นักศึกษาวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี DPU คว้ารางวัลวิทยานิพนธ์ดีเด่น ป.เอก พัฒนาเทคโนโลยีปกป้องข้อมูลมัลติคลาวด์ ลดเสี่ยงแฮก-ระบบล่ม
นักศึกษาปริญญาเอก สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์(DPU) คว้ารางวัล “วิทยานิพนธ์ดีเด่นระดับประเทศ” จากสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย(สสอท.) ปี 2568 โดยมี ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี DPU ร่วมแสดงความยินดี ด้วยผลงานวิจัยพัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายบนหลาย ผู้ให้บริการคลาวด์ (Multi-Cloud) ด้วยเทคนิคผสาน LT Code และ Interleaving ช่วยเพิ่มความถูกต้องและความพร้อมใช้งานของข้อมูล ลดปัญหา Vendor Lock-in พร้อมเตรียมต่อยอดสู่การใช้ควอนตัมคอมพิวติ้งในอนาคต
ดร.ธนกฤษ จันทร์แสง นักศึกษาปริญญาเอก สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ผู้ได้รับรางวัล “นักศึกษาดีเด่น ประเภทวิทยานิพนธ์ดีเด่น ระดับปริญญาเอก กลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” จากสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ปี 2568 เปิดเผยว่า งานวิจัยชิ้นนี้มุ่งแก้ปัญหาสำคัญของโลกยุคดิจิทัล นั่นคือ ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูลบนระบบคลาวด์ และปัญหา Vendor Lock-in ซึ่งผู้ใช้งานไม่สามารถย้ายข้อมูลระหว่างผู้ให้บริการได้อย่างอิสระ
ทั้งนี้วิทยานิพนธ์ในหัวข้อ “Framework for Enhancing Data Integrity and Availability in Multi-Cloud Storage Using Hybrid LT Code and Interleaving Techniques” เสนอแนวทางใหม่ในการปกป้องข้อมูล โดยผสมผสานหลักการของการเข้ารหัสแบบ LT Code เข้ากับเทคนิคการสลับข้อมูล (Interleaving) และโครงสร้างการแปลงไฟล์เป็นรูปแบบคิวบิก ก่อนจัดเก็บกระจายไปหลายผู้ให้บริการคลาวด์ เพื่อคงไว้ซึ่งสองเสาหลักด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ได้แก่ ความถูกต้องของข้อมูล (Integrity) และ ความพร้อมใช้งานของข้อมูล (Availability)
ดร.ธนกฤษ อธิบายว่า ระบบที่พัฒนาขึ้นจะย่อยไฟล์ออกเป็นชิ้นส่วนขนาดเล็ก สลับตำแหน่งข้อมูลด้วยสูตรเฉพาะที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ก่อนเข้ารหัสด้วยรหัสแบบไร้อัตรา (Rateless Code) ซึ่งสามารถสร้างซิมโบล (Symbol) ได้ไม่จำกัด และนำไปเก็บไว้ในผู้ให้บริการคลาวด์หลายรายพร้อมกัน ทำให้ผู้ประสงค์ร้ายไม่สามารถแฮกข้อมูลได้ง่ายแม้ว่าจะเข้าถึงข้อมูลบางส่วน ก็ไม่สามารถประกอบไฟล์ให้กลับมาเป็นรูปเดิมได้ เนื่องจากไม่ทราบวิธีการสลับมิติและโครงสร้างของข้อมูลที่ถูกบิดในขั้นตอนต้นทาง
จากผลการทดลอง พบว่า แม้ระบบคลาวด์บางส่วนจะล่มหรือไม่สามารถเรียกใช้งานได้ ผู้ใช้ยังสามารถกู้คืนไฟล์ได้ตามอัตราส่วนที่กำหนด เช่น อัตรา 3:2 หมายความว่า หากมีข้อมูลอยู่บนคลาวด์ 3 แห่ง ผู้ใช้สามารถกู้คืนไฟล์ได้สำเร็จแม้ระบบใดระบบหนึ่งจะหยุดทำงาน
ดร.ธนกฤษ กล่าวอีกว่า งานวิจัยนี้เกิดจากปัญหาในโลกจริงที่ตนพบในการสอนวิชาการสื่อสารข้อมูลและคลาวด์คอมพิวติ้ง เพราะเมื่อคลาวด์ถูกแฮกหรือระบบล่ม ผู้ใช้งานได้รับผลกระทบมหาศาล ตนจึงพัฒนาระบบเก็บข้อมูลแบบกระจาย เพื่อสร้างความมั่นใจว่าข้อมูลจะยังคงถูกต้องและเข้าถึงได้ตลอดเวลา แม้ในภาวะวิกฤต
เมื่อถามถึงความรู้สึกต่อรางวัลที่ได้รับ ดร.ธนกฤษ กล่าวว่า รู้สึกดีใจและภาคภูมิใจ เนื่องจากเป็นรางวัลที่แสดงให้เห็นถึงคุณภาพวิทยานิพนธ์ ทั้งด้านเนื้อหา งานตีพิมพ์ทางวิชาการ และงานนำเสนอที่ประกอบการพิจารณา พร้อมย้ำว่ารางวัลนี้เป็นกำลังใจสำคัญสำหรับนักวิจัยในสายการศึกษา
สำหรับการต่อยอดงานวิจัย ดร.ธนกฤษ เผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาการผสานระบบเข้ากับการประมวลผลควอนตัม (Quantum Computing) เพื่อเพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพในการเข้ารหัสและถอดรหัสข้อมูล รวมถึงพิจารณาความเป็นไปได้ในการนำไปใช้เชิงพาณิชย์ในอนาคต โดยต้องปรับสมดุลระหว่างความปลอดภัยและเวลาในการประมวลผลให้เหมาะสมยิ่งขึ้น


