ชัยนาท ชาวบ้านร่วมพิธีบวงสรวงอธิษฐานจิต หลวงพ่อหิน (จำลอง) อัญเชิญข้ามเขื่อนเจ้าพระยา คอหวยไม่พลาด แห่ส่องทะเบียนรถ-เลขธูปบวงสรวง เห็นชัดเล็งเสี่ยงโชค
14 ต.ค. 67 – พระครูโกศลภาวนานุสิฐ เจ้าคณะตำบลบางหลวง เจ้าอาวาสวัดกรุณา(ดอนเสือ) อ.สสรรพยา จ.ชัยนาท พร้อมด้วยคณะศิษยานุศิษย์ ร่วมประกอบพิธีบวงสรวงอธิษฐานจิต พระพุทธมหาศิลา (หลวงพ่อหิน) และหลวงปู่นาค โกวิโท “เทพเจ้าแห่งเขื่อนเจ้าพระยา” ที่อุโบสถวัดกรุณา (เขื่อนเจ้าพระยา) จังหวัดชัยนาท

พร้อม พระเถราจารย์ หลวงปู่ฤาษีตาไฟ วัดเทพหิรัณย์ พระอาจารย์ดิเรก วัดหนองทราย หลวงพ่อเกาะ วัดท่าสมอ หลวงพ่อนงค์ วัดสว่างวงษ์คณะกิจหลวงพ่อวิชัย วัดหัวเด่น นั่งอธิษฐานจิตฯ เพื่อทำการแห่อัญเชิญพระพุทธมหาศิลา หลวงพ่อหินกลับวัดกรุณา (วัดดอนเสือ) ใช้เส้นทางผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ไปยังวัด ระยะทางกว่า 5 กม.
หลังเสร็จพิธีเหล่าบรรดา ลูกศิษย์ลูกหา ประชาชนและคอหวย ต่างไม่พลาดที่จะหาเลขเด็ดไปหาซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลในงวด 16 ต.ค. 2567 นี้ ได้เลขธูปพารวยเลข 560 หากกลับไปกลับมา จะได้เลขตรงกับรหัสจังหวัดชัยนาท 056 พอดิบพอดี ส่วนอีกเลขคือเลขทะเบียนรถที่ใช้แห่หลวงพ่อหินคือเลขทะเบียน บจ 7357 สิงห์บุรี

ด้านพระครูโกศลภาวนานุสิฐ เจ้าคณะตำบลบางหลวง เจ้าอาวาสวัดกรุณา (ดอนเสือ) เปิดเผยว่า สาเหตุที่ชื่อหลวงพ่อหิน เพราะองค์หลวงพ่อทำจากหินสลักศิลาขาว ได้ทำการบูรณะและตั้งประดิษฐานไว้ที่โบสถ์ ต่อมามีโครงการสร้างเขื่อนเจ้าพระยาเมื่อปี 2495 เป็นต้นมา ด้วยพื้นที่ของวัดส่วนใหญ่คาบเกี่ยวกับพื้นที่ก่อสร้างจึงจำเป็นต้องย้ายวัดตั้งยังที่ปัจจุบัน มีพื้นที่ 90 ไร่ 2 งาน 37 ตารางวา
โดยมีหลวงปู่นาคเป็นเจ้าอาวาสวัดมาตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา และได้ดำเนินการปฏิสังขรณ์ บูรณะสร้างวัด จนมีกุฏิวิหารลาดเจดีย์ต่างๆ และพัฒนาชุมชนควบคู่ไปกับวัดด้วย ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสมาตั้งแต่ประมาณปี 2497 จนถึง 2561 ท่านมรณภาพ อายุ 94 ปี กรรมการวัดและศิษยานุศิษย์ตั้งบำเพ็ญกุศลจนถึงปัจจุบันยังไม่ได้สลายร่างท่าน ถือได้ว่าหลวงปู่นาคเป็นพระที่ได้ร่วมนำพาชาวบ้านในการพัฒนาชุมชนพัฒนาวัด ท้องถิ่นให้มีความเจริญก้าวหน้า เป็นกำลังหลักในส่วนของต้นบุญต้นแบบศรัทธาของชาวบ้าน

