ชาวเน็ต อัพคลิปขออภัย ชยิกา อดีตที่ปรึกษา รมว.กต. ฐานกล่าวหาเป็นไส้ศึกทั้งตระกูล-เกี่ยวพันฮุนเซน ยอมรับข้อความที่โพสต์เป็นเท็จรุนแรง ไม่ยุติธรรม

นายนภดล เผยแพร่คลิปวีดิโอผ่านเฟสบุ๊ก นภดล เพื่อขออภัย น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ อดีตที่ปรึกษา รมว.ต่างประเทศ กรณีกล่าวหา น.ส.ชยิกา เป็น “หลานสะใภ้ฮุนเซน” และเป็น “ไส้ศึกทั้งตระกูล” ว่า

“ข้อความที่ข้าพเจ้า นำมาจากแหล่งข่าวอื่นมารีโพสต์ กล่าวหาว่า คุณชยิกา วงศ์นภาจันทร์ เป็น “หลานสะใภ้ฮุนเซน” และเป็น “ไส้ศึกทั้งตระกูล” ในช่วงเหตุการณ์สู้รบไทย-กัมพูชานั้น ข้าพเจ้าได้ทราบภายหลังว่าข้อความดังกล่าว “เป็นเท็จทั้งหมด” จึงได้ลบทันที

ขณะที่ข้อเท็จจริงคือ ในช่วงสถานการณ์ความมั่นคงดังกล่าว คุณชยิกา ในฐานะที่ปรึกษาของ รมว.ต่างประเทศ ติดตามสถานการณ์ไทย-กัมพูชาอย่างใกล้ชิด พร้อมวิเคราะห์ เสนอข้อชี้แนะ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประเทศในภาพรวม ตลอดจนให้คำปรึกษา และสนับสนุนการสื่อสารกับประชาคมระหว่างประเทศกว่า 90 ประเทศ และองค์การระหว่างประเทศ รวมทั้งสื่อไทย และต่างประเทศกว่า 100 ราย เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงว่า กัมพูชาเป็นฝ่ายรุกล้ำ และใช้กำลังต่อพลเรือนไทยก่อน ซึ่งเป็นการปฏิบัติงานเพื่อผลประโยชน์ของชาติอย่างเต็มกำลัง

ดังนั้น ข้อความที่ข้าพเจ้าโพสต์ จึงเป็นเท็จรุนแรง ไม่ยุติธรรมต่อคุณชยิกาและตระกูลชินวัตร เพราะคำว่า “ไส้ศึก” สื่อถึงการเป็น “คนขายชาติ” ซึ่งประชาชนทั่วไปอาจเข้าใจว่า เป็นการกระทำเข้าข่ายความผิดอาญาร้ายแรง มีอัตราโทษถึงขั้นประหารชีวิต ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของคุณชยิกา และตระกูลชินวัตร อีกทั้งยังสร้างความแตกแยกในสังคมในห้วงวิกฤติด้านความมั่นคงของประเทศ

แม้ข้าพเจ้าจะลบโพสต์ดังกล่าวไปแล้ว แต่ข้อความได้ถูกเผยแพร่ไปในวงกว้าง สร้างผลกระทบที่ไม่อาจย้อนคืน และถูกบุคคลผู้ไม่หวังดี นำไปขยายผลสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในสังคม

ข้าพเจ้ายอมรับว่า การกระทำของข้าพเจ้าเกิดจากความพลาดพลั้ง ขาดการตรวจสอบข้อเท็จจริง และหลงเชื่อข่าวลวง ที่ผู้อื่นสร้างขึ้นเพื่อโจมตีอีกฝ่าย จนทำให้เกิดความเสียหายทั้งต่อบุคคลและต่อประเทศชาติ ข้าพเจ้ารู้สึกสำนึกผิด ที่ทำให้คุณชยิกาและวงศ์ตระกูลต้องเสียหาย จึงใคร่ขออภัยต่อคุณชยิกาทางสาธารณะ มา ณ ที่นี้

สุดท้ายนี้ ข้าพเจ้าขออำนวยพรให้คุณชยิกา วงศ์นภาจันทร์ และครอบครัว จงประสบแต่ความสุข ความเจริญตลอดไป ลงชื่อ นายนภดล สฤษดิศุข”

ขณะที่ น.ส.ชยิกา เปิดเผยว่า จากกรณีที่ตนได้ฟ้องร้องคดีหมิ่นประมาท โดยเหตุเกิดจากที่ชาวเน็ตกล่าวหาตนเองและครอบครัวชินวัตรว่า เป็นไส้ศึกเขมรและมีส่วนเกี่ยวข้องกับฮุนเซนนั้น ในวันนี้ (8 ธ.ค.) ศาลอาญากรุงเทพฯ พิพากษาจำคุกจำเลย 2 ปี ปรับ 50,000 บาท แต่เนื่องจากจำเลยให้การเป็นประโยชน์ พร้อมแถลงขอโทษในที่สาธารณะ ศาลฯ จึงพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงให้จำคุก 1 ปี ปรับ 25,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษ 2 ปี

ดังนั้น วันนี้ (8 ธ.ค.) จึงเป็นวันที่ความจริงได้ถูกพิสูจน์แล้วว่า การบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อกล่าวหาให้ร้ายใครคนใดคนหนึ่ง หรือครอบครัวหนึ่ง ไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้วงเวลาที่คนไทยทุกคนในประเทศควรเปิดใจ ลดอคติ และช่วยกันคนละไม้ละมือ เพื่อความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน