดลายบนใบเสมาหินทรายเป็นเรื่องพุทธประวัติและชาดก ซึ่งมีลวดลายศิลปกรรมแบบเขมร

ถ้ำพระ
หลังจากช่วงสมัยทวารวดีและเขมรผ่านไป ในราวพุทธศตวรรษที่ 22-23 วัฒนธรรมล้านช้าง ได้แพร่เข้ามาที่ภูพระบาท พบหลักฐานเป็นพระพุทธรูป เช่น พระพุทธรูปที่ถ้ำพระเสี่ยง ส่วนด้านสถาปัตยกรรมพบหลักฐานที่วัดลูกเขย

อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เป็นอุทยานประวัติศาสตร์ที่มีจุดเด่นแตกต่างจากแห่งอื่นๆ เนื่องจากโบราณสถานส่วนมากที่พบอยู่ในอุทยานประวัติศาสตร์แห่งนี้ โดยโครงสร้างแล้วเกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติ ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อธรณีสัณฐานของพื้นที่ ต่อมามนุษย์ในอดีตได้เข้ามาดัดแปลงเพื่อสนองต่อวัฒนธรรมในแต่ละช่วงสมัย
นอกจากนี้ยังพบการดัดแปลงเพิงหินธรรมชาติให้กลายเป็นศาสนสถานของผู้คนในวัฒนธรรมทวารวดี วัฒนธรรมเขมร วัฒนธรรมล้านช้างและรัตนโกสินทร์ตามลำดับ ซึ่งร่องรอยหลักฐานทางโบราณคดีเหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางสังคมของมนุษย์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี

ทั้งหมดของอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จึงเป็นตัวแทนของวัฒนธรรมสีมาในสมัยทวารวดี อันโดดเด่นที่สุดของโลก ซึ่งผ่านตามเกณฑ์คุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล จำนวน 2 ข้อ ได้แก่
เกณฑ์ข้อที่ 3 สามารถอนุรักษ์กลุ่มใบเสมาหินสมัยทวารวดีที่มีจำนวนมาก และเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดในโลก โดยใบเสมาดังกล่าวมีความสมบูรณ์และยังคงตั้งอยู่ในสถานที่ตั้งเดิม แสดงถึงวิวัฒนาการที่ชัดเจนของรูปแบบ และศิลปกรรมที่หลากหลาย ทำหน้าที่เป็นเครื่องหมายกำหนดขอบเขตพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
เกณฑ์ข้อที่ 5 ภูมิทัศน์ของภูพระบาทได้รับการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับการใช้พื้นที่เพื่อประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนาและยังคงความสำคัญของกลุ่มใบเสมาหิน โดยความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับประเพณีสงฆ์ในฝ่ายอรัญวาสี (พระป่า)

ภูพระบาทจึงเป็นประจักษ์พยานที่โดดเด่นของการใช้ประโยชน์ของธรรมชาติ เป็นตัวแทนของวัฒนธรรมสีมา สมัยทวารวดี ซึ่งได้รับการสืบทอด รักษาวัฒนธรรมดังกล่าวที่ต่อเนื่องยาวนาน เชื่อมโยงประเพณีวัฒนธรรมของอรัญวาสีมาถึงปัจจุบัน
ในวันนี้ที่ ‘ภูพระบาท’ ถูกยกย่องเป็นมรดกโลก นอกจากจะเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีต่อประเทศในเวทีนานาชาติ และก่อให้เกิดความภาคภูมิใจให้กับประชาชนในพื้นที่และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว ยังก่อให้เกิดประโยชน์ในด้านต่างๆ

หนึ่งในภูมิทัศน์ของภูพระบาท
เช่น การก่อให้เกิดรายได้ การสร้างงานทั้งทางตรงและทางอ้อม อันเนื่องมาจากการท่องเที่ยวการส่งเสริมการอนุรักษ์ การปกป้องคุ้มครองอัตลักษณ์และทรัพยากรของท้องถิ่นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลก และการยกระดับการวิจัยในด้านต่างๆ ร่วมกันระหว่างประเทศต่างๆ ในการปกป้อง คุ้มครองอนุรักษ์และบริหารจัดการในพื้นที่ด้วย
‘ภูพระบาท ประจักษ์พยานแห่งวัฒนธรรมสีมา สมัยทวารวดี’ คือ มรดกล้ำค่าที่ทุกคนต้องร่วมกันดูแลให้สมกับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลก
นนทวรรณ มนตรี