จึงมีดำริร่วมกับคณะกรรมการวัดและชาวบ้าน ในการหล่อองค์จำลองหลวงพ่อหิน และหลวงปู่นาค ขึ้นเนื่องในโอกาสครบ 100 ปี วันเกิดของหลวงปู่นาค เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2567 จึงสร้างวัตถุมงคลในวาระโอกาสสำคัญนี้ โดยสร้างองค์หลวงพ่อหินจำลองหน้าตัก 40 นิ้ว รูปลักษณ์ตามองค์จริง ย่อส่วนลงเล็กน้อย
พร้อมกันนี้ได้สร้างรูปหล่อองค์จำลองหลวงปู่นาค ขนาดเท่าองค์จริง หน้าตัก 30 นิ้ว ได้กำหนดทำพิธีบวงสรวง อธิษฐานจิตและอัญเชิญหลวงพ่อมาประดิษฐานที่วัดกรุณา(ดอนเสือ) เพื่อใช้ประกอบศาสนพิธีกรรมตามความเชื่อศรัทธาของชาวบ้านสืบต่อไป

สำหรับประวัติหลวงพ่อหิน ได้มีการบันทึกไว้ ระบุว่า “หลวงพ่อหิน” เดิมประดิษฐานอยู่ที่วัดแฝกซึ่งเป็นวัดร้างอยู่ใต้ตลาดท้ายเมือง ตำบลชัยนาท อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท ตั้งอยู่เหนือตัวเขื่อนเจ้าพระยา ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นพระพุทธรูปสมัยเชียงแสนรุ่นที่ 2 ทำจากหลักศิลาทรายขนาดความกว้างหน้าตัก 97 นิ้วความสูงวัดจากหน้าตัก 125 นิ้ว ตัวองค์เป็นสีดำมีความงดงามถูกต้องตามพุทธลักษณะ
เมื่อปี พ.ศ. 2479 พระอธิการเล็ก บุญเย็นเจ้าอาวาสวัดท่าควาย ปัจจุบันคือวัดกรุณา ได้สร้างพระอุโบสถขึ้นและได้อัญเชิญหลวงพ่อหินมาเป็นพระประธาน แต่ไม่สามารถอัญเชิญมาได้เนื่องจากเกิดอาเพศฝนตกหนักหลวงพ่อหินได้มาเข้าฝันพระอธิการเล็ก บุญเย็น ให้ไปอัญเชิญท่านอีกครั้งในวันรุ่งขึ้นแต่จะมีเหตุให้สายพรวนที่ใช้ลากจูงล้อเลื่อนขาด 1 ครั้งก็ขออย่าให้ตกใจให้ต่อต่อสายพรวนแล้วลากจูงใหม่ก็จะอัญเชิญมาได้

ต่อมากรมชลประทานมาสร้างเขื่อนกั้นน้ำตรงบริเวณบ้านท้องคุ้งอันเป็นที่ตั้งของวัดกรุณา ซึ่งหลวงพ่อหินประดิษฐานอยู่ ทางราชการจึงออกพระราชบัญญัติเวนคืนที่ดินให้กรมชลประทาน อธิบดีกรมชลประธานในสมัยนั้นคือ หม่อมหลวง ชูชาติ กำภู ได้ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมการศาสนาว่า จะให้ย้ายกุฎิ หอสวดมนต์ และศาลาการเปรียญออกไป ส่วนพระอุโบสถกรมชลประทานขอบำรุงรักษาไว้เป็นโบราณสถาน อธิบดีกรมการศาสนาได้ ขออนุโมทนาและฝากพระอุโบสถไว้ในความอุปถัมภ์ของกรมชลประทานต่อไป
ส่วน อภินิหารและความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อหิน เป็นที่เรื่องลือและในปี พ.ศ. 2500 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้เสด็จมานมัสการ และทรงตรัสชมว่า หลวงพ่อหินสวยงามมาก และถูกพุทธลักษณะ

อภินิหารของท่านที่เห็นชัด คือ เรื่องฝน เรื่องบนบานศาลกล่าว ถ้าใครมีความทุกข์ร้อนมาบนท่าน จะช่วยได้เสมอ ถ้าจะบนบานให้ได้ผลสำเร็จดีจะต้องบนในวันศุกร์ก่อนเที่ยงใช้ธูป 21 ดอกปักไว้นอกลูกนิมิต หรือนอกชายคาบ้าน ถ้าจะบนเรื่องใหญ่ต้องใช้หัวหมูบายศรีปากชาม