ไทยพีบีเอสจัดเทศกาลหนังสารคดีปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด “A Day in a Life – The Power of Human” พร้อมมอบทุนรวมกว่า 140,000 บาท และเปิดตัววิสัยทัศน์ “VIPA 2026” แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งของคนไทย

เมื่อวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ที่โรงภาพยนตร์เฮาส์ สามย่าน องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส ได้จัดงาน VIPA FILM FEST 2025 เทศกาลหนังสารคดีต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 พร้อมประกาศผลรางวัล VIPA Pitching Project 2025 จากผลงานกว่า 200 ทีมที่คัดเหลือ 10 ทีมสุดท้าย ภายใต้แนวคิด “หนึ่งวันคนธรรมดา…ที่ไม่ธรรมดา” เพื่อสะท้อนพลังความยิ่งใหญ่ของมนุษย์ที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้จริง

อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ด้านเทคโนโลยี เปิดเผยว่า “VIPA ซึ่งย่อมาจาก Vision และ Passion สะท้อนวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของไทยพีบีเอสในฐานะสื่อสาธารณะที่ต้องการเป็นพื้นที่และเวทีของผู้ผลิตเนื้อหาอิสระ ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจตาม พรบ.ไทยพีบีเอส ตั้งแต่ปี 2551 ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ไทยพีบีเอสพร้อมมุ่งเป้าสู่แพลตฟอร์ม OTT อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมายสร้าง National Streaming Platform เพื่อเป็นพื้นที่ให้ผู้ผลิตอิสระทั้งละคร ซีรีส์ และสารคดี มีแพลตฟอร์มของคนไทยที่แข็งแรง”

เปิดแผน “VIPA 2026: The Platform Empowering Thai Stories”

กนกพร ประสิทธิ์พล ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส เผยข้อมูลความเติบโตของ VIPA ว่า ปัจจุบันมีทุกแพลตฟอร์มครบครัน ทั้งเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน Smart TV และ Social Media ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา มียอดดูวิดีโอรวมกว่า 23 ล้านครั้ง โดยปัจจุบันมีเนื้อหาให้เลือกชมกว่า 7 หมวด 507 เรื่อง 7,631 วิดีโอ โดยเนื้อหาสารคดีมีสัดส่วนถึง 46.4% และมียอดรับชมกว่า 6.7 ล้านครั้ง

จุดแข็งของ VIPA คือเทคโนโลยีและฟีเจอร์ที่ออกแบบเพื่อสร้างประสบการณ์รับชมใหม่ ๆ เช่น ดูออฟไลน์ได้ เมื่อไม่มีอินเทอร์เน็ต, ระบบ Personalize แนะนำรายการตามความสนใจของผู้ชม, โหมดเด็ก (Kids Mode) ใช้รหัส PIN และตั้งเวลาการรับชม เพื่อสร้างสมดุลในการใช้สื่อของเยาวชน อีกฟีเจอร์ที่ภาคภูมิใจคือ “Big Sign” หรือภาษามือขนาดใหญ่เต็มจอ ที่ผู้ชมทั่วไปและผู้พิการทางการได้ยินสามารถรับชมพร้อมกันได้ ถือเป็นนวัตกรรมเดียวใoโลกที่ออกแบบเพื่อความเท่าเทียมอย่างแท้จริง

สำหรับอนาคต VIPA กำหนดยกระดับใน 3 ด้าน ได้แก่ 1. Empower Creator จุดพลังให้ผู้สร้าง เสริมพลังให้ผู้กำกับรุ่นใหม่ เจาะโจทย์การรับชมคอนเทนต์แนวตั้งสำหรับมือถือ 2. Empower Innovation ใช้ AI พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อความเท่าเทียม 3. Empowering Engagement เชื่อมโยงและใกล้ชิดกับผู้ชมผ่านแคมเปญ “ยิ่งดู ยิ่งได้” พร้อมสะสมคะแนนรับของรางวัล

“VIPA ไม่ได้ต้องการให้ผู้คนเข้ามาดูอย่างเดียว เราต้องการยกระดับ VIPA ให้เป็นพื้นที่ที่ทำให้เกิดการร่วมมือและสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพ พร้อมพลักดันผู้ผลิตไทยสู่เวทีโลก” กนกพรกล่าว

คนหลังเลนส์ สู่พลังเปลี่ยนโลกผ่านสารคดี

ภายในงานยังมีช่วงเสวนา Panel Discussion: “The Power of Human Through the Lens of Documentary – คนหลังเลนส์ สู่พลังเปลี่ยนโลกผ่านสารคดี” โดยได้รับเกียรติจาก คุณวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ ส.ส.ท., คุณชนินทร์ ชมะโชติ, คุณเอกพงษ์ สราญเศรษฐ์ และคุณอรากร ฤกษ์เกษม ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองการสร้างสรรค์สารคดีในฐานะเครื่องมือขับเคลื่อนสังคมและสะท้อนพลังของมนุษย์ผ่านภาพจริง

คุณวันชัย ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. เล่าถึงมุมมองในการถ่ายทอดสารคดีว่า หัวใจสำคัญของงานสารคดี คือ “การเล่าเรื่อง” ซึ่งมีความสำคัญไม่น้อยกว่าการใช้เทคนิคหรือภาพที่สวยงามเลย เพราะสิ่งที่ทำให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกและเข้าใจเรื่องราวอย่างแท้จริง คือ “วิธีการเล่า” และ “มุมมองของผู้เล่า”

“การทำสารคดีที่ดี จึงเริ่มต้นจาก “ประเด็นที่อยากเล่า” และ “คำถามที่ตั้ง” เพราะคำถามที่ดี มักนำไปสู่คำตอบที่มีความหมาย และเปิดให้ผู้ชมได้คิดต่อยอดมากกว่าการบอกคำตอบสำเร็จรูป การตั้งคำถามที่ทรงพลังจึงสำคัญกว่าคำตอบที่ได้รับเสียอีก ผู้ทำงานสารคดีจึงต้อง “ทำการบ้านให้มาก” เพื่อเข้าใจทั้งเรื่องราวและผู้คนที่จะเล่า ต้องรู้ว่าต้องการให้ผู้ถูกสัมภาษณ์ “สื่อสารอะไร” และอยากให้ผู้ชม “เข้าใจอย่างไร” เพราะสิ่งเหล่านี้คือกระบวนการสร้างความลึกซึ้งให้กับสารคดี ที่จะทำให้เรื่องเล่าธรรมดากลายเป็นเรื่องที่มีชีวิตและเข้าถึงใจคนดูได้จริง” คุณวันชัย กล่าว

ประกาศผลรางวัล VIPA Pitching Project 2025

จากการประกาศผลรางวัล VIPA Pitching Project 2025 ที่มีผลงานคุณภาพเข้าร่วมกว่า 200 ทีม คัดเหลือ 10 ทีมสุดท้าย ผลการตัดสินมีดังนี้

รางวัล Popular Views (ทุน 5,000 บาท) ได้แก่ “ช่างชัย มือซ่อมคีย์บอร์ดกับท่วงทำนองทอฝัน” ทีม จาร์เอ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตเมืองทองธานี บอกเล่าเรื่องราวช่างซ่อมคีย์บอร์ดในศูนย์แบ่งปันของมูลนิธิกระจกเงา

รองชนะเลิศอันดับ 2 (ทุน 20,000 บาท) ได้แก่ “ช่างชัย มือซ่อมคีย์บอร์ดกับท่วงทำนองทอฝัน” ทีม จาร์เอ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตเมืองทองธานี

รองชนะเลิศอันดับ 1 (ทุน 30,000 บาท) ได้แก่ “รถเยอรมันช่วยฉันไม่ได้” ทีม deafheavenenjoyer มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ติดตามชีวิตลุงหนุ่มกับป้านา สามีภรรยาที่ประกอบอาชีพรถพุ่มพวงมา 18 ปี ตลอดเส้นทางการค้าขายพวกเขาได้เจอกับลูกค้ามากหน้าหลายตา และความแตกต่างของผู้คนนี้เองที่เป็นเสน่ห์ของสารคดีเรื่องนี้

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ สารคดีเรื่อง “Ring and Run ชีวิตนักวิ่งตาบอด” จากทีม hip hip hip hippo ohho จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับทุนการศึกษามูลค่า 50,000 บาท เป็นสารคดีที่ติดตามชีวิตลุงโจ้ นักวิ่งตาบอดที่นั่งรถไฟฟ้าจากอนุสาวรีย์ชัยฯ เพื่อมาวิ่งที่สวนลุมพินีทุกวัน เพื่อแสดงให้เห็นว่าชีวิตเขาก็ปกติเหมือนคนทั่วไป

คณะกรรมการให้ความเห็นว่า “ในบรรดา 10 เรื่อง Ring and Run เป็นเรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจที่สุด เปี่ยมไปด้วยพลัง การผลิตทั้งมุมกล้องและการตัดต่อดูลื่นไหลยอดเยี่ยม ใช้กลยุทธ์ทั้งภาพและเสียงใช้ศาสตร์ภาพยนตร์อย่างสมบูรณ์ ทำให้ผู้ชมเห็นว่าคนพิการยังสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่เราคิดในชีวิตประจำวัน”

ตัวแทนทีมผู้ชนะกล่าวว่า “เคยไปวิ่งที่สวนลุมแล้วเจอคุณลุงโจ้ คิดว่าวันหนึ่งจะทำเรื่องราวของเขาให้ได้ เราเชื่อว่าการสื่อสารมันมีพลัง พวกเราพยายามเรียบเรียงเรื่องทั้งภาพและเสียง เพื่อทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าเขาใส่หมวกใบเดียวกับตัวละครของเรา เราอยากเล่าเรื่องคนพิการเพราะอยากให้คนมองเห็นจริงๆ เป็นเรื่องของคนที่มองไม่เห็น ที่เราอยากให้ทุกคนมองเห็นเขา”

นอกเหนือจากคำกล่าวจากตัวแทนผู้ชนะรางวัลที่จริงใจแล้วภายในเนื้อหาของสารคดีสั้นเรื่องนี้ ลุงโจ้ได้พูดทิ้งท้ายในคลิปไว้ว่า “ชีวิตยังมีความหมายอยู่ เราเป็นคนพิการก็จริง แต่เราทำกิจกรรมแล้วสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้ มันก็โอเคแล้ว”

ผู้สนใจสามารถรับชมสารคดีทั้ง 10 เรื่องที่เข้ารอบสุดท้ายได้บนทุกช่องทางของ VIPA โดยงาน VIPA FILM FEST 2025 นับเป็นอีกก้าวของการพัฒนาแพลตฟอร์มที่เปิดพื้นที่ให้คนทำคอนเทนต์ไทยได้สร้างสรรค์อย่างอิสระ และนำเสนอเรื่องจริงที่มีคุณค่าต่อสังคม ใครอยากสัมผัสพลังของสารคดีไทยที่เล่าเรื่องผู้คนรอบตัวอย่างลึกซึ้ง สามารถเข้าใช้งาน VIPA ได้ทันทีทุกแพลตฟอร์ม ทั้งเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และ Smart TV

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน